2008/May/29

(ได้ดูจาก dvd รู้สึกว่าเมืองไทยจะไม่ได้เข้าโรงแฮะเรื่องนี้)

ปลอด SPOILER โดนสิ้นเชิงจ๊ะ

*

"Happiness in marriage is entirely a matter of chance."
- Pride and Prejudice.

เขาว่ากันว่า Jane Austen นี่แหละ นักเขียนแนว Chic Lit ภาษาอังกฤษยอดนิยมคนแรกของโลก (มันคือหนังสือผู้หญิงๆ เข้าใจหัวอกคนเพศเดียวกัน สไตล์ซีรีส์สาวนักช้อป หรือ Bridget Jones's Diary) นิยายของเธอเป็นที่นิยมมากในช่วงต้นศต. ที่ 19 แล้วก็ยังดังมาจนถึงทุกวันนี้

เจน ออสเต็นแต่งเรื่องที่โด่งดังอยู่ 6 เรื่อง ติดอันดับต้นๆของนักเขียนแถวหน้า ความโดดเด่นของเจน ออสเต็นอยู่ที่การใช้ภาษาคมๆ (จนอ่านแล้วอาจทำให้ลังเลว่าเค้าด่ากันอยู่ใช่มั้ย) พล็อตและธีมในหนังสือที่เข้ากับสถานการณ์ตลอดเวลา ไม่เคยล้าสมัย ตราบใดที่สังคมยังมีชนชั้น คนยังอยากแต่งงาน ผู้หญิงยังมองหาฝาชี และหล่อ/รวยเรื่องมาก+เลือกได้อีก o.O'

หกเรื่องนั้นก็มี (ไม่เรียงลำดับก่อน-หลัง)

Pride and Prejudice : หลายคนโดนบังคับให้อ่านเรื่องนี้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา คนส่วนใหญ่ได้ดูหนัง ซึ่งมีทั้งฉบับดัดแปลงและไม่ดัดแปลงสิริรวมทั่วโลกหล้าอยู่ที่ประมาณแปดหมื่นเวอร์ชั่น (เว่อร์ค่ะเว่อร์) เดาว่าเรื่องนี้ฮิตเพราะอลิซาเบธเป็นผู้หญิงธรรมดา จับต้องได้ ไม่สวยมาก วางตัวดี มีความคิด และรักที่จะเป็นผู้เลือก (ซึ่งนั่นเลยทำให้เธอมีเสน่ห์) ถือว่าหัวก้าวหน้าในสมัยนั้น ส่วนมร.ดาร์ซีย์เป็นพระเอกประเภทสุภาพบุรุษปากหมาท่ามากเพราะแกรวยโคตร P&P มีธีมความรักหลายรูปแบบ และมีตัวละครที่โดดเด่น มันก็เลยดังมากนั่นเอง

Sense and Sensibility : เรื่องของสองพี่น้องกับความรักสองรูปแบบที่คนนึงใช้อารมณ์ (หน้ามืด อินเลิฟวันละหลายหน) ส่วนอีกคนใช้สติ เคยทำเป็นหนังชิงออสการ์มาแล้ว Ang Lee กำกับออกมาดีมากมาย

Emma : นางสาวเอ็มม่าชอบเล่นจับคู่แต่ไม่รู้ใจตัวเอง (คนอ่านส่วนใหญ่ชอบ Emma มันมีองค์ประกอบของโรแมนติก-คอเมดี้ที่มีสาระแฝงไม่น้อย แต่จขบ.ไม่ชอบเป็นการส่วนตัวว่ะค่ะ ไม่เอ็นดูสาวน้อยแสนซน)

Mansfield Park : น่าจะเป็นเรื่องที่คนชอบน้อยที่สุด (พิจารณาจาก..ดิชั้นเอง - -") คล้ายๆบ้านทรายทอง แต่ก็ไม่เชิงนะคะ แฟนนี่ ไพรซ์นางเอกของเรื่องชีต่ำต้อย แสนดี ซื่อสัตย์ เติบโตมาในแมนสฟิลด์ พาร์ค ถึงขนาดพระเอกแอบหนีไปมีเมียใหม่ก็ช่างมัน (จนสุดท้ายมันก็กลับมาตายรัง และเธอก็ยอมรับ เอวัง)

Northanger Abbey : นอร์แธงเกอร์ แอ๊บบี้เป็นเรื่องแรกที่ออสเต็นเขียน แต่ได้ตีพิมพ์เอาหลังจากที่นักเขียนตายไปแล้วเพราะตอนแรกสนพ.ไม่คิดว่าจะขายออก นางเอกเป็นสาวฟุ้งซ่าน บ้านิยายโกธิค (แบบ...ปราสาทมืด เจ้าสาวซาตาน) เลยชอบจินตนาการว่าตัวเองเป็นนางเอกในนิยายแบบนั้น ฮา และที่ทำให้เรื่องนี้แปลกไปจากทุกเรื่องก็คือกลิ่น Gothic ผสมๆนี่แหละจ๊ะ

Persuasion : เล่มนี้สั้นที่สุด เรียบง่ายที่สุด เพราะผู้เขียนเร่งกีบ ใกล้ตายแล้ว ว่ากันว่าเรื่องนี้สะท้อนถึงชีวิตของออสเต็นเองในแง่มุมของความรัก การตัดสินใจผิดพลาดและความเป็นไปได้ที่จะรักอีกครั้ง เป็นเรื่องของผู้หญิงที่โดนหลงเชื่อไปเคี้ยวเอื้อง โดนชักจูง ( ที่มาของชื่อเรื่อง Persuasion) ว่าไม่ควรแต่งงานไปกินแกลบกับทหารเรือจนๆ เกือบสิบปีผ่านไป นางเอกกลายเป็นสาวทึนทึกที่ไม่มีใครเอา ส่วนผู้ชายคนนั้นกลับมาอย่างเศรษฐี และมาจีบสาวเอ๊าะเพื่อนบ้านชีแทน ต่อยกันเลยดีกว่า ฮา...

*

"It is not time or opportunity that is to determine intimacy;-- it is disposition alone. Seven years would be insufficient to make some people acquainted with each other, and seven days are more than enough for others."
- Sense and Sensibility.

Jane Austen Book Club สร้างจากนิยายของ Karen Joy Fowler (ซึ่งปกติเขียนแนวแฟนตาซี ชื่อไม่เห็นจะดัง - -" จับพลัดจับผลูมาลองแนวนี้ดูบ้าง ปรากฎว่าก็รุ่งดีซะงั้น) เนื้อเรื่องพาดพิงถึงชุมนุมนักอ่านที่มีสมาชิก 6 คน แต่ละคนรับหน้าที่เปิดประเด็นในนิยายแต่ละเล่มในแต่เดือน โดยจะนัดพบกันเดือนละครั้งเพื่อสังสรรค์แล้วก็พูดคุยกันถึงนิยาย 6 เล่มของเจน ออสเต็นนั่นเอง

ทำไมต้องเจน ออสเต็น? เป็นนักเขียนคนอื่นไม่ได้เรอะ?

สำหรับคนกลุ่มนี้แล้ว เจน ออสเต็นคงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว แต่ละคนล้วนเป็นสาวใหญ่ มีผู้ชายหลงมาหนึ่งคนแบบงงๆ  (Hugh Dancy น่าร๊ากกก geek โคตร *แฟนเกินโหมด*) ไม่สิ้นไร้ไม้ตอก และสมาชิกในกลุ่มก็กำลังเจอวิกฤติชีวิตรัก และเพื่อนก็อยากจะช่วยเพื่อนให้หายจิตตก จะให้มานั่งจับกลุ่มอ่านคดีฆาตกรรมปริศนาก็จะกระไรอยู่เนาะ   

ข้อดีของ Jane Austen Book Club ก็คือ...มันไม่ได้แบ่งออกเป็น 6 เรื่องสำหรับ 6 ชีวิตแบบที่หลายคนคาดเดาเอาไว้แต่อย่างใด ไม่ใช่การเอานิยายของเจนทั้งหกเรื่องมาเล่าใหม่ และเรื่องราวของสมาชิกแต่ละคนก็ไม่ได้ดำเนินรอยตามนิยายของเจนแบบเป๊ะๆ แต่มันคือชิ้นส่วนเล็กๆน้อยๆ เช่นมุมหนึ่งของคนนี้เหมือนเรื่องนั้น นิสัยของคนนั้นเสียเหมือนตัวละครในเรื่องนู้น หรือนางเอกเรื่องนั้นเคยผ่านเหตุการณ์แบบเดียวกันกับคนโน้นเลย  

แล้วคำถามที่ตามมาก็คือ ถ้าเป็นเจนล่ะ ชีจะทำอย่างไร (หรือให้นางเอกของชีทำอย่างไร) กับเรื่องแบบนี้?

The Jane Austen Book Club ไม่ใช่โรแมนติก-คอเมดี้แบบวัยรุ่น (ถึงแม้ว่าบทของอัลเลกรากับกริ๊กก์จะโดนลดอายุลงมาเอาใจผู้ชมแล้วก็เถอะ) แต่เป็นหนังที่นำเสนอความรักและชีวิตคู่ในมุมมองของคนที่โตแล้ว ถึงกระนั้นก็เป็นหนังดูไม่ยาก อาจจะไม่ดูแล้วพีคกรี๊ดมากๆ แต่ก็สนุกดีมีมุข (เพราะ Hugh Dancy น่าร๊ากกก ทำให้จขบ.ลำเอียง ฮา) แล้วก็มีข้อชวนคิดตบท้ายเป็นของแถม

ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้นักแสดงด้วยล่ะค่ะ แต่ละคนดูเหมาะกับบทที่ได้ แล้วก็แสดงออกมาดีและกลมกลืนกันทุกคน

*

"Selfishness must always be forgiven, you know, because there is no hope of a cure."
- Mansfield Park

สุดท้าย จขบ.ก็ทำไม่สำเร็จ T___T ไม่สามารถอัพบล็อกทุกวันติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งไตรมาสได้ เพราะขี้เกียจ เพราะเรื่องมันยาววว เพราะโน่นนั่นนี่

เง้อ...

 

2008/May/26

ตอนประมาณบ่ายๆ จขบ.กับคุณคนนี้เพิ่งตัดสินใจว่าจะไปเยี่ยมชมงาน Otome Matsuri ที่รพ.เซ็นต์หลุยส์...อันที่จริงแล้ว ไม่คิดว่าจะไปตั้งแต่ต้น (เนื่องจากช่วงนี้เอียนจัด มันเยอะเกิ๊น) แต่ไหนๆก็ไหนๆ เลยกะว่าไปเก็บงานและเก็บตกเหล่ามนุษย์ผู้(คาดว่าน่าจะ)หิวโหยทั้งหลายไปกินข้าวกันต่อ

เอนี่เวย์ ไปถึงตอนบ่ายสอง...ก็ปรากฎว่ายังไม่สาย เอิ๊ก งานนี้คนน้อยสุดขีด เลยดูเหมือนแต่ละกลุ่มมาเอ็นจอยถ่ายไพรเวทกันซะงั้น ก็ได้อารมณ์อีกแบบดีฮ่ะ

*

Crack!Cosplay

เป็นรูปแรกที่ถ่าย แล้วก็พบความจริงว่า รูปแรกของดิฉันมักจะมีอะไรขาดหายไปเสมอ Y___Y (ในกรณีนี้ โปรดดูที่ตรีน...)

แก้ตัวอีกที ดูเหมือนไม่ตั้งใจดี

.

คล้ายจะเป็น "ลิน หมิ่นเหม่" แห่งจักรวาล MACROSS...แต่ไม่แน่ใจ เป็นความคุ้นเคยที่ไม่เคยคุ้น (จขบ.เป็นแฟนมาครอสรุ่นเมื่อสัก...สิบกว่าปีที่แล้ว ฮา)

ยูริ (เป็นญาติกะเจ๊กาโฮ ณ คำสาปฟาโรห์แน่ๆ) จากการ์ตูน "เกือบเก่า" ของอ.จิเอะ ชิโนฮาร่า (สารภาพว่าเห็นตอนแรกแอบกรี๊ดกร๊าด นึกว่าอะเลียนลอต Crystal Dragon ^^" ดิฉันก็เพ้อเจ้อได้อีกอ่ะค่ะ)

ZONE-00

(รูปเยอะ แต่ไม่มีคำบรรยายเพราะ...ไม่เคยอ่าน แค่เกาะติดสถานการณ์ปีนไปกะเค้าด้วยยย)

.

.

.

ชอบรูปเน้~

แผ่นหลังกร้านโลกและแว่นตาอัพหล่อ o.O'

เมื่อดรีมหมีเตรียมเป็นนางแบบแสงโสม

(จขบ.ไม่ใช่นายหน้าค้าเนื้อกะเทยสดนะฮ้า ไม่ต้องติดต่อกันเข้ามา)

สุดท้ายกับกะเทยไทยใจกล้า~

มาที่ Macross Frontier มั่ง

เมื่อหน่องเซ่เตรียมเป็นนางแบบสาว GAL

หน้าตาเมื๊อยยย...เมื่อย XD

ท่าผ่อนคลายรักแร้ของเชอริล

จบด้วยหน้าผอมเพรียวของนางแบบกันดีกว่าจ๊ะ XD

*

 

2008/May/24


[x] And I have sins, oh, but not today

กด F5 ก่อนก็จะดีนะเคอะ

.

อันเนื่องมาจากจขบ.ไปดูอินเดียน่า โจนส์มาเมื่อวาน (ชอบบบ) กลับบ้านมาอยากกรี๊ดกร๊าดใส่บล็อก ก็ปรากฎว่าทำใจไม่ได้ มันเน่าเกิน - -" เลยบังเกิดความถึก นั่งแก้ธีมไปเรื่อยๆจนกระทั่งออกมาเป็นอย่างนี้แล ใช้เวลาตั้งแต่Bones ไป One Tree Hill จนจบที่ Gossip Girl...สรุปว่าจขบ.ได้เข้านอนตอนหกโมงเช้า ลองพยายามต่อสู้กับโค้ดธีมใหม่อยู่นาน สุดท้ายก็ไม่เอาละฮ่ะ กลับไป back to basics เหมือนเดิม T___T

[x] And I had friends, oh, but not today

จขบ.จะอัพบล็อกติดต่อกันทุกวันเป็นเวลาหนึ่งไตรมาส

หากมีเหตุสุดวิสัย วันถัดไปจะอัพสองเอ็นทรี

(คิดว่าดิฉันจะทำได้หรือไม่?)

เพราะดองบล็อกนานๆก็เคยมาแล้ว อัพมั่งไม่อัพมั่งก็เคยอีก แต่ที่ยังไม่เคยเลยคืออัพบล็อกทุกวัน...มันน่าลองมั้ยเนี่ย

[x] We get along, oh, but not today

Photograph: Eugenio Recuenco (อะเกนนน), Washed Away: Joe Purdy (เป็นเพลงประกอบซีรีส์เรื่อง LOST ในซีซั่น 1 ด้วยล่ะ)

*