
*
The Ins
เนื่องจากเคยอ่านฟ้าจรดทรายมาเมื่อนานโข สมัยยังสุกใสไร้สมอง เอ๊ย เดียงสา ตอนนี้จำรายละเอียดในนิยายไม่ได้แหล่ว จึงไม่ขอไม่เปรียบเทียบกับนิยายนะคะ เม้าท์เฉพาะที่ดูในละครเวทีเวอร์ชั่นนี้ก็ละกัน
พิมพ์ไปพิมพ์มาคิดว่าน่าจะมีสะปอยมั่งนะคะ แต่ถึงอย่างไรพล็อตมันก็เดาได้ตามสากลนิยมอยู่แล้วแหละ เขาเล่นกันอีกตั้ง 45 รอบ เรื่องย่อคร่าวๆก็เป็นว่ารักกลางทะเลทราย หน้าที่กับความรัก ความรักระหว่างชาติพันธุ์ วัฒนธรรมที่แตกต่าง ชารีฟกับฟาซาล...ไม่ใช่ละ ชารีฟกับมิเชลล์ตะหากนะเออ
ฉากเปิดมาที่ฮิลฟารา เมืองสมมติทางแถบตะวันออก ตามมาด้วยการเปิดตัวนางเอกกับฉากลงจากเครื่องบินเปเปอร์มาร์เช่ (ที่งานดูเผาๆไงไม่รุ...แล้วก็ดูคุ้นๆตาไงไม่รู้อีกเหมือนกัน เอิ๊ก) โดยส่วนตัว ฉันว่าฉาก คอสตูมและบรรดาอุปกรณ์ต่างๆมันไม่ค่อยเวิร์คเลยค่ะ เทียบกับโปรดักชั่นขนาดนี้ ไหงมันดูกิ๊กก๊อกป๊อกเด้งยิ่งกว่าละครมหา'ลัย (ละครมหาลัยบางเรื่องยังทำให้รู้สึกชื่นชมในความครีเอทถีบได้มากกว่า)
โดยเฉพาะดาบที่แบบว่า...เอ่อม เด็กคอสเพลย์เขายังไม่ใช้กันเลยมั้งเพ่ แถมเวลาสู้กันแล้วได้ยินเสียงพลาสติกชนกันดังปั๊บๆด้วย (เผลอคิดเลยเถิดว่าเดี๋ยวโอมานกะชารีฟจะปล่อยแสงใส่กัน) กระจอกอะไรจะปานนั้น
ฉันทราบว่าอาวุธในละครไม่ควรเป็นของมีคมที่ทำอันตรายได้ แต่ก็ไม่ต้องให้มันเหมือนของเล่นงานวัดขนาดนั้นก็ได้น่ะ บางฉาก บางซีนก็เห็นชัดๆเลยว่าจงใจทำไว้เพราะเดี๋ยวตัวละครต้องใช้ (อย่างน่าเกลียดคงเป็นเชือกแดงห้อยโหนเส้นนั้น มันแบบว่า...คุ้นๆไงไม่รุ แล้วก็ไม่ฮือฮาเรยอ่า) สรุปว่าไม่ตื่นตาตื่นใจกับฉากเท่าที่ควรค่ะ ฉันเชื่อว่าถ้าจะลงทุนทำให้เนียนและเนี้ยบกว่านี้มันก็น่าจะทำได้นี่นา
ก่อนไปดูฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรใดๆทั้งสิ้น โดยเฉพาะกับมอส ^^" แล้วก็ออกมาไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ เป็นไปตามความคาดหมาย (ว่าธรรมชาติให้พี่เกิดมาเป็นอย่างงี้...จะว่าไปก็อนุมานดั่งเอาเอไลจาห์ วู้ดไปเล่นเป็นอารากอร์น...เอิ๊ก) มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เนาะคะ ภายนอกแล้วดูยังไงชารีฟคนนี้ก็ไม่เป็นทหารเอกราชองครักษ์หล่อล่ำสูงไปได้ คู่กับมิเชลล์แล้วเหมือนพี่กับน้อง แม้เสียงร้องดีขึ้นกว่าตอนออกเทปใหม่ๆ (มีหลงๆอยู่มั่งก็...เอาเหอะ) และแม้จะอัพกล้ามโชว์คนดูก็ตาม
นัท มีเรียสวยยย แสดงดีด้วย สามารถร้องไห้ไปร้องเพลงไปและทำสวยไปด้วยได้ในเวลาเดียวกัน ถือว่าไม่ธรรมดา น่าเสียดายที่ละครให้ความสำคัญกับ "ตรรกะความเป็นมิเชลล์" น้อยไปหน่อย คนดูได้เห็นแต่เธอร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า (อย่างกะรู้ว่านัทร้องไห้สวย เลยจับให้ร้องซะสองชั่วโมง) อยากมีความรัก อยากมีใครเข้าใจ เพราะโดนทิ้งโดนขว้างมาตลอด
ซึ่งคนดู (อย่างจขบ.) นึกไม่ออกเหมือนกันว่าแล้วมิเชลล์มีอะไรดีอีกบ้างที่คู่ควรกับรักแท้ นอกจากความสวยและความเป็นนางเอก เขาทำให้เรารู้ว่าแบ๊คกราวนด์ชีมันปวดร้าว แต่ characterisation อื่นๆมันไม่ใคร่จะมี น่าเสียดายที่บทส่งให้เธอร้องไห้แล้วก็ยืนบิดไปบิดมาทำท่ากระอักกระอ่วนตลอดเวลาเท่านั้นเอง (อ้อ แล้วก็เลิฟซีนท่าทางคุ้นๆตาไงไม่รุอีกหน่อย)
ญาญ่าหญิงที่แสดงเป็นแคชฟียา ก็ดีทีเดียว ดูร้ายดีค่ะ ร้ายแบบ...เห็นก็รู้ว่าร้าย และปมในใจไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในเมื่อทีมงานและนักแสดงเองก็เข้าใจว่าแคชฟียาไม่ใช่คนร้ายโดยกำเนิด สภาพแวดล้อม ความที่เป็นลูกคนรวย เคยใช้ชีวิตเปลืองๆที่เมืองนอก พอกลับมาฮิลฟาราเจอสภาพกดดันเข้าก็รับไม่ได้ บลาๆๆ แต่เปิดฉากมาดันให้ชีเป็นนางมารมาแต่ไกล แล้วก็ขี้หึงแค้นเจียนตายแบบงงๆพิกลค่ะ (อันนี้ไม่ค่อยเมคเซ้นส์อ่ะ เจ็บใจ โมโห โกรธ อันนี้นึกออก แต่ถึงขั้นมันต้องตายยยแล้วหัวเราะบ้าเสียสติไปเลยเนี่ย...มันอะไรวะ นู๋ไม่เก็ทอารมณ์พี่เลย เพลงก็ไม่ได้อธิบาย เห็นบอกแต่กรูแค้นนน)
วิทย์ AF1 ไปได้ดีกับบทโอมาน (แม้ว่าท่าหมุนตัวเตะแข้งเตะขามันจะดูเป็นการละเล่นบัลเล่ต์ไปหน่อย แต่ก็...พอได้อยู่) ส่วนศรัญยู ฉันว่าการแสดงดีมากๆ ร้องเพลงเพี้ยนนิดๆพออภัย ส่วนอีกคนที่เสียงดีอย่างน่าสนใจคือคนที่แสดงเป็นโรแบร์ แฟนแคชฟียาค่ะ ออกมาสองสามฉาก แต่สะดุดหูทีเดียวเชียว
แต่ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งที่รู้สึกคือ ดูยัไงมันก็ไม่เป็นละครเวทีค่ะ *เกาหัว* มันไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนมาร้องเพลงโชว์กับจินตลีลาประกอบเพลงมากกว่า ฉันไม่อินกับใบหน้ายิ้มแฉ่งของตัวประกอบขณะร้องรำทำเพลงเป็นหมู่คณะ ไม่ได้ต้องการให้ทำหน้าบึ้งนะ แต่มันดูไม่มีมิติ และดูเป็นงานโรงเรียนมากไปหน่อย
ไม่รู้ว่าเป็นที่ละครขาดมิติหรือตัวละครที่ขาดมิติ อย่างตัวมิเชลล์เอง พอได้ความรักแล้ว ก็แค่ฝันว่าจะอยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์ พอได้ซะมีแล้วก็เหมือนจะเลิกสนใจว่าสิทธิของผู้หญิงในฮิลฟาราเป็นยังไง ชีลืมอุดมคติตัวเองไปซะเฉยๆกลางทะเลทราย เป็นต้น
ดนตรีประกอบออกจะป๊อปจ๋าติดหู (บ้างก็คุ้นๆไงไม่รุ โดยเฉพาะฉากตลกของยูซุฟกับลูกๆ ได้กลิ่น Master of the House ของ Les Miserables จางๆ) ส่วนเนื้อร้อง โดยส่วนตัวฉันว่ายังไม่ลงตัว (กว่าจะดูจบ ดิฉันก็พาลเกลียดสระไอไปเลย โดยเฉพาะคำว่าใจ ไป ใคร ใช่มั้ย...นักแต่งเพลงสมัยนี้เขาคงไม่แต่งกลอนกันแล้วมั้งคะเลยนึกคำสัมผัสไม่ค่อยออก) ไม่มีลูกเล่นและยังขาดเสน่ห์
ระบบเสียงไม่ค่อยปลื้มเท่าที่ควรค่ะ (หรือเพราะนั่งใกล้เกินไปก็ไม่รู้ เสียงไม่น่ารื่นรมย์เลยอ่ะ) ชอบแบบพอดีๆแบบที่ศูนย์วัฒนธรรมมากก่า (สงสัยเพราะมันเก่าแล้วเลยไม่กระหึ่มละมั้ง กร๊ากก)
พอเถอะ ยาวละ สรุปว่าดูเพลินๆก็ดีจ๊ะ ไม่เสียความรู้สึกหรือเสียเวลาหรือเสียดายเงินเปล่า ให้คะแนนในความพยายาม แต่หักคะแนนในความพยายามที่ยังน้อยไปในบางจุด
อนึ่ง เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ที่ชื่อโคตรยาวจุคนได้ราวๆ 1400 ไม่ใหญ่หรือเน้นหะรูหะรา ออกแนวเรียบๆแต่ได้มาตรฐานมากกว่ามัง (แต่ตอนปีนกระไดขึ้น-ลงเพื่อเข้า-ออกโรงนี่สิ ต้องใช้พลังวัตรพอสมควรเหมือนกันแฮะ) ขนาดอบอุ่นกำลังดี เก้าอี้ใหม่นั่งสบายใช้ได้ ลดหลั่นดี หัวไม่บังกันด้วยจ๊ะ เสียแต่ทางเดินแคบไปหน่อยนึง
(ว่าแต่เมื่อไหร่ศูนย์วัฒนธรรมฯจะเปลี่ยนเก้าอี้ซะที? มันคงดีขึ้นอีกมากมายเลยโน๊ะ)
*
The Outs
เล่าให้อ่านกันดีก่า...จขบ.ไปดูฟ้าจรดทรายรอบปฐมทัศน์มาเมื่อคืนวันที่ 23 ค่ะ ด้วยความบังเอิญโชคดี 'จานแม่ของคุณคนนี้ปันบัตรไฮโซววว...จากท่านเจ้าของบัตรไฮโซวววคนหนึ่งมาให้ ในบัตรเชิญระบุว่ามีค๊อกเทลตอนห้าโมงครึ่ง ประมาณทุ่มนึงจะเคลียร์พื้นที่ (a.k.a ปิดถนนรอขบวนเสด็จฯ) และละครเวทีเริ่มทุ่มครึ่ง จากนั้นจึงมี After the Show Party ขุนกันเข้าไป
เนื่องจากไม่สนใจงานหางไก่ จขบ.กับคุณคนเดิมจึงออกจากบ้านกันตอนห้าโมงครึ่ง แล้วก็พบว่ารถติดมว้ากกกส์ (ปกติขึ้นทางด่วนไปศูนย์วัฒนธรรมง่ะ ไม่เคยรับรู้ว่าพระราม 7 มันโคตรพ่อโคตรแม่เพียงนั้น) พอถึงแล้ว เจอตำรวจกั้นไม่ให้รถยูเทิร์นตรงหน้าเอสพลานาดอีก กรี๊ด จะเอาอะไรกะกรู๊ววว ที่จอดรถเอสพลานาดก็ห่วยสมเป็นเครือเมเจอร์ดีนะคะ ที่ไม่พอต้องไปปีนป่ายบนตึกข้างๆแทนด้วย (มันออกแบบมากะให้คนเดินมาจากบ้านหรือไงฟระคะ องค์ลงทันที กลายร่างเป็นแท๊กซี่ตีนผีขี้โมโห ฮา)
กล่าวโดยสรุปว่า ทันปาดหน้าขบวนเสด็จพอดี ประมาณว่าลิฟท์เปิดพร้อมๆกะเพลงสรรเสริญฯ
(อันนี้แถวบ้านเรียกว่า 'เวลาพ่อมด' ชิมิเคอะ ไม่เคยมาสายและไม่เคยมาก่อนเวลา - -")
ปล. ไม่ได้เอาลูกชายไป พอจอดรถเสร็จละก็ลืมเอามือถือไปอีกตะหาก เลยไม่ได้ถ่ายรูปซักกะนิด ว้า...(รูปตัวเองกะคุณคนนี้ก็ไม่มีอ่ะ - -") อุตส่าห์ได้หายใจรดต้นคอป้าเบิร์ด และอยู่กลางดงดาราทั้งที่ กร๊าก
จบจ๊ะ

