WryWriting

*

The Ins

เนื่องจากเคยอ่านฟ้าจรดทรายมาเมื่อนานโข สมัยยังสุกใสไร้สมอง เอ๊ย เดียงสา ตอนนี้จำรายละเอียดในนิยายไม่ได้แหล่ว จึงไม่ขอไม่เปรียบเทียบกับนิยายนะคะ เม้าท์เฉพาะที่ดูในละครเวทีเวอร์ชั่นนี้ก็ละกัน

พิมพ์ไปพิมพ์มาคิดว่าน่าจะมีสะปอยมั่งนะคะ แต่ถึงอย่างไรพล็อตมันก็เดาได้ตามสากลนิยมอยู่แล้วแหละ เขาเล่นกันอีกตั้ง 45 รอบ เรื่องย่อคร่าวๆก็เป็นว่ารักกลางทะเลทราย หน้าที่กับความรัก ความรักระหว่างชาติพันธุ์ วัฒนธรรมที่แตกต่าง ชารีฟกับฟาซาล...ไม่ใช่ละ ชารีฟกับมิเชลล์ตะหากนะเออ

ฉากเปิดมาที่ฮิลฟารา เมืองสมมติทางแถบตะวันออก ตามมาด้วยการเปิดตัวนางเอกกับฉากลงจากเครื่องบินเปเปอร์มาร์เช่ (ที่งานดูเผาๆไงไม่รุ...แล้วก็ดูคุ้นๆตาไงไม่รู้อีกเหมือนกัน เอิ๊ก) โดยส่วนตัว ฉันว่าฉาก คอสตูมและบรรดาอุปกรณ์ต่างๆมันไม่ค่อยเวิร์คเลยค่ะ เทียบกับโปรดักชั่นขนาดนี้ ไหงมันดูกิ๊กก๊อกป๊อกเด้งยิ่งกว่าละครมหา'ลัย (ละครมหาลัยบางเรื่องยังทำให้รู้สึกชื่นชมในความครีเอทถีบได้มากกว่า)

โดยเฉพาะดาบที่แบบว่า...เอ่อม เด็กคอสเพลย์เขายังไม่ใช้กันเลยมั้งเพ่ แถมเวลาสู้กันแล้วได้ยินเสียงพลาสติกชนกันดังปั๊บๆด้วย (เผลอคิดเลยเถิดว่าเดี๋ยวโอมานกะชารีฟจะปล่อยแสงใส่กัน) กระจอกอะไรจะปานนั้น

ฉันทราบว่าอาวุธในละครไม่ควรเป็นของมีคมที่ทำอันตรายได้ แต่ก็ไม่ต้องให้มันเหมือนของเล่นงานวัดขนาดนั้นก็ได้น่ะ บางฉาก บางซีนก็เห็นชัดๆเลยว่าจงใจทำไว้เพราะเดี๋ยวตัวละครต้องใช้ (อย่างน่าเกลียดคงเป็นเชือกแดงห้อยโหนเส้นนั้น มันแบบว่า...คุ้นๆไงไม่รุ แล้วก็ไม่ฮือฮาเรยอ่า) สรุปว่าไม่ตื่นตาตื่นใจกับฉากเท่าที่ควรค่ะ ฉันเชื่อว่าถ้าจะลงทุนทำให้เนียนและเนี้ยบกว่านี้มันก็น่าจะทำได้นี่นา

ก่อนไปดูฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรใดๆทั้งสิ้น โดยเฉพาะกับมอส ^^" แล้วก็ออกมาไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ เป็นไปตามความคาดหมาย (ว่าธรรมชาติให้พี่เกิดมาเป็นอย่างงี้...จะว่าไปก็อนุมานดั่งเอาเอไลจาห์ วู้ดไปเล่นเป็นอารากอร์น...เอิ๊ก) มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เนาะคะ ภายนอกแล้วดูยังไงชารีฟคนนี้ก็ไม่เป็นทหารเอกราชองครักษ์หล่อล่ำสูงไปได้ คู่กับมิเชลล์แล้วเหมือนพี่กับน้อง แม้เสียงร้องดีขึ้นกว่าตอนออกเทปใหม่ๆ (มีหลงๆอยู่มั่งก็...เอาเหอะ) และแม้จะอัพกล้ามโชว์คนดูก็ตาม

นัท มีเรียสวยยย แสดงดีด้วย สามารถร้องไห้ไปร้องเพลงไปและทำสวยไปด้วยได้ในเวลาเดียวกัน ถือว่าไม่ธรรมดา น่าเสียดายที่ละครให้ความสำคัญกับ "ตรรกะความเป็นมิเชลล์" น้อยไปหน่อย คนดูได้เห็นแต่เธอร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า (อย่างกะรู้ว่านัทร้องไห้สวย เลยจับให้ร้องซะสองชั่วโมง) อยากมีความรัก อยากมีใครเข้าใจ เพราะโดนทิ้งโดนขว้างมาตลอด

ซึ่งคนดู (อย่างจขบ.) นึกไม่ออกเหมือนกันว่าแล้วมิเชลล์มีอะไรดีอีกบ้างที่คู่ควรกับรักแท้ นอกจากความสวยและความเป็นนางเอก เขาทำให้เรารู้ว่าแบ๊คกราวนด์ชีมันปวดร้าว แต่ characterisation อื่นๆมันไม่ใคร่จะมี น่าเสียดายที่บทส่งให้เธอร้องไห้แล้วก็ยืนบิดไปบิดมาทำท่ากระอักกระอ่วนตลอดเวลาเท่านั้นเอง (อ้อ แล้วก็เลิฟซีนท่าทางคุ้นๆตาไงไม่รุอีกหน่อย)

ญาญ่าหญิงที่แสดงเป็นแคชฟียา ก็ดีทีเดียว ดูร้ายดีค่ะ ร้ายแบบ...เห็นก็รู้ว่าร้าย และปมในใจไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในเมื่อทีมงานและนักแสดงเองก็เข้าใจว่าแคชฟียาไม่ใช่คนร้ายโดยกำเนิด สภาพแวดล้อม ความที่เป็นลูกคนรวย เคยใช้ชีวิตเปลืองๆที่เมืองนอก พอกลับมาฮิลฟาราเจอสภาพกดดันเข้าก็รับไม่ได้ บลาๆๆ แต่เปิดฉากมาดันให้ชีเป็นนางมารมาแต่ไกล แล้วก็ขี้หึงแค้นเจียนตายแบบงงๆพิกลค่ะ (อันนี้ไม่ค่อยเมคเซ้นส์อ่ะ เจ็บใจ โมโห โกรธ อันนี้นึกออก แต่ถึงขั้นมันต้องตายยยแล้วหัวเราะบ้าเสียสติไปเลยเนี่ย...มันอะไรวะ นู๋ไม่เก็ทอารมณ์พี่เลย เพลงก็ไม่ได้อธิบาย เห็นบอกแต่กรูแค้นนน)

วิทย์ AF1 ไปได้ดีกับบทโอมาน (แม้ว่าท่าหมุนตัวเตะแข้งเตะขามันจะดูเป็นการละเล่นบัลเล่ต์ไปหน่อย แต่ก็...พอได้อยู่) ส่วนศรัญยู ฉันว่าการแสดงดีมากๆ ร้องเพลงเพี้ยนนิดๆพออภัย ส่วนอีกคนที่เสียงดีอย่างน่าสนใจคือคนที่แสดงเป็นโรแบร์ แฟนแคชฟียาค่ะ ออกมาสองสามฉาก แต่สะดุดหูทีเดียวเชียว

แต่ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งที่รู้สึกคือ ดูยัไงมันก็ไม่เป็นละครเวทีค่ะ *เกาหัว* มันไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนมาร้องเพลงโชว์กับจินตลีลาประกอบเพลงมากกว่า ฉันไม่อินกับใบหน้ายิ้มแฉ่งของตัวประกอบขณะร้องรำทำเพลงเป็นหมู่คณะ ไม่ได้ต้องการให้ทำหน้าบึ้งนะ แต่มันดูไม่มีมิติ และดูเป็นงานโรงเรียนมากไปหน่อย

ไม่รู้ว่าเป็นที่ละครขาดมิติหรือตัวละครที่ขาดมิติ อย่างตัวมิเชลล์เอง พอได้ความรักแล้ว ก็แค่ฝันว่าจะอยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์ พอได้ซะมีแล้วก็เหมือนจะเลิกสนใจว่าสิทธิของผู้หญิงในฮิลฟาราเป็นยังไง ชีลืมอุดมคติตัวเองไปซะเฉยๆกลางทะเลทราย เป็นต้น

ดนตรีประกอบออกจะป๊อปจ๋าติดหู (บ้างก็คุ้นๆไงไม่รุ โดยเฉพาะฉากตลกของยูซุฟกับลูกๆ ได้กลิ่น Master of the House ของ Les Miserables จางๆ) ส่วนเนื้อร้อง โดยส่วนตัวฉันว่ายังไม่ลงตัว (กว่าจะดูจบ ดิฉันก็พาลเกลียดสระไอไปเลย โดยเฉพาะคำว่าใจ ไป ใคร ใช่มั้ย...นักแต่งเพลงสมัยนี้เขาคงไม่แต่งกลอนกันแล้วมั้งคะเลยนึกคำสัมผัสไม่ค่อยออก) ไม่มีลูกเล่นและยังขาดเสน่ห์

ระบบเสียงไม่ค่อยปลื้มเท่าที่ควรค่ะ (หรือเพราะนั่งใกล้เกินไปก็ไม่รู้ เสียงไม่น่ารื่นรมย์เลยอ่ะ) ชอบแบบพอดีๆแบบที่ศูนย์วัฒนธรรมมากก่า (สงสัยเพราะมันเก่าแล้วเลยไม่กระหึ่มละมั้ง กร๊ากก)

พอเถอะ ยาวละ สรุปว่าดูเพลินๆก็ดีจ๊ะ ไม่เสียความรู้สึกหรือเสียเวลาหรือเสียดายเงินเปล่า ให้คะแนนในความพยายาม แต่หักคะแนนในความพยายามที่ยังน้อยไปในบางจุด

อนึ่ง เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ที่ชื่อโคตรยาวจุคนได้ราวๆ 1400 ไม่ใหญ่หรือเน้นหะรูหะรา ออกแนวเรียบๆแต่ได้มาตรฐานมากกว่ามัง (แต่ตอนปีนกระไดขึ้น-ลงเพื่อเข้า-ออกโรงนี่สิ ต้องใช้พลังวัตรพอสมควรเหมือนกันแฮะ) ขนาดอบอุ่นกำลังดี เก้าอี้ใหม่นั่งสบายใช้ได้ ลดหลั่นดี หัวไม่บังกันด้วยจ๊ะ เสียแต่ทางเดินแคบไปหน่อยนึง

(ว่าแต่เมื่อไหร่ศูนย์วัฒนธรรมฯจะเปลี่ยนเก้าอี้ซะที? มันคงดีขึ้นอีกมากมายเลยโน๊ะ)

*

The Outs

เล่าให้อ่านกันดีก่า...จขบ.ไปดูฟ้าจรดทรายรอบปฐมทัศน์มาเมื่อคืนวันที่ 23 ค่ะ ด้วยความบังเอิญโชคดี 'จานแม่ของคุณคนนี้ปันบัตรไฮโซววว...จากท่านเจ้าของบัตรไฮโซวววคนหนึ่งมาให้ ในบัตรเชิญระบุว่ามีค๊อกเทลตอนห้าโมงครึ่ง ประมาณทุ่มนึงจะเคลียร์พื้นที่ (a.k.a ปิดถนนรอขบวนเสด็จฯ) และละครเวทีเริ่มทุ่มครึ่ง จากนั้นจึงมี After the Show Party ขุนกันเข้าไป

เนื่องจากไม่สนใจงานหางไก่ จขบ.กับคุณคนเดิมจึงออกจากบ้านกันตอนห้าโมงครึ่ง แล้วก็พบว่ารถติดมว้ากกกส์ (ปกติขึ้นทางด่วนไปศูนย์วัฒนธรรมง่ะ ไม่เคยรับรู้ว่าพระราม 7 มันโคตรพ่อโคตรแม่เพียงนั้น) พอถึงแล้ว เจอตำรวจกั้นไม่ให้รถยูเทิร์นตรงหน้าเอสพลานาดอีก กรี๊ด จะเอาอะไรกะกรู๊ววว ที่จอดรถเอสพลานาดก็ห่วยสมเป็นเครือเมเจอร์ดีนะคะ ที่ไม่พอต้องไปปีนป่ายบนตึกข้างๆแทนด้วย (มันออกแบบมากะให้คนเดินมาจากบ้านหรือไงฟระคะ องค์ลงทันที กลายร่างเป็นแท๊กซี่ตีนผีขี้โมโห ฮา)

กล่าวโดยสรุปว่า ทันปาดหน้าขบวนเสด็จพอดี ประมาณว่าลิฟท์เปิดพร้อมๆกะเพลงสรรเสริญฯ

(อันนี้แถวบ้านเรียกว่า 'เวลาพ่อมด' ชิมิเคอะ ไม่เคยมาสายและไม่เคยมาก่อนเวลา - -")

ปล. ไม่ได้เอาลูกชายไป พอจอดรถเสร็จละก็ลืมเอามือถือไปอีกตะหาก เลยไม่ได้ถ่ายรูปซักกะนิด ว้า...(รูปตัวเองกะคุณคนนี้ก็ไม่มีอ่ะ - -") อุตส่าห์ได้หายใจรดต้นคอป้าเบิร์ด และอยู่กลางดงดาราทั้งที่ กร๊าก

จบจ๊ะ

มารวบยอดตอบคำถามเนื่องด้วยวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ว่างงง เกิดดำริว่าอยากตอบคำถามที่เคยเห็นในบ๊อกแต่ไม่ได้ตอบ (ลืม)

*

FAQ

Q: ช่วยอัพ Depapepe ให้หน่อยได้ม้า?

A: คำถามยอดฮิตที่เจออยู่ตลอด แต่ว่าต้องขออภัยค่ะ หมดโปรโมชั่นไปแล้ว จขบ.เคยอัพเพลงพี่เหยินขึ้น yousendit ไปหลายหนอยู่ เลยตั้งใจว่าจะไม่อัพแล้ว เดี๋ยวเขาขายของไม่ได้ นึกเสียว่าเราไม่มีวาสนาต่อกันละกันนะคะ *กรีดน้ำตา*

อนึ่ง อาเจ๊เอ็นจีโอคนนี้ยังอัพ Depapepe อยู่เนืองๆค่ะ สนใจไปติดต่อดูได้ (เพราะจุดประสงค์แรกเริ่ม เราก็ช่วยมันอัพโหดทำมาหากินนี่แหละ)

Q: ทำไมฟังเพลงในเอ็นทรีเก่าๆไม่ได้?!

A: ไฟล์มันถูกลบไปแล้วน่ะเซ่ ปกติเพลงที่เปิดในเอ็นทรีมีชีวิตอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมงเท่านั้น เพื่อประหยัดแบนด์วิธ (ของฟรีที่ดิฉันมีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย)

Q: สอนทำธีมหน่อย

A: อันนี้ก็เจอบ่อยๆ แต่ตอบไม่เคยถูกสักทีเพราะจริงๆแล้วจขบ.โง่เรื่องเทือกนี้ กะแค่วัดขนาดให้ออกมาพอดีมันยังทำไม่ได้ (จนเลิกความคิดที่จะทำอะไรหะรูหะราอย่างงี้ไปละ คือ...มันเบี้ยวตลอดจนขอทำใจ กร๊าก) สังเกตได้ว่าธีมบล๊อกนี้เรียบง่ายทุกอัน (เลือกทำเท่าที่ทำเป็นไง) ทุกอย่างที่เห็นอยู่ในนี้ก็เลยไม่มีอะไรพิสดารให้สอนอ่ะ

ถ้ายังยืนยันว่าสนใจ ถามมาเป็นข้อๆไปดีกว่าว่าอยากได้ยังไง ตอบได้จะตอบให้จ๊ะ

Q: เราชอบ (เติมชื่อในช่องว่าง) ทำไมจขบ.ไม่ชอบ?!

A: ก็มันไม่ชอบนิ *ดิ้นปัดๆ* ความไม่ชอบเป็นเลเวลหนึ่งที่ไม่ถึงกับความเกลียดนะคะ เช่นว่าฉันไม่ปลื้ม Il Divo นั่นก็เพราะรู้สึกว่าฉันฟังน้าๆลุงๆร้องเพลงโอเปร่ามันก็เวิร์คอยู่แล้ว (ก็ไม่ได้ฟังเยอะแยะอะไรหรอกค่ะ อย่าเข้าใจผิดไป) ยังไง Il Divo ก็ยังไม่โดนอ่ะ

เช่นเดียวกับนักเขียน Haruki Murakami เขามีแฟนๆเยอะเชียว แต่ฉันไม่ชอบเท่าไหร่ (เคยชอบ Norwegian Wood เล่มเดียว) ก็เท่านั้นเอง เอิ๊ก

Q: ช่วยแนะนำหนังสือแนวนี้ (ลึกลับแฟนตาซี) ให้อ่านหน่อย / คุณ chicham

A: มันกว้างจังนิ แนะนำได้ แต่ไม่รู้จะใช่แนวที่คุณชอบรึเปล่านะ แบบว่ามันมีหลายปัจจัย เช่นไม่รู้ว่าคุณ chicham (ถ้ายังกลับมาอ่านที่นี่นะคะ เห็นว่าไม่มี log-in) อ่านภาษาอังกฤษรึเปล่า อ่านแนวเยาวชนหรือแนวผู้ใหญ่ หนังสือแนว "นี้" ที่ว่าชอบๆมีเรื่องอะไรบ้างเผื่อจะได้ใช้เป็นแนวทาง

เอนี่เวย์ พูดถึงแนวลึกลับแฟนตาซี จขบ.นิยม The Historian ของ Elizabeth Kostova ที่เป็นการเอาเรื่องของท่านเคานท์ Dracula มาเล่าใหม่ เป็นประวัติชีวิตอันยาวยืดของท่านเคานท์และนางเอกของเรื่องที่ต้องไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Dracula (แต่มันไม่น้ำเน่าอย่างที่คิดหรอก มันซับซ้อนกว่านั้นแยะ รายละเอียดถี่ยิบสมเป็นเรื่องของ 'นักประวัติศาสตร์') หนังสือเล่มหนาใช้บริหารกล้ามได้ดีมาก ภาษาละเอียดลออจนอาจรำคาญได้ แต่มันละเอียดดีนะคะ และคุมโทนเรื่องใช้ได้ บรรยาย Gothic โบราณแจ่มๆ มีข่าวว่ากำลังจะมีแปลเป็นภาษาไทยในอนาคต (ซึ่งคงเป็นงานมหาโหดอย่างมากเลยทีเดียว)

ซีรีส์ The Dark Tower ของป๋า'ตี๊ป (Stephen King) ก็ลึกลับแฟนตาสี่ดีมิใช่น้อย เป็น Lord of the Rings เวอร์ชั่นคาวบอยทะลุมิติ (ยิ่งถ้าเคยอ่านหนังสือของสตีเฟน คิง จะยิ่งเข้าถึงอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้นไปอีก จนอดคิดไม่ได้ว่าตอนจบจะมีมนุษย์ต่างดาวเลือดสาดโผล่มามั้ยวะ) แปลเป็นไทยแล้วสองเล่มจากทั้งหมด 7 เล่มโดยสนพ. Bliss ค่ะ ใช้ชื่อไทยว่า 'หอคอยทมิฬ'

Q: เล่น GE อยู่ เจอใครก็ไม่รู้ชื่อเหมือนจขบ.เด๊ะๆ อยากทราบว่าใช่อ่ะป่าว / คุณ park

A: เดาว่า Vendetta คงเป็นชื่อแฝงที่โหลใช้ได้นับแต่ V for Vendetta นั่นแหละฮ่ะ จขบ.เล่นเกมไม่เป็นจ๊ะ (อยากเล่นนะ GE น่ะ มันสวยดี กร๊ากก แต่เจือกเกิดมาเล่นเกมไม่เป็นจริงๆ เคยลองแล้ว พวก Sims ไรเงี้ย แต่นอกจากเบื่อแล้วยังงงอีกต่างหาก ทำไมมันยากจังวะ - -") ดังนั้นจึงไม่ใช่แน่นอน

Q: ตอนจบ (Hannibal) ที่เขาเปลี่ยน...มันเป็นยังไง มีอีกภาคที่เป็นบทสรุปของเรื่องนี้หรือเปล่า / คุณ Fortune

A: ในหนังสือ Hannibal จบเพอร์เฟคท์ค่ะ (ผึง!) จากนี้เป็นสปอยเลอร์นะคะ

.

ฮันนิบาลลวงคลาริซไปอยู่ด้วย ใช้วิธีการบำบัดจิตและยาบางขนานในการควบคุมพฤติกรรมของคลาริซ ด๊อกเตอร์พยายามเปลี่ยนคลาริซให้เป็น Mischa น้องสาวที่ตายไปในสงคราม (ดูรายละเอียดได้จากภาค Hannibal Rising)

แต่จุดหักมุมอยู่ตรงที่ ฮันนิบาลควบคุมคลาริซไม่ได้ค่ะ ปรากฎว่ามันเป็นภาวะสมยอมไปซะงั้น และเธอยินยอมพร้อมใจไปกับเขาเอง o.O' คนเขียนไม่ได้สรุปอย่างชัดเจนว่าสองคนนี้เขาอินเลิฟกันหรือไร แต่ตามความเข้าใจของคนอ่านอย่างเราๆ เชื่อว่าฮันนิบาลและคลาริซไม่ใช่คู่รักฮอลลีวู้ด เพราะฮันนิบาลดูแลคลาริซแบบเด็กในสังกัด (แกเห็นเงาของน้องสาวอยู่ตลอดแหละ) ส่วนคลาริซก็กลายเป็นฮันนิบาล เลคเตอร์ที่ไม่รู้สึกอะไรกับการฆ่า อีกนัยหนึ่ง การบำบัดจิตของด๊อกเตอร์เป็นการปลุก personality ที่ถูกข่มไว้ตั้งแต่กำเนิดของคลาริซขึ้นมานั่นเอง

การจบแบบนี้ ทำให้ Jodie Foster (คลาริซในภาค The Silence of the Lambs) รับไม่ได้ เลยไม่ยอมมาเล่น แล้วผกก.หนังก็บ้าจี้เปลี่ยนตอนจบเสียจนสะอาดสะอ้าน (ทำเอาเกลียดริดลีย์ สก๊อตต์ไปพักนึงเลยอ่ะ) ทั้งที่ถ้ามาคิดๆดู คลาริซกับฮันนิบาลเหมือนเงาของกันและกันค่ะ มีแบบแผนทางความคิดที่คล้ายคลึงกัน และฮันนิบาลก็เล็งเห็นตรงนั้นมาตั้งแต่ในภาค The Silence of the Lambs

.

ในส่วนของคำถามที่สองที่ว่าจะมีบทสรุปของ Hannibal Lecter ออกมารึเปล่า...ยังไม่ทราบค่ะ แต่ที่แน่ๆคนเขียนแกเซ็นต์สัญญากับสนพ.ไปแล้วอ่ะว่าจะเขียนอีกเล่ม แฟนๆเขาลือกันว่าจะเป็นตอนต่อของ Hannibal Rising (ช่วงวัยรุ่นของฮันนิบาลที่ย้ายมาอยู่อเมริกาแล้ว) มากกว่าจะเป็นภาคต่อจาก Hannibal (เพราะการที่ด๊อกเตอร์แกได้คลาริซไปเป็นเด็กในคอนโทรลเนี่ย มันก็จบบริบูรณ์ไปแล้วนะ)

*

7 ข้อพอประมาณ ในที่สุดก็ได้ทยอยตอบแล้น XD

เอ็นทรีนี้จาก Y ถึง Y ค่ะ o.O' ใครหลงเข้ามาโดยบังเอิญ งงๆว่าอะไรวะวายๆ เอาไว้กลับมาอ่านอย่างอื่นในคราวหน้าแล้วกันนะฮ้า

เนื่องจากได้รับแถกมาจากพป.มาสองวันละ ว่าด้วยประวัติศาสตร์เผ่าพันธุ์วายของตัวเอง โดยคำถามมีอยู่ว่า (ขอก๊อปปี้โดยละม่อม)

'แต่ละ fandom ที่คุณชื่นชอบนั้น คุณเริ่มต้นชอบมันได้อย่างไร และใครเป็นผู้ induce หรือคะ? '

คาดว่าออกแนวคล้ายๆกับที่พบจ.เคยเล่นไปเมื่อก่อนหน้านี้(Which fandoms are you in? -เป็นมิตรรักแฟนเกินอยู่ในวงการไหนกันบ้าง)ไหนๆก็ไหนๆ เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานและพื้นที่ ก็เลยเอามารวมกันซะเลยดีกว่า

*

The Tagging System

ขอลงแถกก่อน เพราะเอ็นทรีท่าจะยาว เผื่อขี้เกียจอ่าน ตามตำราแล้วมีผู้โชคดีดังนี้

D.M. : ข่าวกรองมาแล้วว่าดี.เอ็ม.อยากเล่นนน...

หน่องเซ่ : มามะ มาเล่นๆ

บบบบบ. : ได้ข่าวว่าป่วย ถ้าหายละก็มาเล่นกันนะตะเอ๊ง

พผ : พี่ผึ้งต้องมีประวัติศาสตร์อันโชกโชนแน่นอน ทุกคนมั่นใจ XD

น้อง Plariex : ไม่แน่ใจว่าเป็นฉาววายรึเปล่า ถ้าไม่วายก็เอาเป็น fandom ที่ชื่นชอบสิงอยู่ก็ได้นะจ๊ะ :D

*

The Once and Future Fan

บอกก่อนว่าจขบ.เป็นสาววายคิดมากที่ชอบพื้นเรื่องที่เหลือที่ว่างให้จินตนาการต่อได้ และชอบความสัมพันธ์แบบ hidden agendaมากกว่าอะไรที่ชัดเจนไปเลย (เช่น ดู Brokeback Mountain แล้วเฉยๆ ชอบตัวหนังกับหนังสือที่มีสารสื่อออกมา แต่ไม่คิดจะจิ้นต่อ) ไม่ต่อต้านคู่ความสัมพันธ์ธรรมดา (ถ้ามันดีและมีองค์ประกอบที่เราชอบ) สรุปคือเน้นว่าเราจะสามารถ "อ่านระหว่างบรรทัด" ได้มากแค่ไหน และ fanfic ที่ผลิตออกมาตามแฟนด้อมนั้นน่าอ่านน่าติดตาม เวิร์คมากเวิร์คน้อยประการใด

(ชีวิตแฟนเกิร์ลต้องสู้จริงๆเล้ย - -")

ไม่เรียงตามลำดับแต่อย่างใด คิดอะไรออกก็พิมพ์โลดจ๊ะ เพราะสารภาพว่าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเริ่มวายอย่างเป็นหลักเป็นฐานได้ตั้งแต่เมื่อไหร่

William Shakespeare's The Tragedy of Hamlet, Prince of Denmark

Induced by -

O good Horatio, what a wounded name,
Things standing thus unknown, shall live behind me!
If thou didst ever hold me in thy heart
Absent thee from felicity awhile,
And in this harsh world draw thy breath in pain,
To tell my story.

: จริงจังนะเนี่ย fandom เนี้ย ^^" แม้ว่าตามหลักวิชาเกินแล้วมันจะไม่มีอะไรในกอวายแต่ได้ข่าวว่าใกล้ตายแล้วยังอุตส่าห์ขอฝากรักไว้ในอ้อมใจได้ขนาดนี้ (จริงๆแล้วเหตุที่แฮมเล็ตหมางเมินพูดจาน้องหมาไม่เห่ากับโอฟิเลียซะขนาดนั้นเป็นเพราะปันใจให้หนุ่มอื่นมานานแระแน่นอน เอิ๊ก) ถ้าอ่านแล้วจินตนาการไม่บรรเจิดนู๋ก็ไม่ใช่สาววายแล้วค่ะ

Anne Rice's The Vampire Chronicles

Induced by -

: อันนี้อาจจะมาแปลกนิดหน่อยตรงที่ฉันชอบ VC นะคะอ่าน Interview with the Vampire เป็นเล่มแรก แต่กลับไม่ใช่เล่มที่ชอบ และไม่ใช่เล่มที่เป็นนาฬิกาปลุกวาย o.O' อาจจะเพราะหลุยส์มันง้องแง้ง whiny ซะเหลือเกินก็เป็นได้ กล่าวคือมันน่าเบื่อเมื่อเทียบกับเล่มต่อๆมาในซีรีส์ และถ้าพูดถึงเฉพาะแต่ตัวหนัง...โดยรวมมันก็ดีนะ (แต่ป้าแอนน์เองกลับไม่ชอบแฮะ ฮาดีค่ะ) แต่รับน้าแบนฯที่เป็นอาร์มันด์ไม่ได้

ดังนั้นเลยไม่นิยมคู่มหาชนเลอสตัท/หลุยส์ใน IWTV เท่าไหร่มาสมัครใจเข้า fandom ของป้าแอนน์เมื่อตาม The Vampire Lestat ไปจนจบ Queen of the Damned (สองเล่มนี้ต้องอ่านต่อกันทันทีค่ะ มันส์มั่กๆ)เล่มที่เป็นสแตนด์อะโลนของซีรีส์ไปเลยอย่าง Tale of the Body Thief ก็มีพล็อตที่สนุกของมันเองอยู่แล้ว(และอาการพ่อแง่แม่งอนของหลุยส์กับเลอสตัทมันน่าร้ากกกซะก็เล่มนี้แหละค่ะ) เริ่มเกลียดหลุยส์อย่างจริงจังตอนอ่าน Merrick เอ่อม...ป้าแอนน์อ่ะ ทำไปได้

อีกทีก็ The Vampire Armand ที่ถือเป็นสวรรค์ของสาววาย โดยส่วนตัวฉันว่าอาร์มันด์เป็นคาแรกเตอร์ที่น่าสนใจมาก เพราะอารมณ์มันขึ้นๆลงๆแต่โดยรวมแล้วแอบเลว ฮา อาร์มันด์ในแต่ละเล่มไม่เหมือนกันเลยค่ะ และถ้าถามถึงคู่โปรดใน fandom นี้ก็คงเป็นมาริอุส/อาร์มันด์นี่แหละ แม้ว่าเลอสตัท/อาร์มันด์ก็ชอบเช่นกัน (แรดทั้งคู่ มันส์ดี)

เลิกเป็นแฟนเกินแวมไพร์ของป้าแอนน์ก็เมื่อป้าเกิดเพี้ยนเขียนให้เลอสตัทมันเฮี้ยนอยากเป็นฮีโร่กู้โลก แบบว่า...สิ้นสุดกันที - -"

Count Cain Series

Induced by -

:จะว่าเป็นแฟนเกินเฉพาะเรื่องนี้คงไม่ถูกต้องเท่าไหร่ เพราะเป็นแฟนการ์ตูน Kaori Yuki โดยรวมๆมากกว่า แต่เรื่องนี้ชอบบรรยากาศและสไตล์เรื่องเป็นทุนเดิม ถึงเจ๊แกจะยืนยันว่าไม่ใช่เจ้าแม่โกธิค แต่ดูการ์ตูนของ she แต่ละเรื่องสิ! ออกมาสร้างแฟชั่นระบาดได้ซะเพียงนี้ โดยส่วนตัวฉันชอบภาคเก่ามากกว่าภาค God Child ล่ะ แต่ก็ชอบที่มันจบแบบนี้นะคะ มันคงจบแบบอื่นที่ดีกว่านี้ไปไม่ได้มากไปกว่านี้หรอก (แม้ว่าจะเดาได้และเดาง่ายมากไปหน่อย...รู้สึกเหมือนไปๆมาๆ ซีรีส์เคานท์เคนมันก็ Angel Sanctuary ฉบับย่อดีๆนี่เองวุ้ย แต่เอาเหอะ คนเขียนคงหมดมุขแล้วละมั้ง)

Sakurazuka Seishiro/ Sumeragi Subaru

Induced by -

:เจาะจงว่าต้องเป็น Subaru ใน X ด้วยนะ ไม่ใช่ใน Tokyo Babylon (ส่วนคุณเซย์ฯจะมาจากไหนก็ได้ ไม่เป็นไร กร๊าก) เฉยๆกับความสัมพันธ์ของคู่นี้ในโตเกียว บาบิโลนเลยล่ะฮ่ะอาจจะเพราะเรื่องมันเก่า แคลมป์ไม่ได้คิดอะไรไกลโข หรือเรามันไม่ดีเอง แต่รู้สึกว่าคาแรกเตอร์ของซูบารุในโตเกียว บาบิโลนมันแบนมาก-ม้ากมาก แมรี่ซูหน่อมแน้มเกิน พัฒนาการก็ไม่ได้ชวนเชื่อสักเท่าไหร่

แต่แล้วพอมาถึง X ความซับซ้อนทางอารมณ์ของ Subaru ก็ชัดเจนขึ้น น่าสนใจขึ้นมากๆ (หรือเพราะโตแล้วใช้งานได้ดีแล้วด้วยอ๊าง ไม่ใช่ละ) มีช่องว่างที่ไม่กว้างเกินไปจนโบ๋แต่ไม่แคบจนคิดอะไรไม่ออกให้คิดต่อได้เยอะเลยว่าตกลงคู่นี้มันยังไงแน่

(แต่ก็หาฟิกอ่านโคตรยากเลยง่ะ ยังไม่เจอเรื่องที่ชอบๆเลย T__T)

MALICE MIZER

Induced by -

: รู้จักวงนี้ครั้งแรกจากเพื่อนที่ได้วีดีโอ Bel air ~de l'image~ มาจากไหนไม่รู้รับชมเข้าไปหนแรกถึงกับประทับใจสุดขีด ชอบม้ากกก วงอะไรเนี่ย เว่อร์เสียสติ (คือชอบอะไรพีเรียดๆเป็นทุนเดิม แล้วหนังเงียบตัวนี้มันก็หรูซ้า...) เปรี้ยวได้อีกแปลกใหม่สำหรับเจ-ร็อคยุคนั้น สไตล์เพลงก็เก๋ แฟนๆยังสามารถใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการมานั่งพิจารณา theme ของมันในแต่ละชุดด้วยว่ามันเล่นอะไรของมันกันเนี่ย?! สนุกสนานมากมาย สรุปว่าหมดตัวและรักหมดใจ อ๊าง

แล้วก็เลยชอบ Gackt กะ mana น้าแกร่กนั้นด้วยเหตุผลง่ายๆคือมันหน้าตาดีว่ะ กร๊าก (กล่าวคือศัลยกรรมและมุมกล้องช่วยท่านได้) เสียงมีเอกลักษณ์ ตอนนั้นยังปิ๊งๆน่าฟังอยู่ (ส่วนตอนนี้ก็ห่วยซะ)ให้คะแนนเสริมเนื่องจากมีความสามารถพิเศษใส่ส้นตึกนั่งไขว่ห้างเล่นเปียโนได้ แล้วก็หลงเจ๊หญิงที่ใส่ถุงมือเล่นกีตาร์ใน PVท่าชีช่างกระแดะสุดๆ (ใครรักเจ๊หญิงต้องขออภัยในความไม่สุภาพ) ชอบดนตรีที่เจ๊แต่งและเรียบเรียงมากๆค่ะ (แต่มา ณ บัดนาวก็รับมั่วดิมั่วของเจ๊ไม่ค่อยได้นะ) ให้คะแนนเสริมเนื่องจากทำตัวเป็นใบ้ได้เทพโคตร แถมยังสามารถใส่ส้นตึกเต้นระบำรำฟ้อนได้อีกหลายตลบ

และในเมื่อมันจงใจสร้างอิมเมจมาคู่กันแล้วจะให้ดิฉันปฏิเสธมันไปไย

The Silmarillion, The Unfinished Tales, The Lordof the Rings

Induced by-

: (ถ้าบอกว่าโดนตัวหนังสือสะกดจิตชักจูงเข้าแฟนด้อมไปเอง มันจะฮาเกินไปมั้ยอ่ะ)

ตามอ่านซิลฯหลังจากที่อ่านลอร์ดฯไปแล้วค่ะ แล้วก็ชอบบบซะจนแทบจะลืมลอร์ดฯไปเลย ข้อดีอย่างหนึ่งในจักรวาลของโทลคีนก็คือ คาแรกเตอร์หญิงที่มีอยู่น้อยนิดล้วนยอดเยี่ยม ไม่น่ารำคาญแม้แต่คนเดียว (โอเค ยอมรับก็ได้ว่าเบื่อแม่นางลูธิเอนนิดหน่อย แต่ช่วยไม่ได้นี่นา ในเมื่อนั่นคือภรรยาของคุณคนเขียน) ส่วนคาแรกเตอร์ชายทั้งเอลฟ์ทั้งมนุษย์ในปฐพีก็เริ่ดซะ พกพาความ Angst กันเต็มอัตราSilmarillion เป็นแฟนด้อมที่ไม่ค่อยมีอะไรแฮปปี้ไอติมหวานๆหรอกค่ะ เศร้าซะเป็นส่วนใหญ่

มี Pairing ที่ชอบเยอะมากมายค่ะ เน้นแอ๊งๆ ฆ่ากันให้ตายไปข้างเป็นสำคัญ

LOTRPS

Induced by - The Fellowship of Onering

: สั้นๆ เพราะคู่มหาชนน่าร้ากกก...หนังจบอารมณ์ยังค้าง เพราะมี fanfic น่าอ่านตรึมๆ เพราะติดใจรูปของพผ. พป. นค. (ไม่ได้เรียงตามลำดับอายุเน้ เอิ๊กๆ) ฯลฯ ก็เลยติดตามเข้า fandom ไปอย่างง่ายดายจ๊ะ

หลักๆคงมีแค่นี้ค่ะ นอกนั้นก็นึกไม่ออกแล้วอ่ะ (วันนี้ง่วงสมองเริ่มไม่ทำงาน = =')