VileVarious

You can only be young once.
But you can always be immature. - Dave Barry

คุณเป็นเด็กได้แค่ครั้งเดียว
แต่สามารถทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตได้เสมอ - เดฟ แบร์รี่ (นักเขียนรางวัลแยะ เป็นคุณพ่ออารมณ์ดีที่ยอมนั่งแต่งชีวประวัติปีเตอร์แพนให้ลูกอ่านก่อนนอน)

Always keep your words soft and sweet.
Just in case you have to eat them.

จงรักษาคำพูดของคุณให้หวานละมุนอยู่เสมอ
เผื่อจะต้องกินมันเข้าไปน่ะ

I didn't lose my mind.
I sold it on ebay! (กร๊ากกก)

ตรูไม่ได้เสียสตินะเว้ย
ตรูเอามันไปขายในอีเบย์ต่างหาก

When everything's coming your way,
You're in the wrong lane.

เวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างมันเข้าทางคุณ
แสดงว่าคุณอยู่ผิดเลนแล้วล่ะ

Insanity -
Doing the same thing over and over again
and expecting different results. - Albert Einstein

ความบ้า

คือการทำเรื่องเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แล้วเจือกคาดหวังผลที่แตกต่างออกไป - อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (หมายถึงใครอ่ะป๋า?)

Two things are infinite; the universe and human's stupidity.
And I'm not sure about the universe. - Albert Einstein

มีอยู่สองสิ่งที่เป็นอนันต์ จักรวาลและความโง่ของมนุษย์
ปู่เขายังไม่แน่ใจเรื่องจักรวาลเลยจ๊ะ (เป็น quote จากไอนสไตน์ที่ชอบสุดๆเลย ฮา...)

I am a nobody, and nobody is perfect:
Therefore I am perfect.

อืม เข้าใจคิด XD

When the blind lead the blind...
Get out of the way.

เวลาเจอคนตาบอดนำทางคนตาบอด...
เผ่นเหอะ

... ... ...

ได้ Petshop of Horrors แล้วววว แอบไปซุกอยู่มุมการ์ตูนวายนี่เอง โฮ่

เพิ่งกลับจากดูโอเปร่าเรื่อง The Magic Flute ของโมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart - ปีนี้ได้ยินชื่อเขาจนเซ็งตายกันไปข้างเพราะได้ฤกษ์เฉลิมฉลองครอบรอบ 250 ปีโมสาร์ท นักดนตรีอัจฉริยะที่โลกเคยแอบลืมไปแป๊บนึง) มาค่ะ คณะแสดงมาจากรัสเซีย แต่โอเปร่าร้องเล่นเต้นระบำในภาษาเยอรมัน (เอ่อ...) ก็พอทนนะ แต่ไม่เจ๋งอ่ะ เป็น The Magic Flute รุ่นเอื้ออาทร ไม่ค่อยอลังการเลยงานนี้ คนดูก็น้อยด้วย

ถ้าคิดว่าโอเปร่าจะต้องเป็นเรื่องเศร้ากำสรดตายตกไปตามกันซะหมดล่ะก็คิดผิดเน้ เพราะโอเปร่าของโมสาร์ทฮาแตกมาก ฮาแบบไม่ค่อยรู้เรื่อง คือมันเป็น Comedy ที่เกือบๆจะเป็น Absurdity แล้วอ่ะ...หรืออาจจะเป็นไปแล้วก็ได้นะ แนวคิดกับอาการย้ำคิดย้ำทำในเรื่องชวนให้นึกถึงพวก Theatre of the Absurds เอาเรื่องอยู่ (จะมีใครรู้เรื่องกะเรามั้ยเนี่ย...ต้องมีเซ่ ^^") พล็อตเรื่องมีนิดเดียวแต่เอามาต่อความยาวสาวความยืด ทั้งมั่วทั้งรั่ว แถมยังเป็นโอเปร่าที่แปลกกว่าชาวบ้านตรงที่มีบทพูดเยอะชิบหายเลยค่ะ ทำให้คณะแสดงสามารถใส่มุขเพิ่มเองได้ตามใจชอบ ดัดแปลงบทได้สบายๆ ไม่เคยดู The Magic Flute เวอร์ชั่นอื่น เลยบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าต่างกันมากมั้ย

ดูจบแล้วฉันว่าฉันก็ยังชอบโอเปร่าทางฝั่งอิตาลีมากกว่าอยู่ดีแฮะ อาจจะเพราะโปรดแนวโศกๆมากกว่าขำๆ ชอบปุคชินีค่ะ Giacomo Puccini) ถ้าให้เปรียบเทียบ สไตล์โอเปร่าของปุคชินีคงเหมือนดนตรีป๊อปร็อค ฟังง่าย ติดหู กระชับ เรื่องก็น้ำเน่าเป็นบ้าแต่เข้าใจง่ายดี อย่างเรื่อง Turandot ที่สามารถดูได้หลายรอบไม่ค่อยเบื่อ หรือ La Boheme ที่รสชาติหวานๆขมๆ

(เอ็นทรีนี้เหมือนจะมีสาระแต่ไม่ค่อยมีหรอก กร๊าก จริงๆคิดว่ากำลังง่วงค่ะ แต่หลอกตัวเองอยู่ว่ายังตาสว่าง - -" เมื่อคืนก็เพิ่งจะนอนมันซะตอนไก่ร้องไชโยโห่ฮิ้ว...)

*

LAYS OF LEITHIAN

กรี๊ดดดดดด

ขอกรี๊ดกะแฟนๆ Silmarillion นิดนึง (พี่บจ.ขอเสียงด่วน XD) พอดีตามลิงค์ไปจนถึงประชาคมชาวซิลมาริลลิออน เขาว่าวันที่ 1 กรกฎา ณ นิวยอร์กจะแสดง 'เลย์ธิอัน' เอาตำนานเบเรน-ลูธิเอนมาร้องเป็นโอเปร่า!

แต่ทำไม่จบทั้งเรื่องหรอกนะ เพราะถ้าทำอย่างนั้นเดี๋ยวมันจะยาวเกิน 3 ชั่วโมง (แสดงว่ากะไม่ตัดเลยจิ สงสัยกะจะหยิบกลอนมาใส่ทำนองทั้งดุ้นเลย >.<) เลยจะเล่าตั้งแต่ต้นจนถึงตอนลูธิเอนไปเจอเบเรนใต้ชายคาป๋ามอร์กอธเท่านั้นเอ๊ง

อ๊าง อยากดูจัง มีหนเดียวด้วย แฟนๆจัดกันเอง

ปล. นี่ยังดีเป็นแค่เลย์ธิอัน ถ้าเป็น 'เบเลริอันด์' สงสัยมีคนกรีดร้องตายไปอีกหลายศพ (กองอยู่ตรงนี้หนึ่งศพเป็นเด็ดขาด)

*

MISC.

- ช่วงนี้ช่างกรอบ...แกลบ

- อยากยืดผมตรงแล้วอ่ะ (เกิดเป็นเส้นผมบนหัวอิชั้นต้องอดทน...- -" ผ่านกรรมวิธีทางศาสนามาทุกรูปแบบ) อยากย้อมกลับเป็นสีดำแล้วตัดๆออกสักฉับสองฉับ

ท่าจะหลอนน่าดู เอิ้ก

- 06.06.06

 

(ที่มาปีนี้ไม่ใช่คณะ Moscow ตามรูปปลากรอบค่ะ แต่เป็นทีม Bashkir ซึ่งมาจากรัสเซียเหมือนกัน แต่รูปหน้าปกโปรแกรมมันไม่สวยเอาซะเลย ปีนี้ทำโปรแกรมได้ชุ่ยมากๆ ใครเป็นคนรับผิดชอบวะ?! เอามาเทียบกับปีก่อนๆแล้วเห็นถึงอารยธรรมที่ตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด)

เอ็นทรีนี้ยาว(เกือบ)ม้ากกก...

*

SWAN LAKE

เรื่อง Swan Lake มันมีอยู่ว่าพอถึงวันเกิดเจ้าชายซิกฟรีด ที่ปราสาทก็มีงานเลี้ยง เจ้าชายแด๊นซ์กระจายจนงานเลิกแล้วก็ไปเที่ยวต่อแถวทะเลสาบ จนไปเจอเจ้าหญิงหงส์ขาวอันมีนามว่าโอเด๊ดต์ (ที่ไม่ได้ถ่ายนู้ดและไม่ปรากฎว่าร้องเพลงได้ หรือได้แต่ไม่ได้เรื่อง ฮ่า) พระเอกนางเอกปิ๊งกันตามประสาวัยรุ่น (แอบปิ๊งสาวครึ่งคนครึ่งหงส์...ส่อถึงการเป็นคนชอบของแปลกอย่างรุนแรง ควรปรึกษาจิตแพทย์)

อย่างไรก็ตาม พ่อมดที่สาปโอเด็ดต์ย่อมไม่ปล่อยให้รักกันได้ง่ายๆ พอถึงวันงานเลี้ยง (อีกแล้ว มัวเมากันสุดริด) ก็เลยพาโอดีลล์ ลูกสาวที่เป็นหงส์ดำไปป่วน ปรากฎว่าหงส์ดำเป็น Party Crasher มืออาชีพ สะกดสายตาผู้ชมด้วยท่าเต้นลือลั่นสนั่นโลก ระบำปลายเท้าหมุนตัว 32 รอบโดยประมาณ

นั่นแหละ แล้วซิกฟรีดก็บอกรักหงส์ดำ เป็นไปตามที่พ่อมดวางแผนไว้เด๊ะๆ ฮัลโหลๆ รักแท้แพ้ความถึก พอพ่อมดเปิดเผยความจริง เจ้าชายก็ร้องไห้กับพระราชินี แบบว่าแม่จ๋า...ผิดไปแล้น เมื่อกี้เผลอไปขอสาวเท้าไฟอย่างงั้นมาเป็นเมียได้ไงไม่รู้

ฉากสุดท้ายของเรื่อง หงส์ขาวช้ำใจ เจ้าชายตามไปขอโทษ แอบสู้กับพ่อมดจนตัวตาย หงส์ขาวสุดเฮิร์ทก็เลยจะตายตกไปตามกัน ก่อนตายขอไว้ลายนางเอกด้วยท่าหงส์สิ้นลมปัดซ้ายป่ายขวาจนตายไปในที่สุด เอวังโดยประการฉะนี้

The Bashkir Version

เอ่อม...ก่อนไปดูเพิ่งเห็นว่าเป็น Swan Lake เวอร์ชั่นนี้เค้ามีแค่ 2 องก์ 4 ฉาก เห็นแล้วก็งงๆ มันยัดเข้าไปได้ยังไงหมดทั้งเรื่องวะน่ะ - -" เลยเกือบๆจะเป็นจับระบำอีหงส์ซิ่งไปซะงั้น

ที่สำคัญ...เพ่คะ Swan Lake มันเป็นโศกนาฏกรรมนะเพ่! ทำให้จบแฮปปี้ เอ็นดิ้งได้ไง - -" นู๋รับมะด้ายยย ไอ้ฉากพระ-นางรวมร่างพิชิตมารเนี่ยมัน........

ความน่าสนใจ(นิดหน่อย)ของสวอน เลคเวอร์ชั่นบาชกีร์อยู่ตรงที่มันเดินเรื่องตามมุมมองของเจ้าชายค่ะ โฟกัสที่ซิกฟริดประหนึ่งจะพยายามกล่อมคนดูว่า "เฮ้ย มันไม่ผิดหรอก มันโดนสาปนะแก ไม่งั้นไม่หน้ามืดจำหงส์ดำสลับกับหงส์ขาวหรอก" ก็ขนาดขณะที่เพลงธีม Swan Lake ขึ้นแล้ว เรายังเห็นเจ้าชายกระโดดโลดเต้นอยู่เลยค่ะ โดยมีพ่อมดเป็นเงาคอยตามอาฆาตอยู่ห่างๆ (เสียดายมันไม่ค่อยประสานกันเท่าไหร่อ่ะ ไม่งั้นน่าจะดูดีกว่านี้ อันนี้ดูเหมือนพ่อมดโรคจิตเป็นสตอล์คเกอร์หวังเคลมเจ้าชายมากกว่า)

ฉากกับชุดแปลกตาดีค่ะ คณะนี้ทำฉากเป็นแบบยุคกลางล่ะ นั่งเก้าอี้หิน เน้นสีเอิร์ธโทน...เออ แปลกดี

นอกนั้น...ไม่ผ่านอ่ะ ดูแล้วกลุ้มใจ ^^"

*

CINDERELLA

อันนี้ขำๆค่ะ เพลินๆ นางซินกับพ่อเลี้ยงและพี่ชายทั้งสอง (คณะบาชกีร์มันป่วยแน่ๆ อันเมื่อกี้อีหงส์ซิ่ง อันนี้ก็นางซินในฮาเร็ม drag queen) พอมาเจอเจ้าชาย ก็เป็นเจ้าชายที่ห้อมล้อมไปด้วยมหาดเล็กเหนือม่วง กระทั่งนางฟ้ายังใช้ผ้าคลุมสีม่วงเลย พูดเป็นเล่นไป...

(ความจริงก็คือ เค้าใช้ผู้ชายมาแสดงสามบทนี้เพื่อให้ดูตลกแบบเก้งก้างบ้าๆบอๆ และเพื่อจะได้ถึกพอที่จะจับนางซินโยนไปโยนมาได้อ่ะแหละค่ะ...แต่ดูแล้วก็ขำนิ)

ไม่มีอะไรจะพล่าม (เพราะเขียนถึง Cinderella ไปหนนึงแล้น) จริงๆแล้วก็เป็นแค่เรื่องการแต่งงานบังหน้าของเจ้าชายกับมหาดเล็กและนางซินกับนางฟ้า เท่านั้นเอ๊ง...

(ไม่ได้คิดไปเองคนเดียวนะ *ผงกหัวหงึกๆ* คู่ขายืนยันได้ เอิ้ก)

*

THE REST. . .

- งานแบบนี้ต้องมี "ท่าน"

- เพราะถ้าไม่มี อาทิเช่นงานเริ่มทุ่มครึ่ง ผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ยังอุตส่าห์มีกลุ่มผีไฮโซเดินเข้ามา พอ "ท่าน" ไม่มา ประตูก็เลยไม่ต้องปิดก็ได้ใช่ม้ายยย ชิ

- เด็กไทยน่ารำคาญกว่าเด็กฝรั่ง (หรือพ่อแม่คนไทยไม่รู้จักกาละเทศะเท่าพ่อแม่ฝรั่ง...ก็ไม่รู้) พาลูกมา ก็อุดปากมันหน่อยสิค้า ถ้าอุดไม่ได้หรือไม่อุดจะพามาหาโลงอะไร เด็กชาติไหนๆก็ไม่ผิดหรอก

พ่อแม่มันน่ะบ้า - -"