VileVarious

LOTR: A Hero's Journey และ blog tag: Day 06

posted on 24 Aug 2010 00:18 by vendetta in VileVarious, WryWriting

อ่ะแฮ้ม พักยกชั่วคราว XD

พอดีบล็อกแถก 30days วันที่หกจะว่าด้วย super hero ตัวโปรดในดวงใจ...ก็เลยทำให้นึกขึ้นมาได้ค่ะว่าเคยทำสิ่งนี้เอาไว้ - -" ตั้ง 17 ไฟล์ แล้วก็ลืมไปเสียสิ้น

จขบ.อยู่ในโหมดขุดคุ้ยโฟลเดอร์ร้อยแปดประการใน external ตัวเก่า ก็เลยได้พบอะไร(ที่คิดว่า)น่าสนใจ(สำหรับตัวเอง)มากมาย ดังเช่นในโฟลเดอร์หนึ่งที่ตั้งชื่อว่า HerosJourney อันนี้ ซึ่งเป็นการนำเรื่องราวใน Lord of the Rings มาประกอบทฤษฎีวงเวียนชีวิตชองวีรบุรุษในตำนานจ๊ะ เป็นทฤษฎีที่ว่า พระเอกมหากาพย์ทุกคนน่ะดวงถึงฆาตในแบบเดียวกัน เขียนโดยคุณซุปกระป๋องโจเซฟ แคมป์เบล

อนึ่ง จขบ.อาจจะเคยแปะลงบล็อกไปแล้วก็ได้นะ - -" แต่มันก็คงจะนานโคตรๆมาแล้ว เพราะจขบ.เองจำไม่ได้แล้ว (ดูจากไฟล์รูป ยังง่อยๆง่าวๆพิกลอยู่เลย) กร๊ากกก ก็ถือว่าเราเริ่มใหม่เหอะเนอะ

คิดว่าเคยทำเวอร์ชั่นเส้นทางชีวิตอารากอร์นไว้ด้วย แต่หาไม่เจอ (หรือคิดไว้แต่ไม่ได้ลงมือทำก็ไม่รู้ - -") พบแต่ดวงชะตาโฟรโด XD ดูจากลำดับแล้วยังไม่ครบถ้วนกระบวนความ กล่าวคือยังไปไม่ถึง ROTK เลยค่ะ แต่ต่อไม่ติดแล้วอ่ะ ฮา...

เราสามารถแบ่งวงจรการผจญภัยของวีรบุรุษเหล่านี้ได้อย่างหยาบๆเป็นสามช่วงประหนึ่งออกกำลังกายก็ไม่ปาน มีวอร์มอัพ หอบแฮ่ก สุดท้ายก็ชิลๆ

*

Departure 

 อยู่บ้านเฉยๆไม่ได้ ราหูทับที่อยู่

 ไปแว๊นกันเต๊อะ!

ไม่จริง ไม่ใช่ ไม่เชื่อ...ฉันมาทำอะไรที่นี่

จู่ๆก็มีคนโผล่มาช่วย (จะนับสไตร์เดอร์เป็น Supernatural aid หรือจะนับอาร์เวนขี่รุ้งพุ่งออกมาอย่างในหนัง...หรือจะคุณพี่กลอร์ฟินเดลตามหนังสือก็ไม่ผิดนะ)

 

ตัดสินใจแบบแยงเท้าไปหนึ่งข้าง Crossing of the first threshold สู้ก็สู้(วะ)

จะเดินทางทั้งทีก็ต้องมีพระเครื่องติดตัว

*

Initiation

 เส้นทางไกลเว่อร์ อุปสรรคขวากหนามมากมาย

จุดพุงปลาเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนชนิดดราม่าบังเกิด (ยิ่งถ้าพระเอกเกรียนๆ มาเจอพุงปลาวาฬเข้าไปจะช็อค ผมยาวทันที...) เป็นจุดที่ทำให้รู้ว่าภารกิจนี้ใหญ่หลวงนัก และโลกที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่รู้จัก จะหันหลังกลับก็ไม่ได้แล้ว

คุณซุปกระป๋องเรียกพอยท์นี้ว่าพบเทพธิดาพยากรณ์ - -" แต่ไม่จำเป็นต้องเจอผู้หญิงเสมอไปนะ อาจจะเป็นตัวละครลับอีกตัว ใครก็ได้ หรือกระทั่งพระเอกเองค้นพบสัจธรรมในตัวเองก็ได้

Meeting with the Goddess มักเป็นสัญลักษณ์ของการได้กลับไปสู่ความปลอดภัยไร้กังวลแบบชั่วคราว (เหมือนเด็กที่ยังอยู่ในท้องแม่) เพื่อให้มีเวลาคิดทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป

 

 

 ในลอร์ดไม่มี Woman as Temptress แต่เราก็สามารถแทนด้านมืดของเจ้าป้าว่าเป็นเช่นนั้นได้ (เพราะจริงๆแล้วเจ้าป้าก็บ้าอำนาจพอประมาณ) เป็นการหลอนพระเอกให้ยุติภารกิจดีก่า อย่าทำตัวเป็นฮีโร่เลย จะไม่ได้ตายดีนะเธอว์  

 

 

 แต่จะว่าไป น้องแหวนก็ยั่วเก่งนะ - -"

จากนั้นโฟรโดก็ Crossing of the second threshold (เพื่อพักยก จบภาคสอง) นั่นเองค่ะ รูปหมดละ

 ในระหว่างนี้ ยังคงเป็น road of trials อุปสรรคสารพัดอยู่ ก็เลยต้องมีตัวประกอบอดทนโผล่มาช่วยเป็นระยะๆ ให้มหากาพย์ไม่สิ้นหวังเกินไปนัก (ไม่งั้นคนก็ไม่อ่านไม่ดูมันแล้วล่ะ รู้ว่าเดี๋ยวก็ตายหมด)

 

 

 

 

 

 

 จากนั้นเราก็ใกล้เจอบอสแระ...

Atonement with the Father - เป็นภารกิจสำคัญท้าทายความกล้าของฮีโร่ (พ่อในความหมายเชิงสัญลักษณ์คืออำนาจที่เรากลัวและยังไม่กล้าต่อกรด้วย เป็นบอสใหญ่ในเกม) เนื่องจากพระเอกต้องเอาชนะความกลัวในใจ ซึ่งก็คือต้องเอาชนะตัวเองให้ได้  

สำหรับโฟรโด พ้อยท์นี้คือตอนฆ่ากอลลัม สำหรับอารากอร์น พ้อยท์นี้คือการยอมรับตัวเองว่าเป็นใคร มีหน้าที่อะไร (ก่อนหน้านี้พยายามหนีความจริงมาตลอด) จนกระทั่งปลุกผีขึ้นมาสู้

 

 

Apotheosis - ประสบการณ์เฉียดตาย (หรือไม่ก็ตายไปแล้ว ฮา ถ้าในแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็คือตอนหลังสู้กับโวลดี้) เป็นจุดที่ไม่มีอะไรจะเสีย เพราะทุกอย่างจบแล้ว วีรบุรุษสละทุกสิ่งแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง โมเม้นท์จะตายรึเปล่าก็ยังไม่ใช่ จะไม่ตายใช่มั้ยก็ยังไม่รู้

The Ultimate Boon - สิ่งที่ได้รับจากการผจญภัยครั้งนี้ (สำหรับโฟรโดคือ แหวนไปแล้ว - -")

*

Return

ไม่ค่อยมีอะไรแล้วล่ะ  มีจุดที่น่าสนใจคือ ส่วนมากมักจะกลับมาแบบไม่เป็นปกติดี (ดังนั้น 13 ปีต่อมาของแฮร์รี่...แกประหลาดมาก กร๊ากกก) จึงมีจุดที่เรียกว่า Crossing of the return threshold ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะออกไปเจอโลกกว้างแล้ว เคยตายก็เคยมาแล้ว กลับมาอยู่ในสภาพหลั่นล้าแบบเดิมไม่ได้อีก

ซึ่งโฟรโด ด้วยความที่เป็นวีรบุรุษที่ไม่มีความบ้าพลังกะเค้าเลย...ก็เลยทำไม่ได้ :/   

แต่ถ้าทำได้ก็จะเมพไปเลยค่ะ (เช่นพี่นีโอใน The Matrix)  นำไปสู่ขั้นสุดท้าย Freedom to live นั่นคือบรรลุอรหันต์แล้ว ไม่กลัว ไม่เครียดอีกต่อไป 

*

จากเอ็นทรีนี้ จึงได้คำตอบว่าจขบ.ไม่มี super hero ที่ชอบ XD เพราะชอบ unlikely hero, tragic hero, wtf! hero มากกว่านั่นเอง

(ตอนแรกจะเลือก V จาก V for Vendetta...เพราะจะว่าไป น้า V แกก็เหนือมนุษย์อยู่หน่อยๆนะ)

 

Open the hurt locker

posted on 16 May 2010 22:22 by vendetta in VileVarious

 

Nothing but the hurt left here.
Nothing but bullets and pain
and the bled out slumping
and all the fucks and goddamns
and Jesus Christs of the wounded.
Nothing left here but the hurt.

Believe it when you see it.
Believe it when a 12-year-old
rolls a grenade into the room.
Or when a sniper punches a hole
deep into someone’s skull.
Believe it when four men
step from a taxicab in Mosul
to shower the street in brass
and fire. Open the hurt locker
and see what there is of knives
and teeth. Open the hurt locker and learn
how rough men come hunting for souls.

- Brian Turner, The Hurt Locker 

-  คำว่า Hurt Locker อาจจะแปลได้หลายแบบ แต่ใจความใกล้เคียงกัน ถ้าเป็นแสลงของทหาร มันก็หมายถึงที่ที่อยู่แล้วรังแต่จะเจ็บตัวเปล่าๆ แถมยังเข้าง่ายแต่ออกยาก (เออ มันก็ตรงตัวนะ ล็อคเกอร์คือตู้เล็กๆเอาไว้ใส่ของ ในที่นี่คือใส่ความเฮิร์ท ไขกุญแจปิดให้ด้วย) 

- ไบรอัน เทอร์เนอร์เป็นกวีทหาร ตอนที่ไปอยู่อิรักได้เขียนกลอนภาษาง่ายๆบ้านๆจนออกมาเป็นคอลเลคชั่น หนึ่งในนั้นก็คือ The Hurt Locker ที่ได้นำไปสร้างเป็นหนัง

- มันเป็น hurt locker เพราะว่าที่นั่นไม่เหลืออะไรแล้วนอกจากความเจ็บปวด ลูกกระสุน เด็กอายุสิบสองถืออาวุธสงคราม สไนเปอร์ที่ลอบยิงคนด้วยกัน แล้วก็ระเบิด ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ แล้วก็ระเบิดซ้ำ 

- จขบ.ยังไม่ได้ดูหนังหรอกนะ ไม่อยู่ในโหมดอยากดูหนังสงครามมาพักนึงละ (ทั้งที่จริงๆแล้วเป็นคนชอบดู)

- คนที่อยากอยู่ใน hurt locker ก็คงจะอยู่ต่อไป... 

 

 

ขุดของเก่ามาหากินกันต่อไป :D

อเล็กซิส ซินแคลร์เป็นช่างภาพชาวออสเตรเลีย (ถึงแม้ว่ารูปที่ถ่ายดูออกจะเป็น digital art ซะมากๆเลยก็เหอะ) และเซตนี้เป็นเซตสร้างชื่อเสียง ดังมว้ากๆของเธอเลยทีเดียวเชียว โดยธีมของ photoshoot เซตนี้ก็คือ การจับสาวๆในราชวงศ์ต่างๆจำนวนสิบสองนาง (ที่ดังมั่งดับมั่งปนๆกันไป) มาตีความเสียใหม่ในสไตล์ยุคดิจิตอลนั่นเอง

เนื่องจากจขบ.จะหาเรื่องอัพเดททุกวัน XD ดังนั้น ดูแล้วทายกันเล่นๆก่อนละกันจ๊ะ พรุ่งนี้มาเฉลยว่าแต่ละนางเป็นใครมาจากไหน (แต่ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้บล็อกร้างไปแล้วอ่ะ จะมีคนเล่นกับจขบ.มั้ย? ฮา)

*

 

The Virgin Queen

เริ่มจากง่ายๆก่อน (ปรากฎเดี๋ยวมีคนมาตอบว่าเป็นเอสเธอร์ จาก Trinity Blood o.O')

The Seductress

แค่เห็นชุดก็รู้ววว (ปรากฎว่าเป็นไอซิส จากคำสาปฟาโรห์ กร๊ากกก)

The Last Czarina

ETA: จ๊าก จขบ.เบลอโดยสุจริต - -" ขอบคุณคุณ wmiras ที่ทำให้นึกได้จ๊ะ เอิ๊กกก (เนียนโทษนางแบบ ถ่ายมาดูไม่แก่มาก ทำให้จขบ.เข้าใจผิด กร๊ากก)

The Enchanted Empress

ยากขึ้นเล็กน้อย จขบ.ว่ารูปนี้ดูธรรมดามากเลยเมื่อเทียบกับรูปอื่น ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเลือกนำเสนอออกมาแบบนี้ ^^" (เอนี่เวย์ จักรพรรดินีองค์นี้มีบทบาทสำคัญมากกับประเทศของเจ้าหญิงองค์ข้างบน)

The Extravagant Queen

กับทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์และขนมเค้กสุดอื้อฉาวว (ขึ้นอันดับท็อปไฟว์ราชินีที่ดังที่สุดในโลกตลอดกาลแน่ๆ เลย)

The Catholic

หญิงจะครองโลกก~ ถ้าไม่มีเธอ แล้วโคลัมบัสจะทำอะไรดี?

The Eagle

เพราะลูกชายเธอใจสิงห์ และอาจจะเกี่ยวกับโรบิน ฮู้ด XD คนนี้เป็นหม่อมแม่ที่มั่นมาก (ในทางดีรึเปล่าไม่รู้ แต่สมัยนั้นคนคงปวดกบาลกัน) และเป็นเซเลบหญิงในประวัติศาสตร์สงครามครูเสด

The Poisoness

ลูกชายเค้ามีชื่ออันเนื่องมาจากการเผาซีดีเป็นงานอดิเรก

The Celtic Queen

มีอยู่คนเดียวแหละค่ะที่ดังๆ ฮา หม่อมป้า Enya แต่งเพลงให้ด้วย และมีรูปปั้นตั้งตระหง่านอยู่ในลอนดอน (ทั้งที่จริงๆแล้วชีก็ไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่...หรอกนะ)

The Androgynous Queen

เอาเป็นว่าสวีเดนมีราชินีอยู่คนนึงที่ชอบแต่งตัวเป็นผู้ชายและมีแฟนเป็นผู้หญิง (แต่รูปมันไม่สื่อเลยอ่า ดูแล้วนึกไม่ออก - -")

 

The Countess of Blood

คนนี้ดังมากๆในการ์ตูนญี่ปุ่น กร๊ากกก เจออยู่เรื่อยเลย

สุดท้ายย The Sorceress

แองเจลิน่า โจลี่เคยรับบทนี้ เป็นหม่ามี้ของอเล็กซานเดอร์ :D

 

ครบละ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเฉลย :D (หรือถ้าอยากรู้ก่อนก็กูกลิ้งเอาก็ได้จ๊ะ) 

รู้สึกว่าจะไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มาพักหย่ายๆแล้วนะเนี่ย

*