SoaringSound

The Red Carpet (Birth) Day

posted on 19 Jun 2009 22:58 by vendetta  in SoaringSound


Versailles: The Red Carpet Day

 

 

- อ่ะแฮ้ม จงลืมไปซะเถิดว่าจขบ.เคยคิดจะร่วมกิจเวร June Write (กลับบ้านไม่เคยทันเที่ยงคืน)

- เอนี่เวย์ ณ บัดนาวจขบ.อยู่ญี่ปุ่้น โดดงานมาบ้าคลั่งทำตัวเป็นแฟนเกินโดยเฉพาะจ๊ะ 

- วันนี้เป็นวันเกิดจขบ.เอ๊ง ฮ่า XD ปีนี้อัพบล็อกตรงวันเล้ยยย

- เมื่อตะกี้ไปดูไลฟ์ Versailles มา คืนนี้รอบสอง รอบแรกคือคืนวันที่ 17 เป็นรอบ International Night (แฮว่ดมากก เป็นวงอินดี้ส์ที่แฮว่ดมากก กล้าจัด Inter Night เข้าไปได้...แล้วก็ปรากฎว่ามีคนบ้ามาดูไม่ถึงร้อยคน ฮาา) ส่วนคืนวานเข้าไม่ได้จ๊ะ เพราะเป็น Boys Only (อีนี่ก็...มันต้องโฮกกระจายแหงๆ) ส่วนคืนนี้เป็น Girls Only สาวๆตรึมมม

-  ไลฟ์จัดที่ Meguro Rockmeikan เป็นไลฟ์เฮ้าส์อยู่ชั้นใต้ดิน เคยเป็นโรงละครบรรจุ 170 ที่นั่ง ถ้าอัดเข้าไปเต็มที่น่าจะได้ประมาณ 300 (อย่างคืนนี้ก็รู้สึกว่าน่าจะถึงประมาณนั้น)

- ได้ตั๋วแฟนคลับมาทั้งสองคืน ตำแหน่งจึงดีมากๆ ได้เข้าไปลำดับต้นๆ

- เวทีแห่งนี้ไม่มีรั้วกั้น ห่างกันไม่ถึงช่วงแขน เอิ๊บบบ 

- คำพร่ำเพรื่อถึงคืนแรก ไปอ่านที่บล็อกคุณคนนี้

- ส่วนคืนนี้ มันส์มว้ากกกกกส์ มันส์กว่าเดิม เพราะคนเต็มห้อง เวลา surge จะรู้สึกเหมือนเท้าลอยยยไม่ติดพื้นเรย (คืนแรกโล่งสนิท แบบโคตรเป็นกันเองอย่างมาก ฮา) 

-  คืนนี้ใส่ชุด PRINCE & PRINCESS โอว กรี๊ดส์ส์ส์ สวยมากกกกกก สวยมากๆ เริ่ดโฮกกกกก

- ยูกิหล่อววว์ (ถึงทรงผมเป็นชาวไซย่าก็ยังอุตส่าห์หล่อววว์)

- แ่ม่มะลิล่ำสราดอ่ะ สะโพกสะึบึมมม (มีการหันตรูดให้คนดูบีบ กร๊ากกก) 

- เทรุโมเอ้วววว (ตกลงไม่รู้เทรุเหมือนเซ่ หรือเซ่เหมือนเทรุ - -" แต่มันเหมือนไปถึงสะดือเลยทีเดียว) 

- ฮิซากิสวยยย (เป็นผู้ชายที่เหมือนผู้หญิงที่ถึกถ่อยเหมือนผู้ชาย....ฮิเมะพลัง K ชัดๆ มึงบ้าพลังเกินไปแล้ว กรี๊ดส์ ชอบบบ) 

- คามิโจก็เป็นคามิโจ กร๊ากกก (จะหล่อก็ไม่ใช่ สวยก็ไม่ใช่อ่ะ ฮีึคือคามิโจ) 

- วันนี้เล่น Gekkako เพลงใหม่ด้วย แต่จำดีเทลอะไรไม่ได้เลย จำได้แต่มันส์มาก

- ถ้าหนึ่งในคนดูมีใครเป็นเหา สงสัยได้ติดกันหมดทั้งโรง ได้สะบัดเหาใส่กันอย่างเมามันส์ตลอดสองชม.เยี่ยงนี้ 

-  โซโล่คืนแีรกเป็นยูกิ คืนนี้เป็นคามิโจ ร้องเพลงบัลลาด(ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นเพลงเก่าสมัยงานเดี่ยว)

-  คามิโจร้องสดดีกว่าที่คิด แสดงว่า voice coach เจ๋งจริง เจ้ามาถูกทางแล้ว เอิ๊กกก (เคยคิดว่าเพลงอย่าง PRINCESS จะล่ม ก็ไม่ล่มแฮะ หลบได้หลบดี)

-  แต่ fan service รอบนี้น้อยกว่าคืนแรกมากๆ (คืนแรกไซ้ซอกคอ คืนนี้มองหน้ากันประหนึ่งจะไล่ไปนอนนอกห้อง)

- จำ Set List ของทั้งสองคืนไม่ได้ เพราะมีต่างกันนิดหน่อย คืนแรกไม่เล่น PRINCE แต่เล่นเพลงจากอัลบั้มแรกเยอะกว่า เล่น Love From the Dead Orchestra ด้วย ส่วนคืนนี้เล่น PRINCE กับ Gekkako

- จบที่ Revenant Choir ทั้งสองคืน 

- ท่าหมุนตัว ดูยังไงก็ MALICE MIZER (ยิ่งชุดนี้ขาวๆด้วย...หมุนตัวแล้วเอามือมากุมอกนี่มัน ma cherie นี่หว่า - -")

- ฮิซากิกับยูกิฝีมือแน่นมากๆ คามิโจเนียนไปเรื่อย ร้องไม่ไหวก็โยนไมค์ให้คนดู ฮู้ววว (ไม่รู้ลำเอียงรึเปล่า พอดียืนอยู่หน้าฮิซากิกับคามิโจทั้งสองคืน ฮาาา แต่มันเก่งจริงว่ะค่ะ รัวกีตาร์ในชุดแบบนั้นได้โดยไม่พลาดเลย เก็บแม่งทุกเม็ด)

- ชีอินกับความเป็นฮิเมะของชีมาก 

- และชีสวยกว่าในรูปเยอะ แสดงว่าชีคงเป็นคนถ่ายรูปไม่ขึ้น - -" ตัวจริงชีก็ปากไม่บึนนี่หว่า 

- ชอบท่อนโซโล่เบสของแม่มะลิ กระเทยทำได้ กระเทยสามารถ

- เมคอัพโคตรเทพ เหงื่อตกหลายกีบแต่ทุกคนหน้าชริ้งค์ ไม่มีละลาย 

- เทรุคืนนี้ไม่ทำท่าคิงคองง่ะ คืนแรกหลั่นล้าพูดภาษาอังกฤษด้วย (แิอบดี สมเป็นเด็กรุ่นใหม่ กร๊ากก)

- แอบคิดว่าคืน Boys Only เพลงสะบัดหัวอย่าง Red Carpet Day ต้องมันส์กระจายกว่านี้แหงๆ เพราะนี่ขนาด Girls Only ยังเกือบตาย 

- ช่วงอังกอร์ We Are Versailles หลังๆผู้หญิงก็ชักจะเสียงเหมือนผู้ชายขึ้นทุกที 

- จขบ.ได้ไฮไฟว์กับฮิซากิด้วยความบังเอิญ ฮา (คือเอามือลงไม่ได้ ต้องชูไว้ตลอดเพราะคนเบียดรอบด้าน ชะรอยอาจเห็นความตั้งใจโดยบังเอิญของเดี๊ยน)

- แต่ได้จับมืออย่างจริงจังกับทุกคน ยกเว้นยูกิ (ก็ลงมาเล่นกะคนดูแปร๊บเดียวเองง่ะ) 

- พบว่ามือฮิซากิ...ใหญ่ หยาบ กร้าน ถึก - -"

- พบว่ามือคามิโจ...เรียว ยาว สวย นิ่ม สมเป็นคนที่เล่นดนตรีไม่เป็นสักอย่าง กร๊ากกกก 

- ฮิซากิไม่หวงตัวเรยยย โดนฉุดลงมาครึ่งตัวแล้ว หล่อนก็ไม่หวั่น

- คามิโจเหมือนจะเป็นลมอยู่ตลอดเวลา (คงเป็นที่ชุด เห็นแล้วอยากเป็นลมด้วย) 

- พักครึ่งปุ๊บ เห็นได้ชัดว่าทั้งห้าคนเดินโซเซซมซานกลับเข้าหลังเวทีแบบกึ่งหมดสภาพ มีเทรุที่ยังไฮเปอร์อยู่ (ความเยาว์วัยของชีวิต...) ส่วนแม่มะลิกับฮิซากิเขย่งเหย็งๆ กันเลยทีเดียว  

- คามิโจจับนมแม่มะลิ...ทำไมชั้นขำ  

- ตอนนี้สภาพเท้าจขบ.เน่าไปแล้ว

- รู้สึกเหมือนผมหลุดไปหลายกระจุก 

- รู้สึกเหมือนโดนคนข้างหลังประทุษร้าย และเราก็ต้องประทุษร้ายคนข้างหน้าอีกที  (แต่ไม่มีใครโกรธใครนะงานจบทุกคนหน้าตาแบบ estastic มาก เอิ๊กก)

- ตัวเปียกไปถึงไส้ติ่ง 

- แฟนๆส่วนใหญ่ใส่ชุดโลลิต้า ขามาน่ารักโมเอ้ ขากลับกลายเป็นอีเพิ้งหน้าโกธทู้กกคน (จขบ.ไปแบบพังค์ๆ ขากลับจึงกลายเป็นพลั้งพลาด หัวเหอกระจุย ฮา) 

- นึกไม่ออกแล้ววว 

- เป็นวันเกิดที่สนุกและมันส์มากจ๊ะ ไม่รู้จะมีประสบเกินแบบนี้อีกมั้ย ดีใจที่จองตั๋วทั้งสองวัน (อยากดูรอบไฟนอล แต่ต้องกลับไปเผชิญความจริงเสียแล้ว)

เย้ว! 

 

สุ่ม music 2008

posted on 31 Dec 2008 03:39 by vendetta  in SoaringSound

มันกลับมาแล้ววว XD

เหมือนเคยทุกปีจ๊ะ ลิสต์นี้เป็นซีดีส่วนหนึ่งที่ได้ฟัง ได้จับจ่าย ได้โหลด (แล้วแต่โอกาสและจังหวะ) พิมพ์ตามอารมณ์มากมาย จขบ.อาจจะชอบในสิ่งที่คอบ.ไม่ชอบ หรือคอบ.อาจจะชอบในสิ่งที่จขบ.ไม่ชอบก็ได้เช่นกัน อ่านแล้วไม่แฮปปี้ก็อย่านอยแดกรับปีใหม่นะจ๊ะ (เพราะเราก็ทำอะไรให้ท่านไม่ได้อยู่ดี - -")

*

West of the Moon

Coldplay : Viva La Vida Or Death and His Friends อร๊างส์ส์ส์

ขอเปิดเอ็นทรีด้วยวงนี้~

เมื่อครั้ง Parachutes พี่ๆ Coldplay เป็นวัยรุ่นขี้เหงา เศร้าพอประมาณ พอมา A Rush of Blood to the Head พวกเค้าเริ่มย้ายที่ทำการไปคลองแสนแสบ (อกพี่กลัดหนองงง) แต่พอพี่คริสแต่งเมียและเกิดการมาถึงของเด็กหญิงแอปเปิ้ลเท่านั้นแหละ X&Y ก็แสนจะจืดชืดไร้ซึ่งการน่าจดจำ (เพราะคนฟังหมั่นไส้ กร๊ากกก)

เอนี่เวย์ เนื่องจากไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับอัลบั้มใหม่เลย พอได้ฟังก็เกิดอาการกรี๊ดกร๊าดคาดไม่ถึงว่าในที่สุดพี่คริสก็เลิกเอาใจครอบครัวจนออกนอกหน้า แล้วหันมาทำเพลงเพื่อชีวิตแทน ฮา Viva La Vida เป็นโคลด์เพลย์แนวทดลองค่ะ เป็นอัลบั้มที่ให้ความเป็นนามธรรมมากกว่าอารมณ์ (โดยส่วนตัวจขบ.ว่าปกติ Coldplay มักทำเพลงที่เอาความรู้สึกมาทำให้จับต้องได้) และที่สำคัญคือเนื้อหาเน้นไปด้านมืดของสังคม สงคราม การเมือง ศาสนาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนน (ถึงแม้ RollingStones เค้าจะจิกว่าพี่คริสยังใจไม่กล้า ด่ายังไม่แรงพอก็เถอะนะ แต่จขบ.ว่าขนาดแค่เพลงบอกรักธรรมดา พี่แกยังต้องอ้อมเขาสามร้อยยอดเพื่อบอกเธอเลยจ๊ะ เลยสันนิษฐานว่ากรณีที่ political message ไม่เคลียร์นี้ เพราะคนแต่งขี้อายโดยสันดาน - -")

อ้อ แล้วจขบ.ก็ว่า Viva La Vida คล้ายจะเป็นหลานห่างๆที่เคารพลุงๆ U2 อยู่ลึกๆ ฮา (แต่ยังเป็นหลานที่มีความเป็นตัวของตัวเองดี)

พบว่า Viva La Vida ยังเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่จขบ.ฟังบ่อยที่สุดของปีนี้อีกด้วยจ๊ะ :D  

Recs : จริงๆก็ทั้งอัลบั้ม แต่ Cemeteries in London, Lost!, Lovers in Japan, YesChinese Sleep Chant, Viva La Vida (อย่างกะเพลงชาติแน่ะ!), Violet Hill มากหน่อยฮ่ะ  

Oasis : Dig Out Your Soul งานขุดผีปลุกวิญญาณ

ดี!

(ง่ายไปมั้ย - -")

เอาเป็นว่า แฟนเก่าน้าๆทั้งหลายอย่าพลาดนะจ๊ะ อัลบั้มนี้ประหนึ่งญาติผู้ใหญ่วัยกลับ (ในทางที่ดี ฮา จริงๆคือฟังแล้วคิดอยู่ในใจว่า เอ๊า...มึงก็ยังทำอะไรแบบนี้ได้อยู่หนิ) ลืมสิ่งที่มันเป็นใน Don't Believe the Truth หรือ 'ยืนตระหง่านบนไหล่ไจแอนท์' ไปเสียเถิดค่ะ คือก็ไม่รู้จะอธิบายอะไรให้มากความ คือ...ฟังเองเหอะนะๆๆ อัลบั้มนี้เฉียด Definitely Maybe เปิดคู่กะ 'ผักบุ้ง' ได้อย่างไม่เคอะเขินมว้ากส์ๆ  

Recs : Bag It Up, The Turning, Waiting for the Rapture , The Shock of Lighting (อินโทรมาแบบ...นี่มัน Rock n' Roll Star รสชาติที่แสนคิดถึง~ กร๊าก), To Be Where There's Life (นี่ก็กึ่งๆร่างทรง Supersonic o.O')  

Snow Patrol : A Hundred Million Suns เกือบจะโอละ

โดยรวมแล้วจขบ.ชอบ Eyes Open อัลบั้มที่แล้วมากกว่าจ๊ะ แม้ว่ามันจะไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ก็เถอะ แต่ A Hundred Million Suns มันไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเท่า มันไม่ถึงกับไม่น่าฟัง (มันยังคงเป็นดนตรีที่มีมิติมากๆอยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันแปลว่าอะไร แต่เราก็มักจะบรรยาย Snow Patrol ว่าเป็นของมีมิติทุกที - -") นานๆเอามาฟังทีก็รู้สึกดี ในเพลงๆนึง ก็ยังคงมีท่อนที่เพราะมากๆแฝงอยู่เสมอ เพียงแต่มันเริ่มจะซ้ำไปหน่อย

อีกที สงสัยจขบ.เจอน้าๆข้างบนเข้าไป พี่ๆสายตรวจหิมะเลยกลายเป็นของที่ถูกลืม กร๊ากก

Recs : If There's A Rocket Tie Me To It, Crack the Shutters (เพลงนี้เป็น Chasing Cars ที่หลั่นล้ากว่า), Lifeboats (เพลงนี้ก็ดีอ่ะ), Take Back the CityThe Planets Bend Between Us (เพราะชอบชื่อเพลง เอิ๊ก), The Lightning Strike (ยาวดีจ๊ะ - -")

David Archuleta : David Archuleta สวย(?) ใส

คนนี้เค้าดังมาจาก Americal Idol ซีซั่นล่าสุดละมั้งคะ (เพราะจขบ.ก็รู้จักมาจาก AI นี่แหละ ขนาดไม่ได้ดูยังรู้จักเลย ฮา) สั่งสมชื่อเสียงมาแต่ตอนเด็กอายุยังไม่ผ่านเกณฑ์เข้าประกวด แต่โชว์ออฟด้วยการไปยืนร้อง And I'm Telling You (I'm Not Going) ให้ Kelly Clarkson ฟัง XD ก็เป็นหนุ่มน้อยเสียงหวานหน้าตาละอ่อน ได้คะแนนเสียงจากแม่ๆป้าๆไปโขอยู่น่อ แต่น้องเค้าก็เสียงดี ร้องอะไรก็น่าฟังจริงๆด้วยจ๊ะ (แต่ไม่ชอบ Angels เวอร์ชั่นนี้อ่ะ อยากให้เค้าเอา A Thousand Miles มาใส่แทนมากกว่า - -") แบบว่า แหม...จะเหมือนนักล่าฝันรึก็หาไม่ XD

คนชอบเพลงป๊อปรักกันๆไรงี้ก็น่าจะชอบ เพลงค่อนข้างเข้าถึงประชาชนทั่วไปดีทีเดียวจ๊ะ  

Recs : Crush (น่าจะหาฟังได้ตามคลื่นวิทยุ), Barriers, To Be With You, Falling 

*

East of the Sun

Versailles : NOBLE ไม่เบิ้ลลล

คงเพราะชอบ Lyrical Sympathy มาก พอได้ฟัง NOBLE หนแรกเลยผิดหวังอย่างแรง เป็นอัลบั้มที่ฟังหนแรกๆพาลจะไม่ชอบเอาเสียเลย จขบ.ว่ามันดีได้มากกว่านี้ เพราะนี่เป็นการพยายามเอาใจตลาดมากไป เล่นง่ายไป (นับไปนับมามีเพลงใหม่อยู่ไม่กี่เพลง เอาของเก่ามายัดเยียดใส่โม้ดดด) รู้สึกไม่ค่อยลงตัว

ฟังไปหลายๆหนเข้าก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย แต่ยังไม่ประทับใจมากอย่างที่อยากประทับอยู่ดีจ๊ะ โดยส่วนตัวอยากได้งานของแวร์ซายส์ที่ทิศทางมันเข้มแข็งกว่านี้อ่ะ แล้ว Revenant Choir ก็ไม่รู้จะเรียบเรียงใหม่ทำไม ถ้ามันจะออกมาแย่กว่าเดิม ฮ่วย

Recs : Aristocrat's Symphony, Antique in the Future (นี่มันงานบูชา X ชัดๆ), Second Fear -Another Descendant- (ชอบท่อน bridge), History of the Other Side (ย๊าวววและดราม่าดี ชอบดนตรีมากแต่อยากไล่คามิโจไปรักษาหลอดลม ฮา)

 

Versailles : PRINCE & PRINCESS เจ้าชายแอ๊บเบ๊ว เจ้าหญิงพลังเค และอัศวินโชว์พาว

รอมานาน ในทีสุดก็มา ^^" หลังจากปล่อย PRINCE ออกมาเอาใจแควนๆก่อนด้วยการให้โหลดฟรี  o.O' ในที่สุดก็ตัดเป็นซิงเกิ้ลจนได้ (ไม่รู้ว่าตัดเพราะตั้งใจจะปล่อยงานในช่วงนี้อยู่แล้ว หรือเพราะบังเอิญ Baby, the Stars Shine Bright ตกหลุมพรางมาออกแบบคอสตูมให้ใหม่พอดี - -")

PRINCE เหมือนเป็นภาคบังคับ เพระาประกาศกร้าวแต่ต้นว่าเป็นเพลงแด่แควนๆ เพื่อแควนๆได้อีกกก มันจึงเหมาะใช้ปิดคอนเสิร์ตหรืออังกอร์ไปแล้ว เอิ๊ก ดังนั้นเราคงต้องปล่อยมันไป (แต่รวมๆละจขบ.ว่ามันก็เป็นเพลงที่ดีเพลงหนึ่งนะ เพียงแต่...อารมณ์มันไม่ค่อยจะ Versailles ไงไม่รู้แฮะ - -") 

PRINCESS ตอนแรกนึกว่าจะหวาน ปรากฎว่ามัน...เมทัล o.O (สงสัยคนแต่งเก็บกดมามาก ฮา) แลดูเป็นเจ้าหญิงที่ปกป้องตัวเองและคนอื่นได้ กร๊ากกก เพลงนี้อะไรๆก็ดีไปหมด เสียแต่ลงท้ายเวิ่นเว้อไปหน่อยจ๊ะ อยู่นั่นแหละ ไม่ยอมจบซะที

ส่วน SILENT KNIGHT อาการเหมือนฮิซากิปล่อยผีจริงๆด้วย บ้าพลังกันดี (และแล้ว เมื่อตัดเสียงร้องของคามิโจออกไป Versailles ก็คือ HIZAKI GRACE Project ดีๆนี่เอง - -")

  

D : Yami no kuni no ALICE นังอลิซควรเก็บค่าตัวจากวงนี้ (ซะที)

เป็นซิงเกิ้ลแต่อยากเพ้อแถม ฮา จำได้ว่า D เป็นวงที่ตามอยู่ตลอดนะ แต่ตามแบบติดๆดับๆ ในบางอารมณ์ก็โคตรจะชอบเลย ในบางอารมณ์ก็อยากเหวี่ยงทิ้ง - -" (ตัวอย่างเช่นซิงเกิ้ลชื่อยาวๆ อะแคปเปล่าอาซางิหอน นั่นมันเป็นอะร๊ายยย)

เอนี่เวย์ yami no kuni no ALICE ออกมาหลายเวอร์ชั่นแต่ขอเลือกเวอร์ชั่นบ้านๆละกันจ๊ะ สับสน - -" Regular Edition นอกจาก backing track ของเพลงหลักแล้วมีอีกสามเพลงคือ yami no kuni no ALICE (เพลินๆ) Hamon (แบบว่า...ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะชอบมากกกกก อร๊างส์ แทบทรุดตัวขอขมาอาซางิ ทำไมแกไม่ทำอะไรแบบนี้บ่อยๆละฮ้า...) Rosarium (ไม่เลว) ส่วนอีกเวอร์ชั่นนึงมีเพลงที่ต่างไปคือ Mad Tea Party (ไม่อยากจะบอกเลยว่าดนตรีมันช่างตึ่งโป๊ะ ปาร์ตี้ยาอีแน่นอน - -') นั่นแล  

ดูเหมือนจขบ.จะค้นพบความจริงอีกข้อนึงคือ จขบ.ชอบ C/W ของ D มากกว่าเพลงหลักแทบจะทุกที ทำไมก็ไม่รู้แฮะ - -"

ALvino : Alone ก็ดีนะเออ o.O'

ALvino ประกอบไปด้วย Jun (น้องชาย Inoran...ไม่ใช่ละ เค้ามาจาก PIERROT ตะหาก), Koji (La'cryma Christi) และ Shota (แกเป็นใคร? - -") 

จขบ.เพิ่งได้ฟังงานของ ALvino หนแรกนี่เอง พบว่าชอบมากเลยทีเดียวเชียว (สไตล์ทำให้แอบนึกถึง Maschera หน่อยๆ...จะมีใครรู้จักมั้ยเนี่ย) ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม คงเพราะมันฟังง่าย ร็อคป๊อปๆติดหูดีละมั้งจ๊ะ

Recs :  Gray Zone, KOKORO FILM, New World, kono tegami..., (บางเพลงที่ชอบก็แปลชื่อได้ แต่เสือกอ่านไม่ออกจ๊ะ กร๊ากกก)  

Kanon Wakeshima : Suna no Oshiro น่าสนใจๆ

จขบ.ชอบดนตรีในซิงเกิ้ลนี้มากกว่าซิงเกิ้ลเปิดตัวอันแสนโด่งดัง (เพราะเจ๊แม่ mana หรือเพราะ Vampire Knight...ไม่รู้อ่ะ) ทั้งซิงเกิ้ลเลย มันแบบว่ามาน๊า...มาน่าอ่ะจ๊ะ ลายเซนต์เต็มทุกอณู ถ้าเอาเฉพาะดนตรีอย่างเดียว นี่มัน arrangement แบบเดียวกะสมัย Gackt ยังอยู่เลยนี่หว่า o.O' 

ส่วนเรื่องเสียงร้องของคานน อ่า เฉยๆมาตั้งแต่ต้น ^^" ชอบเสียงเชลโล (กับรูปวาด) ของคุณน้องมากกว่าจ๊ะ สวยงามมม 

*

South of the Border 

All Angels : Into Paradise

เก็บตกของปีที่แล้วนิดนึง สารภาพว่าซื้อมาเพราะอยากจะฟังนางทั้งสี่คัฟเวอร์ The Scientist แค่เพลงเดียว เอิ๊ก ไม่งั้นปกเชยๆกับชื่อวงเชยได้อีกปานนี้ น่าจะผ่านตาแล้วผ่านไปโน่นเลยมากกว่า เอิ๊ก

All Angels เป็นสี่สาวบริติชที่มาในแนวประสานเสียง ป๊อป-โอเปร่า (คนที่อายุน้อยที่สุดในวงอายุ 18) ในยุคที่ Charlotte Church ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ป้าซาร่าห์ก็แร๊งงง... Katherine Jenkins ก็ดูจะฟูลออปชั่นไปหน่อย All Angels อาจจะเหมาะกับคนที่อยากฟังกลุ่มผู้หญิงประสานเสียง โซปราโนๆ โอเปร่าๆแบบเรียบเรียงให้เข้าถึงง่ายๆอยู่เหมือนกัน (โดยที่ไม่ต้องเป็นไอริชด้วย ฮา)  

อนึ่ง The Scientist เวอร์ชั่นนี้ก็เพราะดีเหมือนกันจ๊ะ ได้อารมณ์ต่างจากต้นฉบับแต่ยังเศร้าอยู่ XD

Recs : ก็ต้อง The Scientist, เพลงอื่นๆก็ฟังได้เรื่อยๆฮ่ะ (แต่ Nothing Compares 2 U มันธรรมดาไปมากเลยอ่ะ เทียบกับต้นฉบับแล้วฟังไม่จืด)

Stereophonics : Pull the Pin

ราวกับเป็นอันรู้กันว่า Stereophonics ออกงานในปีที่ตกเลขคี่ นี่ก็เลยออกในปี 2007 (แต่ด้วยความลืมก็เลยเพิ่งได้ฟังปีนี้) เอนี่เวย์ สรุปสั้นๆละกันว่าชอบเลยล่ะค่ะ โดยส่วนตัวชอบมากกว่างานก่อนด้วยซ้ำ (Language. Sex. Violence. Other? มันคงโล้งเล้งเกินไปสำหรับเสียงแหบๆของเคลลี่ โจนส์และหูของจขบ. - -") แต่ยังไม่ชอบเท่าอัลบั้มแรกๆ

Recs : Soldiers Make Good Targets, It Means Nothing, Pass the Buck, Daisy LaneBright Red Star

*

West of the Sun

Sarah Brightman : Symphony ...ป้าอ่ะ = =' 

คนนี้คงเป็นคริสทีนตัวแม่ แม้ว่าบางที...เราจะอดเครียดกะหม่อมป้าไม่ได้นะเนี่ย - -" อัลบั้มนี้ชีเปลี่ยนลุคมาแนวโกธ-เทคโนจ๊ะ (เดาว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากการไปร่วมงานกับผกก. SAW ในหนังเพลงระทึกเรื่อง Repo! โอเปร่าติดเชื้อ) เห็นแว่บแรกนึกว่า Amy Lee ณ Evanescence (ที่แก่ขึ้นนะ กร๊ากกก) แน่ะ

เอนี่เวย์ artwork งามหรูมว้ากส์ ไม่เคยจะเสียชื่อป้าซาร่าห์ แต่จขบ.ไม่ค่อยประทับใจกับเพลงที่เลือกมาเป็นธีมในอัลบั้มนี้เท่าไหร่ - -" มันไม่ลงตัวเหมือนอัลบั้ม La Luna (จขบ.ว่า La Luna เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดของหม่อมป้าอ่ะจ๊ะ) แล้วก็ไม่หวือหวาสุดๆแบบ Harem อ่ะ (ก็ป้ายังสามารถเอาอินโทรจาก Un Bel Di ของ Madame Butterfly มาทำใหม่เป็น เอากลองแขกมาตึ่งโป๊ะจนนึกว่าทูตสันติภาพมาเอง กร๊ากก) 

Symphony มันขาดๆเกินๆไงไม่รู้ว่ะค่ะ จะว่าแรงก็ไม่ใช่ ดาร์กก็ไม่ใช่อีก หรือมันจะร็อกก็ไม่เชิงวุ้ย ไม่รู้เป็นเพราะเพลงที่เลือกมามันไม่แมทช์กันหรือว่าอะไร เหมือนเริ่มมาดีแต่ดันจบไม่ลงซะงั้น (เช่นการเอา Sarai Qui หรือ There You'll Be เวอร์ชั่นอิแท้เลี่ยนมาใส่ในอัลบั้มนี้ มันช่างไม่เหมาะเอาซะเลย)

Recs : Gothika, Fleurs Du Mal (อย่างงี้แหละนะ ขึ้นต้นมาก็มักจะดี กร๊ากกก), Canto Della Terra (จริงๆแอบชอบเวอร์ชั่น Katherine Jenkins มากกว่าหน่อยๆ), Running (คือ....ชอบเฉพาะท่อนต้นกับท่อนจบอ่ะ - -" อนึ่ง แม้มันจะเริ่มต้นมาเป็น I Vow to Thee, My Country แต่จริงๆแล้วมันเป็นคือกีล้า กีฬาเป็นยาวิเศษ~ช้าดๆ)

Alicia Keys : As I Am (The Super Edition) ก็กูจะเป็นอย่างงี้

(As I Am ตัวจริงคลอดในปี 2007 แต่เวอร์ชั่นพี่ซุปฯเพิ่งออกปีนี้จ๊ะ)

ตอนแรกที่ได้ยินซิงเกิ้ล No One ใหม่ๆ จขบ.แอบไม่ค่อยชอบ คงเพราะเจอกับดักทางจิตใจความที่มันชวนให้เอาไปเปรียบเทียบกับ If I Ain't Got you แล้วมันไม่มีพลังเท่า (แล้ว Teenage Love Affair มันก็...จะบ้องแบ๊วไปไหนวะ)

เอนี่เวย์ พอมาฟัง As I Am ตั้งแต่ต้นจนจบแล้วก็พบว่า อ้าว นี่มันเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดณ บัดนาวของชีเลยนี่หว่า o.O' มันไม่ใช่แค่เพราะดี เปียโนสวย ฟังเพลิน นักร้องเก่งเหมือนอย่างในอัลบั้มแรก (Songs in A Minor) แต่มันดีขึ้นในทุกด้าน สมกับรางวัลที่กวาดมาได้และเข้าชิงมันซะทุกสารทิศเลยจริงๆฮ่ะ

Recs : ชอบครึ่งแรกของอัลบั้ม เช่น Go Ahead, Superwoman, Like You'll Never See Me Again, Lesson Learned

Scarlett Johannson : Anywhere I Lay My Head นอนซะถ้าฟังแล้วมึน

จขบ.ไม่เคยรู้ว่าสการ์โจร้องเพลงได้ (หรือรู้...แต่ก็ไม่คิดว่าจะดีมาก) Anywhere I Lay My Head เป็นอัลบั้มคัฟเวอร์ ทำใหม่จากเพลงเก่าๆของ Tom Waits (แก่ไปแต่ยังแก่ไม่พอ จขบ.เลยไม่ฟัง กร๊ากก) กลายเป็นอัลบั้มแนวทดลอง ที่ไม่ป๊อป ไม่แหวว ไม่ใสเลยแม้แต่นิดเดียววว

ฟังแล้วนึกถึงงานเพลงของ Milla Jovovich เพราะพยายามจะแหวกแนวดนตรีในกระแสเหมือนๆกัน (แต่จขบ.ว่ารายนั้นแรงกว่านะ มันแนวมว้ากส์) ส่วนในด้านเสียงร้อง...สการ์โจพูดออกมาเป็นยังไง ร้องเพลงก็ออกมาเป็นงั้นเลยค่ะ คือกะแล้วว่าจะต้องเป็นโทนเสียงประมาณนี้ (sultry, deep) ฮา ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบจ๊ะ

Emmy Rossum : Inside Out เอาไงดี

ส่วนคนนี้ รู้อยู่แล้วว่าร้องเพลงได้ XD เพราะมีดีกรีเป็นถึงคริสทีนแห่ง Phantom of the Opera กันเลยทีเดียว เทียบกับสการ์โจแล้ว ฟังง่ายกว่าเยอะค่ะ ป๊อปกว่า แต่ออกแนวสบายๆ หวานๆ ambient หน่อยๆ ฟังแล้วนึกถึง Imogen Heap หรือ Frou Frou (แต่เจ๊อิโมเจ้นเสียงเถื่อนกว่า หรือบทจะกระแดะ...ก็กระแดะกว่า ฮา)

แต่อาจจะเพราะสไตล์การร้องส่วนตัวของเอมมี่ จขบ.เลยรู้สึกว่าบางทีก็แอบน่ารำคาญ - -" (โดยเฉพาะเวลากดเสียงเหมือนเค้นอารมณ์...จะทำไปเพื่อออ) บางช่วงรู้สึกพยายามมากไปหน่อย ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเลย แต่โดยรวมก็ถือว่าสอบผ่าน

อ้อ เนื้อร้องบางเพลงมันสิ้นคิดไปหน่อยด้วยจ๊ะ แบบว่า ถ้าฟังแล้วนึกภาพตามมันแอบขำว่ะค่ะ (hanging around, nothing to do but frown...ห๊ะ??? หรือ follow you close, four steps behind...no more second guessing anymore...ยังจะตามแฟนธ่อมลงใต้ดินอยู่เหรอเจ๊? - -")

Rec : Slow Me Down, Falling, High, A Million Pieces, Rainy Days and Mondays

Britney Spears : Circus ยามเมื่อหอกคืนสังเวียน

อ่า จขบ.ชอบ Black Out มากกว่า - -" ด้วยเพราะมันเก๋และเท่กว่ามากมาย (และหน้าปกใส่โฟโต้ช้อปได้ตอแหลน้อยกว่านี้ ฮา รูปนี้ดูพยายามเป็นสาว pin-up ที่ลวงตาไปหน่อย) แต่เราก็เถียงไม่ได้หรอกว่าเจ๊คนนี้ทำเพลงได้ติดหูชิบหายยย ดูเหมือนเธอจะกลับมาเพื่อตอกย้ำจริงๆว่าดนตรี 'ป๊อป' มันเป็นยังไง เอิ๊ก

*

EDIT : อ่า เผลอกด publish ไปซะก่อน เลยรู้สึกเป็นหน้าที่ต้องพิมพ์ให้เสร็จสิ้นก่อนเช้า ^^" แต่...ไม่ไหวแล้วอ่า เดี๋ยวค่อยมาเพิ่มเติมละกัน (แค่นี้ก็รู้สึกอัพบล็อกแบบเก็บกดเต็มที่ ไม่ได้พิมพ์อะไรยาวๆมานานละ กร๊ากกก)

 

 

สุ่ม music 2007

posted on 07 Jan 2008 01:17 by vendetta  in SoaringSound


ทำมาทุกปี ปีนี้ก็ไม่ควรจะพลาดนิคะ (ถึงแม้ว่าจะจำอะไรเกี่ยวกับปีที่แล้วไม่ค่อยได้เลยก็ตาม - -" นี่ชั้นฟังอะไรลงไป...)

เอาล่ะ มาลองพิมพ์ๆ ไม่ได้เรียงลำดับตามความชอบหรือใดๆทั้งสิ้นค่ะ และทั้งหมดทั้งปวงเป็นความจิตป่วนของจขบ.แต่เพียงผู้เดียว XD

*

THE EARLY EPISODES

 

 

 

 

 

LILY ALLEN - Alright, Still มันส์ กวน ป่วน แนว

: แบบว่าจขบ.ค่อนข้างชอบม้ากก ลิลลี่ อัลเลนดังมาจาก Myspace เขียนเนื้อเพลงเหมือนอิงจากชีวิตประจำวันมันส์ๆ ปากหมาและขวางโลกมันเข้าไป ป๊อปพันธุ์ทาง แล้วก็ฮาดี บางเพลงเหมือนชีมานั่งบ่นบ้าอะไรอยู่คนเดียวก็ไม่รู้...สรุปว่ามันเป็นยังไงของมันก็ไม่รู้ค่ะ (คนอ่านเริ่มงง แล้วจขบ.รีวิวยังไงของมันวะเนี่ย) รู้แต่มันสนุกอ่ะ และสำเนียงบริติ๊ดงึมงำๆของชีก็ช่างเหมาะสมมากๆ

Picks (จริงๆก็ชอบซะส่วนมาก มีแค่ไม่กี่เพลงที่รู้สึกไม่ชอบจ๊ะ) : Take What You Take, Friday Night, Littlest Things

TRAVIS - The Boy With No Name เด็กชายผู้ไร้ชื่อแซ่...และไม่มีอะไรให้กรูเลย - -"

: ความจริงประการที่หนึ่งคือ จขบ.ชอบอัลบั้มก่อนๆ ทั้ง The Man Who และ The Invisible Band มากๆ ไม่ค่อยชอบ 12 Memories ซะเท่าไหร่ (อาจจะเพราะไม่ชินรูหูก็ได้มั้งคะ งานเพลงใน 12ความทรงจำมันออกจะแปลกๆหน่อย จะว่าเพราะดีก็ไม่ใช่ รำคาญก็ไม่เชิง ซะงั้น - -") และแล้วก็ได้ข่าวว่าทราวิสกลับมาพร้อมอัลบั้มใหม่ ที่แค่ยลหน้าปกก็เห็น The Man Who กับ The Invisible Band ลอยมาแต่ไกล...เราก็เลยตั้งตาคอยน่ะสิ

แต่ฟังไปฟังมาไหงไม่ปลื้มก็ไม่รู้นิ - -"

สงสัยยาเสน่ห์ที่พี่ๆทราวิสเคยใช้การได้ดีกับจขบ.จะเสื่อมสภาพไปซะแล้ว ทั้งที่งานหนนี้ก็แทบขะเหมือนกับของเก่าเลยนะ แต่ด้วยความรู้สึกส่วนตัวแล้ว จขบ.ว่า The Man Who มันแอ๊งกว่า ส่วน Invisible Band ก็น่ารักกว่า ในขณะที่ The Boy With No Name นี่มันล่องๆลอยๆพิกล

Picks (เลือกแทบไม่ถูกเลยนะเนี่ย - -") : Closer, Battleships, New Amsterdam

BRETT ANDERSON จะรักทำไมให้ช้ำจุย

: ครือ...ตอนที่ออก Here Come the Tears กับเบอร์นาร์ด ป้าออกจะเลิฟๆ มีฟามสุข (ตามอัตถภาพ) เข้าทำนองรักนี้ที่หวนคืนมากๆ (ซึ่งคนฟังก็ขอดีใจด้วย เพราะชอบเพลงของ The Tears มากเลยทีเดียวเชียว ก็มัน Suede ดีนี่คะ) ปรากฎว่าสองปีผ่านไป โซโล่อัลบั้มอาการหนักขนาดนี้...เดาว่าป้าจะโดนปั๋วทิ้งไปซะแระ - -"

เอนี่เวย์ มันก็มิใช่ชั่วหรอกนะ ถึงแม้จะหงอยเหงา เศร้าโศก โลกวิบัติ รักอุบาทว์สักแค่ไหน ก็ยังน่าฟังซะไม่มี (แค่ไม่ควรฟังเวลาขับรถในชั่วโมงเร่งด่วน ฮา...ดิฉันจะหลับ) พร้อมเนื้อเพลงแอ๊งส์แสลงใจตามสไตล์พี่เบรทท์ ซึ่งเหมาะกับ fic โอเลี้ยงขมปี๋เป็นอย่างดี XD

จขบ.ว่าอัลบั้มนี้เพราะและน่าฟังทุกเพลงค่ะ แต่ควรฟังแบบ shuffle สลับกับอย่างอื่น ไม่ควรฟังรวดเดียวจนจบอัลบั้มอ่ะ มันอืด เอื่อย อ่อย...จริงๆ

Picks : Love is Dead (ช่างบัลหลาดดด...), Dust & Rain (I'm the dust, you're the rain แอ๊งตายไปเลยซี้), Intimacy, The More We Possess The Less We Own Of Ourselves (คิดว่าจขบ.คงโดนกับดักทางจิตใจเรื่องชื่อเพลงมากกว่าชอบตัวเพลงจริงๆ กร๊าก)

GARBAGE - Absolute Garbage เจ๊คลั่งสั่งมา

: ไม่มีอะไรจะให้พาดพิงถึงจ๊ะ กล่าวคือนี่เป็นงานรวมซิงเกิ้ลฮิตๆตั้งแต่ครั้งยังสาวรวมสามอัลบั้ม แล้วเพิ่ม Tell Me Where It Hurts (ที่ฮิตเปิดตามสถานีวิทยุกันพอประมาณ) เพลงใหม่หนึ่งเพลงถ้วน แถม The World Is Not Enough ให้ด้วยเลยเอ้า

อนึ่ง ฉันชอบ Androgyny แต่เค้าไม่รวมให้น่ะ เง้อ...(ดูเหมือนใครๆก็สรุปว่าอัลบั้ม Beautiful Garbage เป็นความพลั้งพลาดของเจ๊เชอร์ลีย์ ซะอย่างนั้น)

Picks (เลือกไงดีหว่า) : Queer, I Think I'm Paranoid, Stupid Girl, Cherry Lips (Go Baby Go)

*

THE EASTERN EPISODES

INORAN - Niraikanai โมเอ้ได้อีกกก

: ประการแรก เธอไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมมาจากริวอิจิรึเปล่านะ

(อาจจะมีส่วน แต่ก็ยังเมาๆอยู่นี่หว่า)

ประการที่สอง เธอช่างเริงร่าสนุกสนาน แต่ก็มีความเก๋กู้ดแนวๆแอบแฝงอยู่

และประการสุดท้าย รีวิวอะไรก็ช่างๆมันเถอะ เท่ซะขนาดนี้

(โหมดหลงรักผู้ชายใส่แว่นเซเลบ)

ประการปอลอ. สารภาพบาปก็ได้ว่าไม่ชอบเสียงสไตล์นี้เท่าไหร่ แผ่นนี้ตั้งแต่ได้มาก็นานๆฟังทีฮ่ะ

Picks : Walk Along, Diffused Reflection, Discus, Anything (แต่ได้ข่าวว่ามันไม่มีเสียงร้อง กร๊ากก)

AYUMI HAMASAKI - Guilty เค้าก็รู้สึกผิดด้วยคน

: เอ่อม อายูจ๊ะ ขอโทษที่มัวแต่ไปหลงผิดกับผู้ชายหน้าฮุค(เก้อ)และลุงๆโมเอ้ทั้งหลายจนไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับเธอ (เหยียดเพศสุดๆ!) เค้าผิดไปแล้ววว

สรุปโดยย่อละกันว่าเพลงเท่มากๆ ฟังได้ฟังดีจริงๆจ๊ะ

Picks : Marionette, Talkin' 2 Myself, Decision, Fated สรุปว่าชอบทั้งอัลบั้ม (ยกเว้นประมาณ 2-3 เพลงท้ายๆแผ่น)

L'ARC~EN~CIEL - Kiss อ่ะ ใครๆก็จรุ๊ฟส์ๆ

: น่ารักดีค่ะ (เห็นหน้าปกนึกว่าโฆษณาโซนี่ วอล์คแมน เอิ๊ก) สนุก ฟังง่าย รักทุกคน สรุปว่าไม่เสียดายตังค์จ๊ะ (แค่มานึกขึ้นได้ว่า เออนะ ทำไมดิฉันไม่รอซื้อแผ่นไทยวะ ฮา)

Picks : Pretty Girl, Suna Dokei, Alone en la Vida, Umibe (...เพิ่งสังเกตตัวเองว่าเพลงที่ hyde แต่งทำนอง มักจะถูกจขบ.มองข้ามอย่างไม่รู้ตัว เอิ๊ก)

D - Neo Culture Beyond the World มีดี...ที่ไหน

: ตั้งชื่อไทยเหมือนใจร้าย จริงๆแล้ว จขบ.ออกจะเอ็นดูวงนี้อยู่หรอกนะ XD แม้ว่ามันน่าเปลี่ยนชื่อเป็น "เกือบดี" มากกว่า "ดี" ก็เถอะ

เทียบ Neo Culture กับอัลบั้มเก่า The Name of the Rose แล้ว สมัญญาดอกกุหลาบมีเพลงที่น่าสนใจกว่า แต่ Neo Culture มีพัฒนาการที่ดีกว่าเดิมล่ะ ดูเหมือนจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าโฮกฮากขากถุยไม่ขึ้น มาหนนี้ก็เลยได้เพลงในแบบที่ฟังได้ศัพท์มากขึ้น แต่...ฟังแล้วก็รู้สึกเหมือนมันกำลังพยายามหาจุดยืนของตัวเองอยู่หน่อยๆ

สรุปคือมันเกือบดีแล้วอ่ะ อีกนิดนึง เอ้า สู้วๆ

อัลบั้มนี้ก็ปาเข้าไปเป็นอัลบั้มที่สามแล้ว ไฉนดิฉันถึงยังรู้สึกว่า มันไม่ได้ปล่อยผีตัวเองออกมาเต็มที่สักทีก็ไม่รู้ค่ะ หรือพวกนี้อาจจะขาด producer แรงบันดาลใจเจ๋งๆสักคนอยู่ ก็เป็นได้นะ

(หรือว่าดีมันก็ดีแล้ว แต่หูจขบ.เองต่างหากที่อยู่ดีไม่ว่าดี XD)

Picks : Sakura Hanasaki Somenikeri (ฟังตอนต้นๆนึกถึง Kagrra เวอร์ชั่นไม่ได้รับการขัดเกลา ฮา), Kuon, Barairo no Hibi

LUNA SEA Memorial Cover Album -Re:birth-

แผ่นนี้ แปะๆไปงั้นแหละค่ะ ตั้งใจว่าจะรีวิวยาวๆอีกทีในภายภาคหน้า

*

THE ET CETERA EPISODE

MALICE MIZER - La Collection "merveilles" - L'edition Limitee ดิฉันทำอะไรลงไป...

ไอ้กล่องมหัศจรรย์นี่ออกมาตั้งแต่ปีก่อนโน้นแล้วล่ะค่ะ แต่เพิ่งมีโอกาสถอยโดยใช้โปรโมชั่นเดือนเกิดตัวเอง ฮา...(เอา point ที่สะสมไว้แรมปีใน CDJapan เข้าแลกเลยไม่รู้สึกเจ็บตัวมากเท่าไหร่ - -") เป็น Limited Edition ออกมาตั้ง 10000 ชุดแน่ะ (คิดเรอะว่าจะขายหมด ไม่มีทางซะละ ฮา)

ตัวกล่องเอง หน้าปกเหมือนอัลบั้ม merveilles นี่แหละ แต่เป็นกล่องไม้ และเป็นกล่องเพลง! (ตอนเปิดฝาออกมาละถึงกับตื่นเต้น เพราะตอนสั่งไม่ทันได้อ่านว่ามันพิเศษตรงไหน) ดิ้นเป็นเพลง bois de merveilles (ที่โวลุ่มเบามากจนต้องเงี่ยหูฟัง เอิ๊ก) ข้างในบุกำมะหยี่ไฮโซววว...

มันขูดเงินดิฉันไปเพื่อการนี้สินะ - -"

ยังไม่หมดเท่านี้ ข้างในบรรจุ CD แบนๆหนึ่งแผ่น อันได้แก่ แต่นแต๊น อัลบั้ม merveilles (เอ็งจะแถมมาเพื่อ?! สงสัยผลิตมาแล้วขายไม่หมด ของค้างสต๊อก)

ยังมี DVD อีกนะเออ แผ่นแรกเป็นไลฟ์ merveilles ~L'espace~ ปี 98 ที่แสนคุ้นเคย แผ่นที่สองเป็น ~Cinq Parallele~ รวม PV ห้าเพลงที่เคยออกเป็นวีดีโอมาก่อน (ช่างเล่นง่าย)

เอนี่เวย์ จขบ.ซื้อเพราะแผ่นสุดท้ายแหละจ๊ะ bonus DVD 29 นาที รวมคลิปจิปาถะทั้งหลายแหล่ (ที่เพิ่งงัดออกมาหากินเอาป่านนี้) บางคลิปไม่เคยดูมาก่อน ส่วนบางคลิปก็เอาของเก่ามาขายดีๆนี่เอง - -"

สรุปได้ว่าคุ้มมากๆ เหมาะสำหรับแฟนๆยุค Post-GACKT ที่ยังไม่เคยมีอัลบั้ม merveilles เป็นของตัวเอง หรือไม่ทันติดตามอะไรก่อนหน้านั้นเป็นอย่างยิ่ง

(ส่วนแฟนๆยุค GACKT หรือ Pre-GACKT น่ะนะ...เอ่อม จะคุ้มหรือไม่ก็สุดแท้แต่วิจารณญานจ๊ะ ^^")

KILLERS - Sawdust

ฝากไว้ก่อน ว่างๆจะถอย