มันกลับมาแล้ววว XD
เหมือนเคยทุกปีจ๊ะ ลิสต์นี้เป็นซีดีส่วนหนึ่งที่ได้ฟัง ได้จับจ่าย ได้โหลด (แล้วแต่โอกาสและจังหวะ) พิมพ์ตามอารมณ์มากมาย จขบ.อาจจะชอบในสิ่งที่คอบ.ไม่ชอบ หรือคอบ.อาจจะชอบในสิ่งที่จขบ.ไม่ชอบก็ได้เช่นกัน อ่านแล้วไม่แฮปปี้ก็อย่านอยแดกรับปีใหม่นะจ๊ะ (เพราะเราก็ทำอะไรให้ท่านไม่ได้อยู่ดี - -")
*
West of the Moon
Coldplay : Viva La Vida Or Death and His Friends อร๊างส์ส์ส์
ขอเปิดเอ็นทรีด้วยวงนี้~
เมื่อครั้ง Parachutes พี่ๆ Coldplay เป็นวัยรุ่นขี้เหงา เศร้าพอประมาณ พอมา A Rush of Blood to the Head พวกเค้าเริ่มย้ายที่ทำการไปคลองแสนแสบ (อกพี่กลัดหนองงง) แต่พอพี่คริสแต่งเมียและเกิดการมาถึงของเด็กหญิงแอปเปิ้ลเท่านั้นแหละ X&Y ก็แสนจะจืดชืดไร้ซึ่งการน่าจดจำ (เพราะคนฟังหมั่นไส้ กร๊ากกก)
เอนี่เวย์ เนื่องจากไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับอัลบั้มใหม่เลย พอได้ฟังก็เกิดอาการกรี๊ดกร๊าดคาดไม่ถึงว่าในที่สุดพี่คริสก็เลิกเอาใจครอบครัวจนออกนอกหน้า แล้วหันมาทำเพลงเพื่อชีวิตแทน ฮา Viva La Vida เป็นโคลด์เพลย์แนวทดลองค่ะ เป็นอัลบั้มที่ให้ความเป็นนามธรรมมากกว่าอารมณ์ (โดยส่วนตัวจขบ.ว่าปกติ Coldplay มักทำเพลงที่เอาความรู้สึกมาทำให้จับต้องได้) และที่สำคัญคือเนื้อหาเน้นไปด้านมืดของสังคม สงคราม การเมือง ศาสนาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนน (ถึงแม้ RollingStones เค้าจะจิกว่าพี่คริสยังใจไม่กล้า ด่ายังไม่แรงพอก็เถอะนะ แต่จขบ.ว่าขนาดแค่เพลงบอกรักธรรมดา พี่แกยังต้องอ้อมเขาสามร้อยยอดเพื่อบอกเธอเลยจ๊ะ เลยสันนิษฐานว่ากรณีที่ political message ไม่เคลียร์นี้ เพราะคนแต่งขี้อายโดยสันดาน - -")
อ้อ แล้วจขบ.ก็ว่า Viva La Vida คล้ายจะเป็นหลานห่างๆที่เคารพลุงๆ U2 อยู่ลึกๆ ฮา (แต่ยังเป็นหลานที่มีความเป็นตัวของตัวเองดี)
พบว่า Viva La Vida ยังเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่จขบ.ฟังบ่อยที่สุดของปีนี้อีกด้วยจ๊ะ :D
Recs : จริงๆก็ทั้งอัลบั้ม แต่ Cemeteries in London, Lost!, Lovers in Japan, Yes, Chinese Sleep Chant, Viva La Vida (อย่างกะเพลงชาติแน่ะ!), Violet Hill มากหน่อยฮ่ะ
Oasis : Dig Out Your Soul งานขุดผีปลุกวิญญาณ
ดี!
(ง่ายไปมั้ย - -")
เอาเป็นว่า แฟนเก่าน้าๆทั้งหลายอย่าพลาดนะจ๊ะ อัลบั้มนี้ประหนึ่งญาติผู้ใหญ่วัยกลับ (ในทางที่ดี ฮา จริงๆคือฟังแล้วคิดอยู่ในใจว่า เอ๊า...มึงก็ยังทำอะไรแบบนี้ได้อยู่หนิ) ลืมสิ่งที่มันเป็นใน Don't Believe the Truth หรือ 'ยืนตระหง่านบนไหล่ไจแอนท์' ไปเสียเถิดค่ะ คือก็ไม่รู้จะอธิบายอะไรให้มากความ คือ...ฟังเองเหอะนะๆๆ อัลบั้มนี้เฉียด Definitely Maybe เปิดคู่กะ 'ผักบุ้ง' ได้อย่างไม่เคอะเขินมว้ากส์ๆ
Recs : Bag It Up, The Turning, Waiting for the Rapture , The Shock of Lighting (อินโทรมาแบบ...นี่มัน Rock n' Roll Star รสชาติที่แสนคิดถึง~ กร๊าก), To Be Where There's Life (นี่ก็กึ่งๆร่างทรง Supersonic o.O')
Snow Patrol : A Hundred Million Suns เกือบจะโอละ
โดยรวมแล้วจขบ.ชอบ Eyes Open อัลบั้มที่แล้วมากกว่าจ๊ะ แม้ว่ามันจะไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ก็เถอะ แต่ A Hundred Million Suns มันไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเท่า มันไม่ถึงกับไม่น่าฟัง (มันยังคงเป็นดนตรีที่มีมิติมากๆอยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันแปลว่าอะไร แต่เราก็มักจะบรรยาย Snow Patrol ว่าเป็นของมีมิติทุกที - -") นานๆเอามาฟังทีก็รู้สึกดี ในเพลงๆนึง ก็ยังคงมีท่อนที่เพราะมากๆแฝงอยู่เสมอ เพียงแต่มันเริ่มจะซ้ำไปหน่อย
อีกที สงสัยจขบ.เจอน้าๆข้างบนเข้าไป พี่ๆสายตรวจหิมะเลยกลายเป็นของที่ถูกลืม กร๊ากก
Recs : If There's A Rocket Tie Me To It, Crack the Shutters (เพลงนี้เป็น Chasing Cars ที่หลั่นล้ากว่า), Lifeboats (เพลงนี้ก็ดีอ่ะ), Take Back the City, The Planets Bend Between Us (เพราะชอบชื่อเพลง เอิ๊ก), The Lightning Strike (ยาวดีจ๊ะ - -")
David Archuleta : David Archuleta สวย(?) ใส
คนนี้เค้าดังมาจาก Americal Idol ซีซั่นล่าสุดละมั้งคะ (เพราะจขบ.ก็รู้จักมาจาก AI นี่แหละ ขนาดไม่ได้ดูยังรู้จักเลย ฮา) สั่งสมชื่อเสียงมาแต่ตอนเด็กอายุยังไม่ผ่านเกณฑ์เข้าประกวด แต่โชว์ออฟด้วยการไปยืนร้อง And I'm Telling You (I'm Not Going) ให้ Kelly Clarkson ฟัง XD ก็เป็นหนุ่มน้อยเสียงหวานหน้าตาละอ่อน ได้คะแนนเสียงจากแม่ๆป้าๆไปโขอยู่น่อ แต่น้องเค้าก็เสียงดี ร้องอะไรก็น่าฟังจริงๆด้วยจ๊ะ (แต่ไม่ชอบ Angels เวอร์ชั่นนี้อ่ะ อยากให้เค้าเอา A Thousand Miles มาใส่แทนมากกว่า - -") แบบว่า แหม...จะเหมือนนักล่าฝันรึก็หาไม่ XD
คนชอบเพลงป๊อปรักกันๆไรงี้ก็น่าจะชอบ เพลงค่อนข้างเข้าถึงประชาชนทั่วไปดีทีเดียวจ๊ะ
Recs : Crush (น่าจะหาฟังได้ตามคลื่นวิทยุ), Barriers, To Be With You, Falling
*
East of the Sun
Versailles : NOBLE ไม่เบิ้ลลล
คงเพราะชอบ Lyrical Sympathy มาก พอได้ฟัง NOBLE หนแรกเลยผิดหวังอย่างแรง เป็นอัลบั้มที่ฟังหนแรกๆพาลจะไม่ชอบเอาเสียเลย จขบ.ว่ามันดีได้มากกว่านี้ เพราะนี่เป็นการพยายามเอาใจตลาดมากไป เล่นง่ายไป (นับไปนับมามีเพลงใหม่อยู่ไม่กี่เพลง เอาของเก่ามายัดเยียดใส่โม้ดดด) รู้สึกไม่ค่อยลงตัว
ฟังไปหลายๆหนเข้าก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย แต่ยังไม่ประทับใจมากอย่างที่อยากประทับอยู่ดีจ๊ะ โดยส่วนตัวอยากได้งานของแวร์ซายส์ที่ทิศทางมันเข้มแข็งกว่านี้อ่ะ แล้ว Revenant Choir ก็ไม่รู้จะเรียบเรียงใหม่ทำไม ถ้ามันจะออกมาแย่กว่าเดิม ฮ่วย
Recs : Aristocrat's Symphony, Antique in the Future (นี่มันงานบูชา X ชัดๆ), Second Fear -Another Descendant- (ชอบท่อน bridge), History of the Other Side (ย๊าวววและดราม่าดี ชอบดนตรีมากแต่อยากไล่คามิโจไปรักษาหลอดลม ฮา)
Versailles : PRINCE & PRINCESS เจ้าชายแอ๊บเบ๊ว เจ้าหญิงพลังเค และอัศวินโชว์พาว
รอมานาน ในทีสุดก็มา ^^" หลังจากปล่อย PRINCE ออกมาเอาใจแควนๆก่อนด้วยการให้โหลดฟรี o.O' ในที่สุดก็ตัดเป็นซิงเกิ้ลจนได้ (ไม่รู้ว่าตัดเพราะตั้งใจจะปล่อยงานในช่วงนี้อยู่แล้ว หรือเพราะบังเอิญ Baby, the Stars Shine Bright ตกหลุมพรางมาออกแบบคอสตูมให้ใหม่พอดี - -")
PRINCE เหมือนเป็นภาคบังคับ เพระาประกาศกร้าวแต่ต้นว่าเป็นเพลงแด่แควนๆ เพื่อแควนๆได้อีกกก มันจึงเหมาะใช้ปิดคอนเสิร์ตหรืออังกอร์ไปแล้ว เอิ๊ก ดังนั้นเราคงต้องปล่อยมันไป (แต่รวมๆละจขบ.ว่ามันก็เป็นเพลงที่ดีเพลงหนึ่งนะ เพียงแต่...อารมณ์มันไม่ค่อยจะ Versailles ไงไม่รู้แฮะ - -")
PRINCESS ตอนแรกนึกว่าจะหวาน ปรากฎว่ามัน...เมทัล o.O (สงสัยคนแต่งเก็บกดมามาก ฮา) แลดูเป็นเจ้าหญิงที่ปกป้องตัวเองและคนอื่นได้ กร๊ากกก
เพลงนี้อะไรๆก็ดีไปหมด เสียแต่ลงท้ายเวิ่นเว้อไปหน่อยจ๊ะ อยู่นั่นแหละ ไม่ยอมจบซะที
ส่วน SILENT KNIGHT อาการเหมือนฮิซากิปล่อยผีจริงๆด้วย บ้าพลังกันดี (และแล้ว เมื่อตัดเสียงร้องของคามิโจออกไป Versailles ก็คือ HIZAKI GRACE Project ดีๆนี่เอง - -")
D : Yami no kuni no ALICE นังอลิซควรเก็บค่าตัวจากวงนี้ (ซะที)
เป็นซิงเกิ้ลแต่อยากเพ้อแถม ฮา จำได้ว่า D เป็นวงที่ตามอยู่ตลอดนะ แต่ตามแบบติดๆดับๆ ในบางอารมณ์ก็โคตรจะชอบเลย ในบางอารมณ์ก็อยากเหวี่ยงทิ้ง - -" (ตัวอย่างเช่นซิงเกิ้ลชื่อยาวๆ อะแคปเปล่าอาซางิหอน นั่นมันเป็นอะร๊ายยย)
เอนี่เวย์ yami no kuni no ALICE ออกมาหลายเวอร์ชั่นแต่ขอเลือกเวอร์ชั่นบ้านๆละกันจ๊ะ สับสน - -" Regular Edition นอกจาก backing track ของเพลงหลักแล้วมีอีกสามเพลงคือ yami no kuni no ALICE (เพลินๆ) Hamon (แบบว่า...ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะชอบมากกกกก อร๊างส์ แทบทรุดตัวขอขมาอาซางิ ทำไมแกไม่ทำอะไรแบบนี้บ่อยๆละฮ้า...) Rosarium (ไม่เลว) ส่วนอีกเวอร์ชั่นนึงมีเพลงที่ต่างไปคือ Mad Tea Party (ไม่อยากจะบอกเลยว่าดนตรีมันช่างตึ่งโป๊ะ ปาร์ตี้ยาอีแน่นอน - -') นั่นแล
ดูเหมือนจขบ.จะค้นพบความจริงอีกข้อนึงคือ จขบ.ชอบ C/W ของ D มากกว่าเพลงหลักแทบจะทุกที ทำไมก็ไม่รู้แฮะ - -"
ALvino : Alone ก็ดีนะเออ o.O'
ALvino ประกอบไปด้วย Jun (น้องชาย Inoran...ไม่ใช่ละ เค้ามาจาก PIERROT ตะหาก), Koji (La'cryma Christi) และ Shota (แกเป็นใคร? - -")
จขบ.เพิ่งได้ฟังงานของ ALvino หนแรกนี่เอง พบว่าชอบมากเลยทีเดียวเชียว (สไตล์ทำให้แอบนึกถึง Maschera หน่อยๆ...จะมีใครรู้จักมั้ยเนี่ย) ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม คงเพราะมันฟังง่าย ร็อคป๊อปๆติดหูดีละมั้งจ๊ะ
Recs : Gray Zone, KOKORO FILM, New World, kono tegami..., (บางเพลงที่ชอบก็แปลชื่อได้ แต่เสือกอ่านไม่ออกจ๊ะ กร๊ากกก)
Kanon Wakeshima : Suna no Oshiro น่าสนใจๆ
จขบ.ชอบดนตรีในซิงเกิ้ลนี้มากกว่าซิงเกิ้ลเปิดตัวอันแสนโด่งดัง (เพราะเจ๊แม่ mana หรือเพราะ Vampire Knight...ไม่รู้อ่ะ) ทั้งซิงเกิ้ลเลย มันแบบว่ามาน๊า...มาน่าอ่ะจ๊ะ ลายเซนต์เต็มทุกอณู ถ้าเอาเฉพาะดนตรีอย่างเดียว นี่มัน arrangement แบบเดียวกะสมัย Gackt ยังอยู่เลยนี่หว่า o.O'
ส่วนเรื่องเสียงร้องของคานน อ่า เฉยๆมาตั้งแต่ต้น ^^" ชอบเสียงเชลโล (กับรูปวาด) ของคุณน้องมากกว่าจ๊ะ สวยงามมม
*
South of the Border
All Angels : Into Paradise
เก็บตกของปีที่แล้วนิดนึง สารภาพว่าซื้อมาเพราะอยากจะฟังนางทั้งสี่คัฟเวอร์ The Scientist แค่เพลงเดียว เอิ๊ก ไม่งั้นปกเชยๆกับชื่อวงเชยได้อีกปานนี้ น่าจะผ่านตาแล้วผ่านไปโน่นเลยมากกว่า เอิ๊ก
All Angels เป็นสี่สาวบริติชที่มาในแนวประสานเสียง ป๊อป-โอเปร่า (คนที่อายุน้อยที่สุดในวงอายุ 18) ในยุคที่ Charlotte Church ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ป้าซาร่าห์ก็แร๊งงง... Katherine Jenkins ก็ดูจะฟูลออปชั่นไปหน่อย All Angels อาจจะเหมาะกับคนที่อยากฟังกลุ่มผู้หญิงประสานเสียง โซปราโนๆ โอเปร่าๆแบบเรียบเรียงให้เข้าถึงง่ายๆอยู่เหมือนกัน (โดยที่ไม่ต้องเป็นไอริชด้วย ฮา)
อนึ่ง The Scientist เวอร์ชั่นนี้ก็เพราะดีเหมือนกันจ๊ะ ได้อารมณ์ต่างจากต้นฉบับแต่ยังเศร้าอยู่ XD
Recs : ก็ต้อง The Scientist, เพลงอื่นๆก็ฟังได้เรื่อยๆฮ่ะ (แต่ Nothing Compares 2 U มันธรรมดาไปมากเลยอ่ะ เทียบกับต้นฉบับแล้วฟังไม่จืด)
Stereophonics : Pull the Pin
ราวกับเป็นอันรู้กันว่า Stereophonics ออกงานในปีที่ตกเลขคี่ นี่ก็เลยออกในปี 2007 (แต่ด้วยความลืมก็เลยเพิ่งได้ฟังปีนี้) เอนี่เวย์ สรุปสั้นๆละกันว่าชอบเลยล่ะค่ะ โดยส่วนตัวชอบมากกว่างานก่อนด้วยซ้ำ (Language. Sex. Violence. Other? มันคงโล้งเล้งเกินไปสำหรับเสียงแหบๆของเคลลี่ โจนส์และหูของจขบ. - -") แต่ยังไม่ชอบเท่าอัลบั้มแรกๆ
Recs : Soldiers Make Good Targets, It Means Nothing, Pass the Buck, Daisy Lane, Bright Red Star
*
West of the Sun
Sarah Brightman : Symphony ...ป้าอ่ะ = ='
คนนี้คงเป็นคริสทีนตัวแม่ แม้ว่าบางที...เราจะอดเครียดกะหม่อมป้าไม่ได้นะเนี่ย - -" อัลบั้มนี้ชีเปลี่ยนลุคมาแนวโกธ-เทคโนจ๊ะ (เดาว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากการไปร่วมงานกับผกก. SAW ในหนังเพลงระทึกเรื่อง Repo! โอเปร่าติดเชื้อ) เห็นแว่บแรกนึกว่า Amy Lee ณ Evanescence (ที่แก่ขึ้นนะ กร๊ากกก) แน่ะ
เอนี่เวย์ artwork งามหรูมว้ากส์ ไม่เคยจะเสียชื่อป้าซาร่าห์ แต่จขบ.ไม่ค่อยประทับใจกับเพลงที่เลือกมาเป็นธีมในอัลบั้มนี้เท่าไหร่ - -" มันไม่ลงตัวเหมือนอัลบั้ม La Luna (จขบ.ว่า La Luna เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดของหม่อมป้าอ่ะจ๊ะ) แล้วก็ไม่หวือหวาสุดๆแบบ Harem อ่ะ (ก็ป้ายังสามารถเอาอินโทรจาก Un Bel Di ของ Madame Butterfly มาทำใหม่เป็น เอากลองแขกมาตึ่งโป๊ะจนนึกว่าทูตสันติภาพมาเอง กร๊ากก)
Symphony มันขาดๆเกินๆไงไม่รู้ว่ะค่ะ จะว่าแรงก็ไม่ใช่ ดาร์กก็ไม่ใช่อีก หรือมันจะร็อกก็ไม่เชิงวุ้ย ไม่รู้เป็นเพราะเพลงที่เลือกมามันไม่แมทช์กันหรือว่าอะไร เหมือนเริ่มมาดีแต่ดันจบไม่ลงซะงั้น (เช่นการเอา Sarai Qui หรือ There You'll Be เวอร์ชั่นอิแท้เลี่ยนมาใส่ในอัลบั้มนี้ มันช่างไม่เหมาะเอาซะเลย)
Recs : Gothika, Fleurs Du Mal (อย่างงี้แหละนะ ขึ้นต้นมาก็มักจะดี กร๊ากกก), Canto Della Terra (จริงๆแอบชอบเวอร์ชั่น Katherine Jenkins มากกว่าหน่อยๆ), Running (คือ....ชอบเฉพาะท่อนต้นกับท่อนจบอ่ะ - -" อนึ่ง แม้มันจะเริ่มต้นมาเป็น I Vow to Thee, My Country แต่จริงๆแล้วมันเป็นคือกีล้า กีฬาเป็นยาวิเศษ~ช้าดๆ)
Alicia Keys : As I Am (The Super Edition) ก็กูจะเป็นอย่างงี้
(As I Am ตัวจริงคลอดในปี 2007 แต่เวอร์ชั่นพี่ซุปฯเพิ่งออกปีนี้จ๊ะ)
ตอนแรกที่ได้ยินซิงเกิ้ล No One ใหม่ๆ จขบ.แอบไม่ค่อยชอบ คงเพราะเจอกับดักทางจิตใจความที่มันชวนให้เอาไปเปรียบเทียบกับ If I Ain't Got you แล้วมันไม่มีพลังเท่า (แล้ว Teenage Love Affair มันก็...จะบ้องแบ๊วไปไหนวะ)
เอนี่เวย์ พอมาฟัง As I Am ตั้งแต่ต้นจนจบแล้วก็พบว่า อ้าว นี่มันเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดณ บัดนาวของชีเลยนี่หว่า o.O' มันไม่ใช่แค่เพราะดี เปียโนสวย ฟังเพลิน นักร้องเก่งเหมือนอย่างในอัลบั้มแรก (Songs in A Minor) แต่มันดีขึ้นในทุกด้าน สมกับรางวัลที่กวาดมาได้และเข้าชิงมันซะทุกสารทิศเลยจริงๆฮ่ะ
Recs : ชอบครึ่งแรกของอัลบั้ม เช่น Go Ahead, Superwoman, Like You'll Never See Me Again, Lesson Learned
Scarlett Johannson : Anywhere I Lay My Head นอนซะถ้าฟังแล้วมึน
จขบ.ไม่เคยรู้ว่าสการ์โจร้องเพลงได้ (หรือรู้...แต่ก็ไม่คิดว่าจะดีมาก) Anywhere I Lay My Head เป็นอัลบั้มคัฟเวอร์ ทำใหม่จากเพลงเก่าๆของ Tom Waits (แก่ไปแต่ยังแก่ไม่พอ จขบ.เลยไม่ฟัง กร๊ากก) กลายเป็นอัลบั้มแนวทดลอง ที่ไม่ป๊อป ไม่แหวว ไม่ใสเลยแม้แต่นิดเดียววว
ฟังแล้วนึกถึงงานเพลงของ Milla Jovovich เพราะพยายามจะแหวกแนวดนตรีในกระแสเหมือนๆกัน (แต่จขบ.ว่ารายนั้นแรงกว่านะ มันแนวมว้ากส์) ส่วนในด้านเสียงร้อง...สการ์โจพูดออกมาเป็นยังไง ร้องเพลงก็ออกมาเป็นงั้นเลยค่ะ คือกะแล้วว่าจะต้องเป็นโทนเสียงประมาณนี้ (sultry, deep) ฮา ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบจ๊ะ
Emmy Rossum : Inside Out เอาไงดี
ส่วนคนนี้ รู้อยู่แล้วว่าร้องเพลงได้ XD เพราะมีดีกรีเป็นถึงคริสทีนแห่ง Phantom of the Opera กันเลยทีเดียว เทียบกับสการ์โจแล้ว ฟังง่ายกว่าเยอะค่ะ ป๊อปกว่า แต่ออกแนวสบายๆ หวานๆ ambient หน่อยๆ ฟังแล้วนึกถึง Imogen Heap หรือ Frou Frou (แต่เจ๊อิโมเจ้นเสียงเถื่อนกว่า หรือบทจะกระแดะ...ก็กระแดะกว่า ฮา)
แต่อาจจะเพราะสไตล์การร้องส่วนตัวของเอมมี่ จขบ.เลยรู้สึกว่าบางทีก็แอบน่ารำคาญ - -" (โดยเฉพาะเวลากดเสียงเหมือนเค้นอารมณ์...จะทำไปเพื่อออ) บางช่วงรู้สึกพยายามมากไปหน่อย ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเลย แต่โดยรวมก็ถือว่าสอบผ่าน
อ้อ เนื้อร้องบางเพลงมันสิ้นคิดไปหน่อยด้วยจ๊ะ แบบว่า ถ้าฟังแล้วนึกภาพตามมันแอบขำว่ะค่ะ (hanging around, nothing to do but frown...ห๊ะ??? หรือ follow you close, four steps behind...no more second guessing anymore...ยังจะตามแฟนธ่อมลงใต้ดินอยู่เหรอเจ๊? - -")
Rec : Slow Me Down, Falling, High, A Million Pieces, Rainy Days and Mondays
Britney Spears : Circus ยามเมื่อหอกคืนสังเวียน
อ่า จขบ.ชอบ Black Out มากกว่า - -" ด้วยเพราะมันเก๋และเท่กว่ามากมาย (และหน้าปกใส่โฟโต้ช้อปได้ตอแหลน้อยกว่านี้ ฮา รูปนี้ดูพยายามเป็นสาว pin-up ที่ลวงตาไปหน่อย) แต่เราก็เถียงไม่ได้หรอกว่าเจ๊คนนี้ทำเพลงได้ติดหูชิบหายยย ดูเหมือนเธอจะกลับมาเพื่อตอกย้ำจริงๆว่าดนตรี 'ป๊อป' มันเป็นยังไง เอิ๊ก
*
EDIT : อ่า เผลอกด publish ไปซะก่อน เลยรู้สึกเป็นหน้าที่ต้องพิมพ์ให้เสร็จสิ้นก่อนเช้า ^^" แต่...ไม่ไหวแล้วอ่า เดี๋ยวค่อยมาเพิ่มเติมละกัน (แค่นี้ก็รู้สึกอัพบล็อกแบบเก็บกดเต็มที่ ไม่ได้พิมพ์อะไรยาวๆมานานละ กร๊ากกก)