RealLife

เพ้อเจ้อ-ing

posted on 24 Dec 2008 01:34 by vendetta  in RealLife

*

The Philharmonic Quintet

- แล้ว Versailles ก็เล่นไลฟ์ืที่ C.C. เมื่อคืนนี้ อยากไปแต่ธุรกิจที่แสนยุ่งเหยิงทำให้ไม่รู้จะเอาซากตัวเอง (และเงิน...สภาพคล่องตอนนี้ขายไตสองข้างยังปลดหนี้ไม่หมดเลย) ออกนอกประเทศไปได้ยังไง

- แล้วข่าวก็บอกว่า เขาประกาศในไลฟ์ว่าเขาจะไปเมเจอร์! (ทำไมรู้สึกรีบๆ เหมือนรีบไปเมเจอร์แล้วจะได้รีบๆยุบวง กร๊ากกก ช่วยอยู่เป็นอินดี้ส์นานๆหน่อยได่ม้ายยย)

- แล้วแควนๆก็ตาค้างรายงานว่า เขาโผล่มาพร้อมกับคอสตูมเซตใหม่ o.O' (อีพวกนี้! สงสัยใกล้รวยแล้วต้องฉลอง)

- PRINCE&PRINCESS อยู่ในชาร์ตเป็นลำดับที่ 16 (และคามิโจบอกว่าเดี๋ยวจะทำให้ Silent Knight มีเนื้อร้อง...อย่าเล้ยยย - -")

- ถึงกับเสียดาย (ถ้าเหาะได้แบบพี่เนธานหรือเป็น master of time and space แบบฮิโระก็คงจะไป ฮา) เพราะประกาศเมเจอร์กลางปีหน้า แปลว่ามันก็จะไม่เล่นไลฟ์บ้านๆแล้วอ่ะจิ โฮวววว Y____Y  

- อนึ่ง Baby, The Stars Shine Bright ขายสร้อยไม้กางเขนจิ้มคอหอยของคามิโจในราคา 126,000 เยน (หูยยย...ตัวเงินตัวทองนะยะ)

 *

Life Through the Lens

- อยากถ่ายรูปจัง (ช่วงนี้ Bumblebee, Iliad, Caravaggio ล้วนต้องเป็นม่ายไปตามกัน) 

- อยากชิววว (chill chill ที่ไม่ใช่ child child) 

- กระทั่งนังบร็องเต้ยังยืนเซ่ออยู่ท่าเดียวมาเป็นสัปดาห์แล้ว - -" ไม่มีเวลาหาชุดมาเปลี่ยนซะที (ถ้าตุ๊กตามีชีวิต ชีคงขว้างลูกระเบิดใส่ ฮา) 

- อ่านบล็อกๆหนึ่ง ว่าด้วยประเด็นที่แสนฮ้อนแฮงของความเป็นวัตถุทางเพศของผู้หญิงแล้วเกิดคำถามว่า...ถ้าธรรมชาติสร้างให้ผู้ชายถึก (บึกบึนเป็นโคบาล) และมีเมนส์ด้วยทุกเดือน (อ่อนไหวเป็นค้างคาว) โลกจะเป็นยังไงเนาะ กร๊ากกก ผู้ชายอาจรักสวยรักงามมากขึ้น 

 (ผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศของผู้ชายก็ไม่ใช่ประโยคที่ผิดหรอกจ๊ะ โสเภณีหญิงร้อยละ 99 มีไว้บริการชาย โสเภณีชายส่วนใหญ่ก็มีไว้บริการชาย สัตว์ใหญ่ถึงคราวซวยบางทียังโดนขืนใจให้มาบริการชายเลย สรุปว่าทุกอย่างในโลกนี้สามารถตกเป็นวัตถุทางเพศของตัวผู้ได้ทั้งนั้นแหละ...ชิมิเคอะ)  

- แต่ธุรกิจที่มีผู้หญิงยั้วเยี้ยมาเป็นแม่ค้าช่างโคตรเวียนเฮด

- ทำไมอุปสรรคขวากหนามมากมายเหลือเกิน

- คงเพราะเรามาเพื่อขอส่วนแบ่ง ไม่ใช่ขอส่วนบุญ

- แล้วเขาจะขวางเราไปได้อีกนานเท่าไหร่กัน 

- เอาเถอะ คนไทยลืมง่าย เดี๋ยวปีใหม่ก็ลืมหมด (หวังว่า)

  *

ไปดีกว่าจ๊ะ

 

ทั้งโง่และขยัน

posted on 04 Dec 2008 22:22 by vendetta  in RealLife

มีเรื่องหนึ่งที่เคยได้ยินมานานแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่า

มีฮ่องเต้องค์หนึ่ง ปกครองบ้านเมืองได้ชนะเลิศมากๆ จนมีคนเกิดสงสัยเลยไปถามว่าทำได้ยังไง ฮ่องเต้ก็เลยบอกว่า ฮ่องเต้จัดประชากรออกเป็นสี่กลุ่ม

พวกที่ทั้งฉลาดและขยัน ให้ไปเป็นแม่ทัพ

(ฉลาดและไฮเปอร์เลยต้องหางานลุยๆให้ทำ)

พวกที่ฉลาดแต่ขี้เกียจ ให้มันเป็นเสนาบดี 

(คิดเก่ง ลงมือเองไม่เป็น ก็อยู่ห้องแอร์ไปละกัน)

พวกที่ทั้งโง่และขี้เกียจ ให้ไปเป็นพลทหาร 

(ต้องไขลานถึงจะเดิน...แต่ก็ยังเดินนะ)

ส่วนพวกที่โง่แต่เสือกขยัน ให้เอามันไปตัดหัว 

(เพราะจะใช้ให้ไปขัดส้วมยังเสียดายน้ำยาเลยว่ะค่ะ)

โดยธรรมชาติแล้ว จขบ.ไม่ชอบด่าคนว่าโง่ (เพราะถ้าตัวเองโดนด่าคงรู้สึกไม่ใคร่ดีหรอกน่ะ มันเป็นคำที่ไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่ กล่าวคือความโง่มันคือความไม่รู้ แต่สามารถเรียนรู้และรับรู้ได้ ต่อไปจะได้ไม่โง่อีก...แน่นอนว่าหมายถึงในบางกรณีที่สมองยังพอเยียวยาได้ ฮา) แต่วันนี้วีนแตกสุดขีด ด่าซารารีมังโคตรเกรียนว่า "โง่" ไปมากเท่าๆกับที่เคยด่ามาตลอดชีวิตเห็นจะได้ หมูย่างเกาหลีก็ไม่อาจดับแค้น (เพราะไม่กินกิมจิ กร๊าก)

จะว่าซารารีมังคนนี้แกโง่คงไม่ถูก เกรียนเทพก็ไม่เชิง 'ประสาทแดก' น่าจะเป็นคำที่เหมาะกว่า คุยไปนานๆเข้ารู้สึกเหมือนประสาทจะแดร๊กตามไปด้วย  

(แต่ไปๆมาๆ คนประเภทนี้เหมาะกับคำในภาษาจีนที่บัญญัติโดยท่านแม่จขบ.เอง ภาษาไทยคงจะอารมณ์ 'อีดินเสื่อม!' ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น เวรี่ไร้คุณภาพและหาประโยชน์มิได้เป็นที่สุด ฮา)

สาเหตุเป็นมาอย่างไรคงไม่อาจเล่าได้ แต่นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ไม่รู้ก็ได้ โง่ไปก็ไม่ผิด แต่อย่าขยันจะเคลียร์ (กรูเหนื่อยยย จะโชว์โง่วไปไหน อายเค้าบ้างม๊ายยย)

และซารารีมังทุกท่านควรฝึกใช้จินตนาการ เอิ๊ก อย่าบ้าจะเอาทุกอย่างตามตำราให้มากนักเลยเหอะ เพราะตำราไม่มันส์เท่าสิ่งที่อาจเกิดขึ้นจริง (และมีเรื่องอีกมากหลายที่ตำราระบุไม่ได้...เดี๋ยวโดนจับ :P)

*

ไปแระ

- รู้สึกเหมือนทำงานวันละ 20 ชม.มาอาทิตย์กว่าละ

- รู้สึกเหมือนเบื่อเด็กเล่นขายของ

- รู้สึกเหมือนอยากตบบ้องหูเด็กที่เล่นขายของเพราะอยากเอาชนะ

- รู้สึกเหมือนฟุ้งซ่าน คิดไม่ตกซะที

- รู้สึกเหมือนต้องอดทน

- รู้สึกเหมือนค้นพบสัจธรรมว่าคนไทยเกือบทั้งประเทศก็เป็นอย่างนี้ แล้วจะไปหวังอะไรกับรัฐบาล

- รู้สึกเหมือนกลัวเหลิมจะได้เป็นนายก (กี๊ดส์ส์ส์)

- รู้สึกเหมือนอยากหาแนวร่วมทำเสื้อยืดสกรีนคำว่า 'ไม่เอาเหลิม' อ่ะ (คุณคนนั้นบอกว่ารายได้ทั้งหมดจะบริจาคให้มูลนิธิช่วยเหลือเด็กปัญญาอ่อน กร๊ากกก) 

XD

 

to do or not to do-

posted on 29 Nov 2008 02:17 by vendetta  in RealLife


คือ...เค้าบอกกันว่าทำการใหญ่ใจต้องเหี้ยม

เพราะถ้าอยากกำจัดหญ้า เทคอนกรีตไปเลยดีกว่า ลงทุนครั้งเดียวเปรี้ยวไปหลายปี

เค้าบอกกันอีกว่าคนเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

เพราะคนเรามองภาพรวมไม่ค่อยออกหรอก เวลามีตัวเองอยู่ในภาพนั้นด้วย

แล้วเค้าก็บอกอีกว่า เราต้องเสียสละส่วนน้อยเพื่อส่วนมาก

เพราะฉะนั้น เรา (ผู้เป็นฝ่ายเลือกว่าส่วนน้อยควรเสียสละ) ก็ต้องยอมกลายเป็นผู้ร้ายไปน่ะสิ

และจขบ.ก็เชื่อว่า เด็กที่ชอบ 'คิด' ว่าตัวเองเก่ง ค้าขายเป็น ทำธุรกิจเป็นน่ะนะ อนุมานดั่งจับหมาใส่กะละมังเป็นที่สุด - -"

เหนื่อยยย

*

- ไม่เกี่ยวกับพันธมิตร

 - อ่ะ เกี่ยวนิดๆเพราะสุวรรณภูมิปิด เสียหายหลายแสน(ล้าน)

- เชื่อว่าทุกคนคงแอบรู้สึกแบบเดียวกันอยู่ลึกๆ...เพราะตอนไอ้นั่นโกงชาติก็เงินกู ตอนไอ้นี่ปิดสนามบิน....มันก็เงินกูอีกอยู่ดีนั่นแหละ สรุปว่ากูซวยทั้งบนและล่าง - -"

- ก็ไม่ใช่เอ็นทรีพาดพิงการเมืองอยู่ดี พาดพิงการตลาด (อันแสนบัดซบ) ต่างหาก

เง้อออ