FilmFever

เพิ่งกลับจากโรงงานช็อกโกแลตมา ไม่ผิดหวังเลย (ทิม เบอร์ตัน+จอห์นนี เด็ปป์+แดนนี เอลฟ์แมน+โรอัลด์ ดาห์ล...ดรีมทีมซะขนาดนี้ ถ้าผิดหวังสงสัยได้เลิกดูหนังชั่วชีวิต)

หนังเด็กบ้าอะไรก็ไม่รู้ ทั้งหลอนทั้งเพี้ยน

ฝ่ายคาสติ้งไปหาเด็กประหลาดที่เอาแต่ใจตัวเองอย่างเวรูก้า เด็กบ้าเอาชนะอย่างไวโอเล็ต เด็กตะกละอย่างออกัสตัส แล้วก็เด็กเวรแบบไมค์ ทีวีมาจากไหน(วะ) แต่ละคนหน้าเหมือนไม่ใช่คนของโลกนี้ - -"แต่เหมือนหลุดออกมาจากหนังสือเลย เหมาะสมสนิทใจ

แถมแต่ละมุก โห...คุณพระ ควายมาก กร๊ากกกก ชอบบบบบ

มันก็บอกอะไรคนดูหลายอย่าง ท่ามกลางความไร้สาระที่ไม่มีอะไรเลย ก็ขนมมันต้องการเหตุผลซะที่ไหน ไม่งั้นมันจะเป็นขนมได้ไง ขนมหวานน่ะเป็น guilty pleasure ของมนุษย์ชัดๆ (ชาร์ลีบอกมา)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...สภาพแวดล้อมไม่สำคัญ สำคัญที่การเลี้ยงดู

For though she's spoiled, and dreadfully so,
A girl can't spoil herself, you know.
Who spoiled her, then? Ah, who indeed?
Who pandered to her every need?
Who turned her into such a brat?
Who are the culprits? Who did that?
Alas! You needen't look so far
To find out who these sinners are.
They are (and this is very sad)
Her loving parents, MUM and DAD.
And that is why we're glad they fell
Into the garbage chute as well.

- Veruca Salt; Roald Dahl

(ท่าจะจริง)

Why don't you take a CLOSER look?

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ เซลล์เป็นล้านๆเซลล์บนโลกนี้มีรูปแบบการเดินทางที่ไม่ เหมือนกันเลย ต่อให้คล้ายกันแค่ไหน ใกล้เคียงแค่ไหนก็มีจุดแตกต่าง และนั่นเองที่ทำให้เราไม่เหมือนกัน มีความต้องการต่างกัน การเพียรพยายามที่จะดำรงอยู่ก็แตกต่างกัน ทำให้เราไม่เข้าใจกัน ทำให้เรากระทบกระทั่งกัน

แต่มนุษย์เรียนรู้หาทางที่จะอยู่รอด พูดถึงการมองหา The better half มองหา the other self และเริ่มต้นดูแลความสัมพันธ์นั้นๆตามที่ตนถนัด

ในบางความสัมพันธ์...เกิดขึ้นเพราะอีกฝ่ายมองหาและพบเห็นสิ่งที่ตนอยากเห็น เหมือน แอนนา (จูเลีย โรเบิร์ตส์) ที่ถ่ายภาพพอร์ตเทรตของคนอื่นๆ เธอมองผ่านกล้อง เลือกกดชัดเตอร์ในมุมที่เธอต้องการ มุมที่เธอคะเนแล้วว่าสวย ดูดี

ในบางความสัมพันธ์...เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ ชะตาฟ้าลิขิต รักแรกพบ สารเคมี ขั้วต่างของแม่เหล็กที่ดึงดูดกัน เหมือนอลิซ (นาตาลี พอร์ตแมน) ที่เลือกแดน (จู้ด ลอว์) เหมือนแดนที่เลือกอลิซ

อลิซที่แดนชอบคืออลิซที่แดนรู้จัก อลิซเป็นนักเต้นรำเปลื้องผ้าแต่ห่อหุ้มตัวเองไว้อย่างมิดชิดในเปลือกหนาๆที่แดนรู้จักและชอบ ส่วนแดนเป็นนักเขียน เขาเอาจินตนาการของตัวเองห่อหุ้มอลิซเอาไว้ เขาสร้างมันขึ้นมาและไม่เคยคิดจะแกะมันออก

อลิซรักแดน เพราะเขาทำให้เธอมีค่า เขาสร้างเธอให้กลายเป็นนางสาวอลิซ แอร์ส์ที่ไม่ธรรมดาและเป็นที่ต้องการ ไม่ใช่นางสาวเจน โจนส์ดาดๆพื้นๆอย่างที่ตัวตนของเธอเป็นจริงๆ

แต่แล้วแดนก็ไปเจอแอนนา แดนรักแอนนาเพราะเธอคือความรักในอุดมคติ แดนเป็นผู้ชายในวรรณกรรมยุคโรแมนติก นิยมความรักในอุดมคติ ความรักต้องสมบูรณ์แบบ เขาบอกว่า หัวใจมีแพทเทิร์นซับซ้อน ความรักเป็นเรื่องที่กำหนดไม่ได้

แอนนารักแดนเพราะมองเห็นแดนในแง่มุมที่เธอคาดหวังจะเห็น เพราะความรักของแดนคือความรักในอุดมคติ งดงาม มุ่งมั่น อ่อนหวาน แย่งแฟนชาวบ้านก็ยอมเพราะ(นึกว่า)เป็นรักแท้...แต่มันใช้ไม่ได้ทางเชิงปฏิบัติในโลกของความเป็นจริง

แลร์รี่ (ไคลฟ์ โอเว่น) รักแอนนาด้วยเหตุผลง่ายๆว่าชอบผู้หญิงสวยๆ มีการงานอาชีพดีที่ทำให้ตนมีความสุขได้และพาออกงานได้ไม่อายใคร แลร์รี่เป็นแพทย์ผิวหนัง เขาปอกเปลือกนอกของคนมานักต่อนัก สำหรับแลร์รี่ หัวใจคือก้อนเนื้อสูบฉีดเลือดที่มีขนาดเท่ากำปั้น เขาไม่มีจินตนาการสวยหรูเกี่ยวกับชีวิตคู่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขารักใครไม่เป็น

สุดท้ายแอนนาก็เลือกกลับไปหาแลร์รี่ เพราะแลร์รี่คือความเป็นจริงหนึ่งเดียวของมนุษย์เมื่อปราศจากอารยธรรม เมื่อมนุษย์ปราศจากถ้อยคำสวยหรู เครื่องแต่งกายหรือการกระทำตามมารยาท แลร์รี่คือความจริง เป็นตรรกะที่ไม่อาจปฏิเสธว่าเมื่อไม่มีเครื่องประดับตกแต่งภายนอกแล้ว มนุษย์ก็คงเหลือแต่เซ็กส์และความหยาบกร้าน ป่าเถื่อน เหมือนที่โจเซฟ คอนราดบอกว่ามันคือ The Heart of Darkness

แลร์รี่เข้าใจอลิซเพราะเขามองผ่านผิวหนังชั้นนอกของเธอได้ แต่อลิซละเอียดอ่อนเกินไป เขาก็หยาบเกินไป เขาเลยเข้าไปไม่ถึงชั้นในสุดของจิตใจอลิซที่ไม่ได้มีแต่ความว่างเปล่าเหมือนอย่างชั้นนอก เขามองเธอออก แต่เติมฝันและสร้างจินตนาการให้เธอไม่เป็น เพราะแลร์รี่ไม่เหมือนแดน

อลิซเป็นคนว่างเปล่า เธอคือเด็กผู้หญิงหลงทางในจินตนาการของตัวเองเหมือน Alice in Wonderland อลิซเป็นอากาศธาตุ เหมือนนามสกุลที่เธอแอบอ้างขึ้นมาใช้ (Alice Airs) เธอคือคนแปลกหน้าเพราะสามารถเป็นใครก็ได้ที่คนอยากจะรู้จักและเธอก็ไม่ได้เป็นใคร
เลย จินตนาการของแดนทำให้อลิซไม่ว่างเปล่า...อย่างน้อยก็ระยะหนึ่ง

ภาพสุดท้ายของแอนนาที่เราได้เห็น เธอนอนอยู่ในบ้าน อยู่บนเตียงกับสามี ทั้งสองคนมีหนังสือกางอยู่บนตัก สัญลักษณ์นั้นแปลว่าเธอเลือกความจริง แต่จะยังคงล่องลอยในความฝันสวยงามบ้างเป็นบางครั้งบางคราว

โรงแรมสุดท้ายที่อลิซอยู่กับแดนในคืนนั้นมีชื่อว่า The Renaissance (Rebirth) และตัวตนจอมปลอมของอลิซ แอร์ส์ก็ตายไปในคืนนั้นเพื่อจะเกิดใหม่ในคืนเดียวกัน เธอเองก็เลือกความจริง เธอยอมกลับไปสู่ที่ที่เธอจากมา แต่เชื่อว่าอลิซจะยังคงมองหาจินตนาการแปลกตาใหม่ๆให้เธอยึดเกาะต่อไป

ส่วนแดน...เขารับรู้ความจริงผ่านกระจกที่สะท้อนเงาของตัวเอง แดนติดกับอยู่ในเงาของตัวเอง หลงอยู่ในอุดมคติของตัวเองตลอดมา...และอาจจะตาสว่างขึ้นสักวัน หรือไม่ก็ไม่รู้

--------------------------------------

ข้อมูลภาพยนตร์ : ที่นี่

Closer เป็นผลงานกำกับของ Mike Nichols โดยนำเอาบทละครเวทีมาขึ้นจอใหญ่ ไคล์ฟ โอเว่นคนที่แสดงเป็นแลร์รี่นั้น เคยรับบทเป็นแดนมาก่อนในเวอร์ชันละครเวที

หนังเรื่องนี้น่าสนใจมาก (ชอบเป็นการส่วนตัว) เต็มไปด้วยบทสนทนา อารมณ์ร้ายๆ ตัวละครรังแกกันด้วยวาจา (ตามประสาคนอังกฤษและไม่ผิดกับมนุษย์ปุถุชนทั่วโลกที่ชอบทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยคำพูด) แฝงไว้ด้วยสัญลักษณ์ จำนวนตัวละครน้อยแต่เข้มข้นและเจาะลึก ดนตรีประกอบเศร้า เพราะ แต่ถ้าใครไม่ชอบก็อาจจะเบื่อได้ง่ายๆเหมือนกัน

... ... ...

เขียนไว้นานแล้ว แปะๆๆ

 

๑. สวัสดีประชาชนค่ะ

๒. นี่ดิฉันไสหัวตัวเองหายไปไหนตั้งหลายวันคะเนี่ย อย่างอิชั้นเนี่ยนะคะจะ shut down อินเตอร์เนต โอ้ เอรู ช่างน่าแปลกจุยเจรงๆ

๓. เดือนนี้ดิฉันได้ดูหนังเกินหนึ่งเรื่องแล้วค่ะ *น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มไหลพราก* ดูสนุกทุกเรื่อง ไม่เสียดายตังค์สักเรื่องก็แค่...

๓.๑. Flightplan - พล็อตกลางๆ ไม่ถึงกับเฉียบคม แต่ไม่ถึงกับย่ำแย่ มันไม่ใหม่ และที่สำคัญคือมันไม่ make sense เท่าไหร่ในแง่ของการเลือก "เหยื่อ" (ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือก"เหยื่อ"ที่เก่งและชำนาญพื้นที่กว่าคุณเหรอคะ? ทำให้นึกถึงหนังของออเดรย์ เฮปเบิร์นเรื่อง Wait Until Dark ที่นางเอกตาบอดแล้วโจรดันขึ้นบ้าน ก็ต้องปิดไฟสู้มันซะเรย ชิมิเคอะ) นักแสดงก็มาเล่นเอาตังค์กันอย่างจริงใจ ชอบฉาก title ตอนเปิดเรื่อง มีการจัดวางองค์ประกอบของตัวหนังสือพิมพ์เล็กบนพื้นที่กว้างๆ...ให้ความรู้สึก minimal ดี

เป็นหนึ่งในหนังประเภท Women in Peril ที่ดูได้ดูดี แต่ไม่ชอบสุดๆ

๓.๑.๑. คณะริอ่านจะตีปีก - (เนื่องจากอุดมด้วยดาราคุ้นเคย จึงต้องขอพ่นหน่อย) วุ้ยยย คุณกัปตัน Beano ขา ไฉนจึงเล่นหนังดกอย่างกะออกลูกอย่างงี้ค้า แถมยังชอบเป็นตัวประกอบถึกทนอีก เห็นหน้ากันมาตั้งแต่ต้นปี ทั้ง National Treasure ทั้ง Island...ไม่ใช่ไม่ชอบนะเออ ช้อบชอบ หนูก็แค่เป็นห่วงตามประสาแฟนเกิร์ลที่ดี (ว่า Sean Bean มันไม่ดังเปรี้ยงๆซะทีก็เพราะเงี้ย)

ป้า Jodie...เฮ้ย ทำไมป้ารับหนังซ้ำซ้อน อย่างกะเป็นคุณแม่ระลึกชาติมาจาก Panic Roomเลยล่ะ (แล้วทีให้กลับมาระลึกชาติเป็น Clarice Starling ของคุณหมอฮันนิบาล ไยเธอไม่กลับม้า...เผื่อกลับมาแล้วหนังมันจะดีและดิบกว่านี้ โฮกฮากโฮกฮาก) ไม่นับ A Very Long Engagement ที่ป้ากะมาทำสะใภ้หนูจริงๆ

Peter Sarsgard...ดารามีฝีมือ หน้าตาไม่มีอารมณ์ (อย่างว่าอ่ะ ขนาด Kinsey เปลือยใส่ลุงเลียม นีสันซะขนาดนั้น ก็ยังอุตส่าห์ทำหน้าตาไม่มีอารมณ์อยู่นั่นเอง)

นางสาวเทอร์มิเนทริกซ์ Erika Christensen อยู่ส่วนไหนของเครื่องบิน? o.O' ฮัลโหล...

๓.๒ Doom - สารภาพ...ไม่ได้ไปดูเพราะเล่นเกมหรือเดอะ ร็อค แบบว่า...ไปดูเพราะคาร์ล เออร์เบิน ^^" อดีตท่านพี่เอโอแมร์แห่งคณะลอร์ด (เออ...ฉันเป็นแฟน Lord of the Rings น่ะ นักแสดงลอร์ดฯคนไหนมีผลงานออกมาให้ตบได้ถ้ามันไม่สาหัสเกินจักษุประสาทจะรับไหว ฉันก็หลับหูหลับตาดูทั้งนั้น...ชอบไม่ชอบอีกเรื่อง) แล้ว Doom ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลยค่ะ กะแล้วว่ามันไม่มีอะไรอิชั้นชอบ Resident Evil มากกว่าในทุกกรณี

๓.๒.๑. คณะลูกครึ่ง (ผีกับคน)- เนื่องจากตั้งใจไปดูแค่คุณคาน ชานเมือง (- -" ไปแปลให้เขาทำไม) ดังนั้นหนังเรื่องนี้เลยโหย... คุ้มค่ะคุ้ม เท่โคตรพ่อโคตรแม่ แถมได้เลื่อนขั้นเป็นดารานำกะเขาแล้ว เย้(ได้ข่าวว่าตอนเล่น Ghost Ship พี่ยังเป็นตัวประกอบที่กระพริบตาแล้วหายไปจากจออยู่เลย อำนาจแหวนนี่มันทำให้คนดูดีขึ้นได้จริงๆค่ะ ปีเตอร์ แจ๊คสันทำได้ อภินิหารเมคอัพครองพิภพ...ปั้นดินให้เป็นดาวชัดๆ)

แต่ก็ยังสู้บทเอโอแมร์ (ฉากที่วิ่งไปกอดศพน้องสาวในสนามรบแล้วร้องไห้ทำเอาอิชั้นเสียจริตไป...อย่างกับกระโดดออกมาจากหนังสือแน่ะ)หรือ Kirill ในThe Bourne Supremacy (แต่บทนักฆ่าใน Bourne มันก็เท่กระเจิดกระเจิงทุกคนแหละค่ะ ขนาดพี่บูด Clive Owen ยังดูเท่ได้ ฉันก็ไม่ควรจะเชื่อในสิ่งใดแล้ว ชิมิเคอะ)ไม่ได้อยู่ดี...นั่นเอง

๓.๓.Goal - นิวคาสเซิล นิวคาสเซิล และนิวคาสเซิล ถึงฉันไม่ใช่แฟน The Toonแต่ฉันว่าถ้าจะสร้างหนังเกี่ยวกับฟุตบอลอังกฤษ นิวคาสเซิลก็เป็นเมืองที่เอามาเล่นได้สนุกที่สุดแล้วล่ะ (แต่ปรากฎว่ามีสาวกหงส์แดงทำใจไม่ได้ ไม่ยอมไปดูว่ะ ฮา...) หนังไม่มีไรเลย ดูเอาสนุก เพลินๆค่ะเพลินๆ

อุตส่าห์ใส่เพลง Oasis เข้ามาในหนังซะหลายดอก อ่ะนะเข้ากันดีเสียด้วยสิ เล่นเอา Cast no Shadow กับ What's the Story มาโปรยใส่หนังอย่างงี้...ช่างทำได้ลงคอ

เบ๊คแคมนี่...เตะบอลกับถ่ายแบบไปแหละดีแล้วอย่าเอ่ยปากพูดอะไรเลยตะเอง - -"ป๋าดานได้ค่าตัวเท่าไหร่เคอะ อุตส่าห์มาโผล่แบบกระพริบตาแล้วหายไป...

อย่างไรก็ตามหนังทั้งสามเรื่องมันเหมือนกันเลยล่ะ ตัวเอกเป็นยอดคุณแม่ ยอดมนุษย์ แล้วก็ยอดนักเตะ สารพัดจะยอดแต่ทำม้ายยยมันถึงไม่ยอดเยี่ยมล่ะคะ อิชั้นก็ไม่ทราบ

๔. อยากดู Elizabethtown จังเลย (เพราะในที่สุดพฤหัสฯนี้ เจ้าสาวของทิม เบอร์ตันก็ยอมเข้าโลงแล้ว เลยต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปโวยวายอยากดูเรื่องอื่น อิอิ) โดนด่าว่าห่วยแค่ไหนก็จะหลับหูหลับตาดูอย่างหน้าชื่นตาบานค่ะ เชื่อคาเมรอน โครว์ รักเคียร์สเต็น ดันสท์ แฟนเกิร์ลออร์ลันโด บลูม เชิดนักวิจารณ์ชั่วคราว *ปิดหูปิดตา not listening, I'm not listening*แต่มันจะเลื่อนกำหนดฉายในไทยไปจนถึงเมื่อไหร่ค้า โฮ...ปีนี้ตรูจะได้ดูม้ายยย

๔.๑.Elizabethtown Photobook เจิดจ้ามากค่ะ เจิดจ้า...น่ารักสนิท*นับเงินในกระเป๋า*

๕. ฉันพิมพ์เอ็นทรีสั้นๆเป็นรึเปล่าคะ?