BookBase

 

*

A Short History of Tractors in Ukranian

: อยู่ในโครงการ 12 เล่ม 12 เดือนจ๊ะ

: นิยายชื่อยาวจนขี้เกียจพิมพ์เล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวอลหม่านชาวยูเครนที่อยู่ในอังกฤษ แม่เพิ่งตาย ส่วนพ่อก็...กำลังจะแต่งงานใหม่กับเซ็กส์บอมบ์ต่างด้าวมีลูกติดและพูดอังกฤษได้แบบร่อแร่ (ซึ่งแน่นอนว่าหวังแต่งกับโคแก่เพื่อขอสัญชาติ) นางเอกเป็นคนเล่าเรื่อง ไม่เคยญาติดีกับพี่สาวคนโตเลยด้วยอุดมการณ์ที่ต่างกัน (นางเอกเป็นพวกหัวเอียงซ้าย พี่เอียงขวา) จนกระทั่งพ่อแก่ๆเกิดตัณหากลับอยากมีเมียใหม่ สองพี่น้องเลยต้องหันมาประชุมเพลิงกันอย่างเร่งด่วน

: จขบ.ว่ามันสนุกในระดับที่อ่านได้ จะรู้สึกสนุกแบบพอเพียงถ้าไม่เคยอ่านหนังสือแนวนี้มาก่อน แต่ถ้าเคยอ่านอะไรมันส์ๆปั่นป่วนฮาโคตรแตกอย่าง White Teeth ของ Zadie Smith หรือ The Budhha of Suburbia ของ Hanif Kureishi มาแล้วล่ะก็...เรื่องนี้ถือว่ากระจอกไปเลยในทุกๆด้าน อ่านจบหนึ่งหนแล้วก็ไม่รู้สึกติดค้างใดๆในใจ (หรืออาจจะค้างคานิดหน่อยว่ามันได้ชิงรางวัลดีเด่นอะไรกะใครเค้าด้วยได้ไงวะ ฮา)

: ฉบับไทยมีชื่อว่า ประวัติย่อของแทร๊กเตอร์ฉบับยูเครน (น่าจะของสนพ.มติชน ไม่แน่ใจอ่ะ ขี้เกียจหยิบมาเช็ค)ไม่ค่อยชอบสำนวนแปล อ่านรู้เรื่องแต่ไม่นิยม

The Interpretation of Murder

: เอ่อ เล่มนี้อ่านจบตั้งแต่ปีที่แล้ว รูปก็อัพเตรียมรีวิวแล้ว แต่ตกสำรวจอย่างยาวนาน กร๊ากก

: ยังไม่มีแปลไทย

: มีเรื่องเล่าว่า ในปี 1909 ซิกมุนด์ ฟรอยด์กับคาร์ล ยุงเดินทางไปเยือนอเมริกาเป็นครั้งแรก พอกลับไปเวียนนาฟรอยด์ก็ไม่ค่อยยอมพูดถึงทริปหนนั้นอีก ทั้งยังชอบพาดพิงว่าคนเมริกันมันพวกป่าเถื่อนชัดๆ Jed Rubenfeld ก็เลยหยิบเอาตรงนี้มาต่อเติม ใส่คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญแห่งนิวยอร์ก โดยเหยื่อเป็นสาวไฮโซโดนรังแก เอาแส้ฟาด  และฆ่ารัดคอ ส่วนเหยื่อรายที่สองก็เป็นกุมารีเศรษฐีที่รอดมือฆาตกรมาได้อย่างเฉียดฉิว แต่สภาพจิตย่ำแย่ จนต้องใช้นักจิตวิทยาวิเคราะห์มาช่วย รวมถึงซิกมุนด์ ฟรอยด์ที่เผอิญอยู่แถวนั้นพอดีด้วย

: เรื่องย่อฟังดูดีใช่ม๊า...

: จขบ.ก็ว่าลำพังแต่เรื่องย่อมันทำท่าจะไปได้สวยเช่นกัน เอิ๊ก แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น o.O' เพราะคนเขียนแกยัดความสนใจของตัวเองลงมามากเกินไปแล้วมันไม่เชิงว่าจะเป็นประเด็นของเรื่องน่ะสิ พล็อตมีหักมุมอยู่บ้าง แต่ไม่น่าแปลกใจอะไร และกว่าจะไปถึงตรงนั้นได้ เราจะต้องผ่านการพร่ำเพ้อมากมายถึงเชคสเปียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Hamlet เชื่อเถอะว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคดีสักกี่มากน้อย ต้องดูจากประวัติคนเขียนซะก่อน เราถึงจะตาสว่าง - -" คนเขียนเป็นอาจารย์กฎหมายที่ Yale เรียนจบจาก Princeton ทำตีซี้ดเกี่ยวกับฟรอยด์ และศึกษาบทละครเชคสเปียร์เป็นงานอดิเรก...ดังนั้น The Interprtation of Murder ถึงได้กลายเป็นนิยายหลายใจ ไอ้นี่ก็อยากเขียน ไอ้โน่นก็อยากใส่ลงไป ไอ้นู่นก็อยากเขียนถึง ลงท้าย มันก็เลยไม่มีอะไรสักอย่างที่โดดเด่นขึ้นมานั่นเอง

: นอกจากนี้ คนเขียนยังชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอีกด้วย ผู้อ่านหลายคนอาจจะหมดความอดทนกับพระเอกในที่พล่ามอยู่ได้ มัวแต่แถลงบทวิเคราะห์จิตวิทยาของแฮมเล็ตอยู่ได้ อันที่จริง จขบ.ชอบทฤษฎี to be or not to be ของคนเขียนเลยทีเดียว (มันก็คือ paradox ความจิตตกประสาทแดร๊กของแฮมเล็ตเองแหละ) แต่คนเขียนก็วกไปวนมามากเกินไป (จนการอธิบายความลักลั่นย้อนแย้งนั้นกลายเป็นความลักลั่นย้อนแย้งเสียเอง - -")  

: บทเฉลยและบทหักมุมไม่เร้าใจ ทำให้คนอ่านรู้สึกเสียเส้นอย่างมาก มันแป้กนะว้อย ส่วนบทบาทของซิกมุนด์ ฟรอยด์ก็งั้นๆมาก ถ้าตั้งความหวังว่าจะได้เห็นฟรอยด์เป็นคินดะอิจิก็เห็นทีจะผิดหวังอย่างแรงจ๊ะ

: แต่อ่านแล้วรู้สึกว่าคนเขียนเค้าทำการบ้านมาดีมากนะ เรื่องสถานที่และบรรยากาศของนิวยอร์กในยุคต้นศตวรรษที่ 20

Double Star

: เป็น sci-fi ขนาดสั้นของโรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์ที่จขบ.เพิ่งสอยมาจากงานสัปดาห์หนังสือครั้งล่าสุดนี่เอง เป็นของสนพ. ASK Media ในชื่อไทยว่าทวิดารา

: พล็อตสั้นง่ายและตรงไปตรงมา พระเอกเป็นนักแสดงตกอับ อยู่มาวันหนึ่งก็ได้รับว่าจ้างให้ไปแสดงเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งของจักรวาล (เขาเล่นกับคำว่า Double และ Star น่ะเอง) ซึ่งเป็นภารกิจลับแบบมิชชั่น อิมพอซซิเบิ้ลกันเลย

: ชอบฮ่ะ สนุกดี (รวมๆแล้วจขบ.ชอบเรื่องนี้มากกว่า Have Space Suit ของนักเขียนคนเดียวกันแหละ แต่ไม่ชอบมากเท่า The Moon is a Harsh Mistress) เรื่องนี้กระชับฉับไว รสไซไฟไม่เข้มข้นมาก เพราะเน้นประเด็นอื่นๆเช่นการเมือง สังคม ฯลฯ โดยมีฉากหลังเป็นไซไฟมากกว่า ทำให้อ่านง่ายกว่าเรื่องอื่นๆของไฮน์ไลน์ ใครอยากลองแนว sci-fi แต่กลัวเจอเรื่องยาก อนุภาคมึนตึ้บ แนะนำเรื่องนี้จ๊ะ

*

 

(คิดว่าเราจะอัพรูปงานคอมปาร์ฯล่ะซี้....ได้ข่าวว่ายังโหลดไม่เสร็จ)

นั่งค้นโกดังรูปดูจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ - -" เออ...ถ่ายรูปเก็บไว้ตั้งหลายเล่ม ไม่ได้พูดถึงเลย ผ่านมาก็ปีกว่าแล้ว ดิฉันจะดองไปถึงไหนกัน ฮา   

 The Piano Shop On the Left Bank : Discovering a Forgotten Passion in a Paris Atelier

: มีชื่อไทยว่า หัวใจเปียโน ของสนพ.บลิส เรื่องนี้ไม่ใช่นิยาย แต่เป็นเรื่องจริง (ที่น่าจะอิงนิยายนิดหน่อย) ของคนเขียนเองที่ชื่อแทด คาร์ฮาร์ต เป็นคนอเมริกันที่ไปใช้ชีวิตในปารีส แล้วในย่านที่เขาอยู่มีร้านซ่อมเปียโนเล็กๆอยู่ร้านหนึ่ง ด้วยความอยากรู้เลยเดินเข้าไปดู แทดพอจะมีพื้นฐานเปียโนอยู่บ้าง ก็เลยอยากได้เปียโนสักตัว แต่คนดูแลร้านดันไม่ต้อนรับ เพราะที่นี่เค้าใช้ระบบสมาชิกแนะนำปากต่อปาก ความพยายามห้ำหั่นเอาชนะจึงเกิดขึ้น (ประโยคหลังนี่จขบ.เล่าเกินไปละ กร๊าก)

: คนเขียนใช้บรรยากาศและเสน่ห์ส่วนตัวของปารีส (เมืองที่ผู้อ่านบนโลกจำนวนมากยกให้ติดอันดับต้นๆที่อยากไปเกลือกกลิ้ง) ให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะเสน่ห์ของย่านฝั่งธนฯ (Left Bank) แล้วก็พูดคุยถึงเปียโนด้วยภาษาของเพื่อนบ้านทำให้เข้าใจง่าย เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนธรรมดาที่ตกหลุมรักเปียโน หลังจากที่แค่เคยรู้จักแต่ไม่ได้ติดใจอะไร แต่มาเปลี่ยนใจรักเธอเพราะบรรยากาศมันเป็นใจ ฮา

: อ่านได้เรื่อยๆ เรื่องราวก็เรียบๆเรื่อยๆ (ชีวิตคนเขียนก็ไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นเท่าไหร่หรอก) อ่านแล้วก็ได้ซึมซับพงศาวดารเปียโนไปด้วย แต่ปกหลังโฆษณาเว่อร์ไปหน่อย หนังสือมันไม่เปลี่ยนชีวิตคนอ่านขนาดนั้นอ่ะ (คนเขียนอาจจะรู้สึกอย่างงั้นจริงๆก็ได้มั้ง) แต่คงอาจทำให้บางคนรักเครื่องดนตรีชิ้นนี้มากขึ้น แล้วก็ช่วงท้ายเล่มแรงตกไปเยอะเลยค่ะ หนังสือมันของคนอเมริกันพลัดถิ่นที่เขียนแล้วได้อารมณ์อเมริกั๊น อเมริกัน เพื่ออเมริกั๊น อเมริกัน (งงๆมั้ย แต่หนังสือบางเล่มมันเป็นอย่างงั้นจริงๆนะ เช่นเดียวกับที่บางเล่มก็โคตรอังกรี๊ด อังกฤษเป็นต้น) จขบ.ว่าถ้ามันบังเอิญไม่ใช่ประสบการณ์ของคนต่างถิ่นในปารีส มันก็อาจจะไม่มีอะไรน่าสนใจก็ได้

: ต้นฉบับ คุณแทดใช้ภาษาเรียบง่ายแต่สวยงามน่าอ่านดี (ไปแอบยืนอ่านมา) ส่วนฉบับแปล คุณภาพโอเค อ่านรู้เรื่องทุกประการ แต่ไม่ "ว้าว" อ่ะ (แต่ไม่ชอบดีไซน์ปกนี้เลย ^^" Bliss เค้าเป็นอะไรกับสีโทนนี้หว่า Time Traveler's Wife ปกไทยก็สีชมพู ทั้งที่เนื้อเรื่องไม่ได้ชมพูเล้ยยย)  

: ถ้าชอบ Nodame Cantabile ภาคบุกปารีส แหวกกงแซร์วาตัวร์ เล่มนี้ก็น่าอ่านจ๊ะ จะได้ฟีลคนละแบบ

 

ดูเหมือนเอ็นทรีที่แล้วจะสมยอมกันโดยถ้วนหน้า :P ปกติจขบ.ก็ไม่เล่นอะไรในวันเกิดวาตานุกิ (April Fool's) หรอก พอดีคุณเฮ้าส่งจม.ลูกโซ่มา เลยรับมุขเสียหน่อย

(แต่ดูท่า จขบ.จะปล่อยมุขจากซีรีส์ละครทีวีมากเกินไป ฮา)

มาที่เรื่องอื่นกันเถอะ วันนี้จขบ.เร่งกีบไปล่มสลายในงานสัปดาห์หนังสือมาค่ะ เนื่องจากพลังงานและเวลามีจำกัด ได้เข้าไปครึ่งชั่วโมง เลยดิ่งเข้าบู้ธที่รู้อยู่แล้วว่าอยู่ไหน สอยๆแล้วก็รูดปรื๊ดดด = = ไม่ได้แวะเวียนโซนอื่นๆเลย (จะมีโอกาสไปอีกมั้ยก็ไม่รู้ ช่วงนี้ทำงานดั่งกรรมกร)

Tokyo Tokyo Continues : ภาคต่อของ Tokyo Tokyo หนังสือคู่มือนำเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ธรรมดา (คนเขียนไม่ไดบอกว่าไปไหนทำอะไรมาบ้าง แต่จะบอกว่าที่ไหนน่ากิน ที่ไหนน่าซื้อ ที่ไหนน่าเดิน อย่างงี้เราชอบบบ)

The People of Sparks : ภาคต่อของ The City of Ember วรรณกรรมเยาวชนแนวแฟนตาซี (สารภาพ...จขบ.ยังไม่ได้อ่านเล่มหนึ่งหรอก แต่เห็นเล่มนี้มันนอนโดดเดี่ยวอยู่บนชั้นหนังสือลดราคา สภาพโทรมนิดหน่อย ใครเห็นใครก็เมิน ก็เลยอุ้มมันกลับบ้าน)

Double Star : "ทวิดารา" ของโรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์ค่ะ ซื้อเพราะโรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์ (ว่าแต่...ไซไฟออกแค่เล่มเดียว เง้อ - -")

The Sword of the Rightful King : ราชันแห่งดาบ (อะไรทำนองนี้) มาจาก ASK Media อีกเล่ม เคยเห็นเป็นภาคอังกฤษแว้บๆแต่ไม่ได้สนใจ เกี่ยวกับคิง อาร์เธอร์ค่ะ

Le Testament Francais : คุณงามพรรณ เวชชาชีวะแปลจากภาษาฝรั่งเศส ว่าจะซื้อตั้งนานแล้วแต่ลืมอ่ะ ยังไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับอะไร (น่าจะออกแนวไซไฟ-แฟนตาซีนิดๆ)

จอมโจรยูเจนิดิส : สามเล่ม นี่ก็ว่าจะซื้ออยู่ตั้งแต่คราวที่แล้ว

สายลับจับไมค์สืบ : สามเล่ม EDIT - จขบ.เบลอมาก เข้าใจว่าสี่เล่มเพราะเมาค่ะ นึกว่าปกส้มกะปกเหลืองเป็นคนละเล่มกัน เอาเข้าไป... (ชื่ออะไรทำนองนี้แหละนะ ของเมก คาบอท) คล้ายว่าจะเป็น chic lit นะคะ เอิ๊ก ปกสีๆเรียงกันแล้วสวยดี (อ่าว อีนี่ซื้อของเพราะแพคเกจ) เป็นเรื่องของนักสืบสาวร่างอวบ มีฆาตกรรม และออกแนวเฮฮา

Frankenstein, Dracula, Phantom of the Opera : เห็นเค้าแปลมาขาย ก็เลยซื้อมาตบหัวตัวเองเล่น กร๊ากกก โรคจิตอ่ะ ซื้อมาทำไมวะ อ่านแล้วทั้งปวง โฮ้ววว - -" รายละเอียดว่าทำไมถึงซื้ออยู่ด้านล่างจ๊ะ

เดอะ ฮิสทอเรียน : อันนี้อยากโหม่งหัวแตกตายไปเลยมากกว่าอีกค่ะ ฮา ไม่รู้จริงๆว่าจะซื้อฉบับแปลมาให้รกบ้านทำไม (คือ...หนังสือยังกองอยู่ในตู้อยู่เลย เหมือนจะเคยรีวิวทิ้งไว้สั้นๆเมื่อสักสองปีที่แล้วว่า ยาวมาก ดีเทลเยอะมากๆ ถ้าชอบจะชอบไปเลย ถ้าเกลียดก็เกลียดไปเลยอีกเช่นกัน คนเขียนคุมโทนของเรื่องได้ดี แต่โดยส่วนตัวแล้วเกลียดฉากคลี่คลาย แบบว่ามัน...ฮ่วย เขียนมาได้ ช่างเสียเวลากรู๊ววว - -")

นี่ยังไม่ได้ผ่าน Bliss กับ a day เลย วันนี้ออกแนวช้อปปิ้งหนังสือแบบเกรียนๆชอบกลวุ้ยคะ

*

Confession of a Who

เดาว่าช่วงนี้จขบ.คงจะเครียดและหมองหม่นจนเกิดอาการ retail therapy ขั้นสาหัส เดือนมีนาที่ผ่านมา จขบ.จ่ายเงินค่าหนังสือไปเป็นเลขเฉียดห้าหลัก...กร๊ากกก (ถ้าหนังสือต้องเสียภาษีคงมีตายจริงๆ) B2S ลดราคา จขบ.ก็กวาด Kinokuniya เอานีล ไกแมนเข้ามาใหม่ ดิฉันก็ทยอยสูบ (ก่อนหน้านี้ก็หายากหาเย็นดีนัก) Asia Books ไม่ได้ทำอะไรเลย ดิฉันก็ยังอุตส่าห์พยายามอุดหนุน (ebay อยู่ของมันดีๆ กรูก็ยังหาเรื่องไปบิด)

ไปงานสัปดาห์หนังสือวันนี้ก็ยังทำตัวน่าตบ หนังสือสิบหกเล่มในกองนั้น มีหกเล่มที่จขบ.อ่านไปแล้ว (ในเวอร์ชั่นอังกฤษ) ตอนที่ซื้อไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะหาเหตุผลให้ตัวเองเสร็จสรรพ เช่น อมรินทร์จัดเซต Horror Classics สามเล่มเข้าด้วยกัน อันได้แก่ แฟรงเก้นสไตน์ แดร๊กคิวล่า (หรือดรากูล่า...น่ะ เหมือนๆกัน) และแฟนธ่อมออฟดิโอเปร่า อันที่จริงนั้น จขบ.อยากซื้อแค่แดร๊กคิวล่ามาเก็บไว้ ด้วยเป็นสำนวนแปลของอ.สายสุวรรณ แต่พอดีเห็นชื่อคนแปลแฟรงเก้นสไตน์ ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าควรจะถอยมาด้วย (เผื่อใช้รังแกคุณ LMJ ฮา)

เพราะฉะนั้น ไหนๆก็ไหนๆ ก็ยกเซตไปนั่นแหละ ง่ายดี จบ รู้สึกเหมือนเป็นคนโรคจิต

คิดว่าจะเลิกซื้อหนังสือไปสักระยะ (ว่าจะไล่อ่านให้หมดทุกกองของเดือนมีนาฯ พวกหนังสือแปลซ้ำซ้อนก็อ่านเพื่อรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง จะได้เข็ด - -")

(แล้วก็ขอดิฉันไปบำบัดด้วยอย่างอื่นมั่งเหอะ)

*