Into this wild abyss,
The womb of nature and perhaps her grave,
Of neither sea, nor shore, nor air, nor fire,
But all these in their pregnant causes mixed
Confusedly, and which thus must ever fight,
Unless the almighty maker them ordain
His dark materials to create more worlds,
Into this wild abyss the wary fiend
Stood on the brink of hell and looked a while,
Pondering his voyage...
ฉันอ่าน His Dark Materials ของ Philip Pullman จบไปนาน(มั่กๆ)แล้ว แต่กว่าจะนึกอะไรออกก็ราวๆอาทิตย์หนึ่งผ่านไป (และคงจะทยอย edit เพิ่มเรื่อยๆหลังจากหนังเข้าฉาย หรือเมื่อหยิบมาอ่านแล้วได้อะไรใหม่ๆ) มันแบบว่า...ย่อเรื่องให้น่าสนใจไม่ถูกแฮะ มันเป็นหนังสือที่สรุปย่อเรื่องไม่ได้ เพราะย่อก็ต้องสะปอย มันเป็นหนังสือประเภทที่ไม่อยากจะไปสะปอยใคร ไม่อยากให้ใครถูกสะปอยก่อนด้วย อยากให้ได้อ่านกันเองมากกว่า
ครั้นจะย่อเรื่องโดยไม่ให้ิติด spoiler ...มันก็จะไม่น่าสนใจเลยค่ะ
His Dark Materials ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อสักสิบปีที่แล้วนี่เอง (แต่เดาเอาว่าในอนาคตอันไกล มันจะได้ขึ้นอันดับ ถูกจับขึ้นหิ้งหนังสือน่าอ่านแห่งศตวรรษคู่กับ Lord of the Rings เลยเชียวนะ) มันเป็นไตรภาคอีกต่างหาก เล่มแรกได้ชื่อว่า Northern Lights (ฉบับที่ตีพิมพ์ในอเมริกาใช้ชื่อ The Golden Compass) เล่มสองชื่อ The Subtle Knife และเล่มสามคือ The Amber Spyglass คนเขียนแกได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจาก Paradise Lost ของจอห์น มิลตัน และกลอนของ William Blake และ Keats
(ฉบับแปลไทยของนานมี คนแปลไม่ยอมแปล Paradise Lost ตรงที่เป็นส่วนเกริ่นนำเรื่อง! รู้ว่ามันแปลยากมาก แต่ลักไก่ไม่แปลซะเลยอย่างงี้โกรธนะเฟ้ย)
Northern Lights เปิดฉากที่อ๊อกซฟอร์ด แต่เป็นอ๊อกซฟอร์ดในเอกภพอื่น เป็นโลกตะวันตกที่ปราศจากยุค Reformation หรือยุคฟื้นฟูศาสนา (ที่ทำให้เกิดคริสต์นิกายอื่นๆ ก็เลยเป็นโลกหัวโบราณแบบอนุรักษ์นิยมนั่นเอง) ผู้คนมี daemon หรือภูติประจำตัวที่แยกจากกันไม่ได้ (แต่จขบ.ว่า daemon ในที่นี้อารมณ์เหมือน conscience หรือจิตใต้สำนึกมากกว่้า soul แฮะ เป็น Soul ในนัยของ "จิตวิญญาณ" ไม่ใช่วิญญาณเป็นดวงๆอ่ะ พิมพ์เองก็งงเอง) deamon มีรูปร่างเป็นสัตว์ประเภทต่างๆตามแต่สันดานหรือพื้นเพของคนๆนั้น เช่นเดม่อนของคนรับใช้มักจะเป็นสุนัข เดม่อนของคนคิดคด มีแนวโน้มจะเล่นไม่ซื่อก็เป็นงู
daemon ของเด็กมีรูปร่างไม่คงที่ เปลี่ยนตามอารมณ์จนกระทั่งเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ คงเหมือนจะแสดงให้เห็นว่าเด็กมันไม่มีพิษมีภัยหรอก นึกยังไงก็ทำออกมาอย่างงั้น มีจินตนาการ (แต่นั่นก็ทำให้เด็กกลายเป็นตัวอันตรายได้ยิ่งกว่าผู้ใหญ่เสียอีก)
นางเอกของเรื่องชื่อ Lyra Belacqua อายุสิบเอ็ดเป็นเด็กกำพร้าอาศัยอยู่ใน Jordan College วันหนึ่งด้วยความสอดรู้สอดเห็น คุณน้องไลราได้ยินแผนการของเหล่าคณาจารย์นำโดย Master แห่ง Jordan College ว่าจะลอบฆ่าท่านลุงอัสเรียล (ที่อ่านแล้วเห็นภาพลุง Liam Neeson แบบที่แฟนเกินกรี๊ดๆ) แล้วคนเขียนก็สั่งให้เป็นนางเอกนับแต่นั้น
(เล่าง่ายไปม๊ายยย)
พระเอกของ His Dark Materials ปรากฎตัวในเล่มสอง อายุไล่เลี่ยกันชื่อ Will (ซึ่งเป็นชื่อที่ดีและเหมาะสมกับเนื้อเรื่องอย่างมาก) น้องวิลเป็นคนของโลกนี้ล่ะค่ะ บังเอิญเกิดเป็นฆาตกรที่กำลังออกตามหาพ่อที่เป็นนักสำรวจและหายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน แล้วก็มีแม่เป็นโรคจิตอ่อนๆ เหมาะสมกับไลราจะหาไหนปาน เพราะน้องไลราเป็นเด็กที่โกหกเก่งเป็นบ้า (ถึงขนาดมีฉายาว่า Silvertongue...สาลิกาลิ้นเงินชัดๆ) ไลราเป็นเด็กแก่นที่ถูกสอนมาให้วางตัวแก่กว่าวัย วางอำนาจบาตรใหญ่ แต่รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดีเข้าขั้นเซียน
นอกจากนี้เรายังได้เรียนรู้ความเป็นมาของคุณน้องในช่วงกลางๆเล่มหนึ่งอีกว่าพ่อแม่ของน้องไลรานี่ร้ายพอกันทั้งคู่ คุณแม่นี่เหมือน Irina Derevko (สำหรับผู้ที่ไม่ได้ดู alias ลองนึกถึงสาวสวยระดับนิโคล คิดแมน แต่มารยาล่อลวงในระดับที่เรียกได้ว่าเป็น femme fatale เลยทีเดียว)
น่าสังเกตอีกอย่างว่าไลราถือกำเนิดขึ้นมาจาก Passion แม่ก็ร้าย พ่อก็เหี้ยม โตมาแบบเด็กกำพร้า เข้าแก๊งค์กับเด็กยิปเชียนส์ (หรือพวกยิปซีในโลกของไลรา) มีชีวิตลุยๆ เร่ร่อน แต่กลับไม่เคยขาดความรักจากคนรอบข้างเลย ในขณะวิลถือกำเนิดขึ้นจาก Love แต่พ่อก็หาย แม่ก็บ้า เพื่อนก็ชั่ว ตัวเองก็ฆ่าคนตาย ให้มันได้อย่างงี้สิ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ได้ข่าวว่านี่เป็นวรรณกรรมเยาวชน - -"
จุดที่สนุกสุดๆของเรื่อง โดยส่วนตัวจขบ.ว่าอยู่ในเล่มสอง The Subtle Knife นี่แหละ เล่มแรกก็สนุกนะ ส่วนเล่มสามมันเริ่มหย่อนๆลงไปหน่อยอย่างน่าเสียดาย เริ่มจะจืดๆ แล้วก็...ไม่ชอบฉากสุดท้ายของมิสซิสโคลเตอร์เท่าไหร่ (คือคิดไว้ว่ามันจะยิ่งใหญ่กว่านี้ไง พออ่านแล้ว อ้าว เหรอ) ถึงจะมีคู่ Y ออกมาให้เชยชมอย่างเปิดเผยมันก็โผล่มาช้าไปละอ่ะ อย่างไรก็ตาม The Amber Spyglass ก็ยังมีี่ดีมากๆอยู่นะ ตอนจบของเรื่องก็สมบูรณ์แบบดี
ข้อดีของ His Dark Materials
Characterisation :
ฟิลลิป พูลแมนเป็นนักเขียนที่หลายคน (หนึ่งในนั้นก็จขบ.เอง กร๊าก) ร่ำลือว่าทำ characterisation ของตัวละครได้ดีเยี่ยมคนหนึ่ง นี่ก็เป็นหนังสืออีกชุดที่คาแรกเตอร์ตัวละครเด่นและเป็นตัวของตัวเองมาก คือมันชัดแจ่มในแบบที่หาได้ยากในหนังสือ...แฟนตาซียุคนี้ (เอาจากตัวเองและเท่าที่เคยอ่านๆมาเป็นหลักอ่ะนะ) แบบที่ถ้าต้องเขียนเรียงความแล้วหยิบยก quote เด่นๆขึ้นมาประกอบล่ะก็อาจจะสามารถชี้ลงไปได้ว่าใครเป็นเจ้าของคำพูด ผู้พูดคาแรกเตอร์เป็นอย่างไร เช่น เราเห็นความแตกต่างของไลรากับวิลผ่านบทสนทนาได้อย่างชัดเจน
Narration :
คนเขียนเล่าเรื่องได้ง่ายมาก precise ไม่ได้ใช้คำสวยหรูเว่อร์ๆ แต่ตรงไปตรงมา บางช่วงอ่านแล้วลุ้นตามเปิดหน้าถัดไปแทบไม่ทัน ในขณะที่บางทีเล่าอ้อมไปอ้อมมาแต่ซ่อนความนัยอย่างมีชั้นเชิง จนอดคิดไม่ได้ว่า เฮ้ย...มันมีอะไรๆเกิดขึ้นมากกว่าที่เขาเล่ารึเปล่าวะ
จขบ.ชอบที่ศัพท์บางคำในโลกของไลราคล้ายๆกับโลกนี้ แต่ไม่เหมือนซะทีเดียวด้วย เช่น Chocolate ในโลกนั้นเ้ค้าเรียก Chocolatl หรือเหล่า Gyptians ซึ่งก็คล้ายๆยิปซีบ้านเรานี่แหละ แต่เรียกว่ายิปเชียนส์
Plot :
เจ๋งฮ่ะ คำเดียวสั้นๆ คือมันไม่ใช่ว่าจะคิดไม่ได้คาดไม่ถึง ยิ่งเป็นสมัยนี้ด้วยแล้ว อะไรๆก็เป็นไปได้ หยิบขึ้นมาเขียนได้ทั้งนั้น แต่การจะเอา"เรื่องนั้น"มาเรียงร้อยเข้าหากันมันก็ไม่ง่ายนะ His Dark Materials กลายเป็นหนังสือที่รวมไซไฟกับแฟนตาซีเข้าด้วยกันชนิดที่ลงตัวพอดี (ไม่รู้ทำไมถึงมีความรู้สึกว่าเล่มสุดท้ายมันมีจุดเป๋ๆไปหน่อย ทำให้แอบเสียดาย แต่เราอาจจะคิดไปเองกะได้)
Thought-provoking :
อันที่จริง อย่างที่คนเขียนเกริ่นไว้ในกลอนตั้งแต่ต้น มันก็คือคอนเสปต์ของ Paradise Lost ฉบับเยาวชนแห่งยุคโพสต์-โมเดิร์นนี่เอง
สรุป ปกติไม่ค่อยอ่านหนังสือที่ตัวเอกเป็นเด็กผู้หญิง (แถมไม่ค่อยจะ Y อีกตะหาก ไม่น่าสนใจเลย ฮา...) แต่เรื่องนี้มัน"ต้อง"เป็นแบบนี้แหละ
อนึ่ง อ่านแล้วนึกถึงการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งมากๆ (ฮา) HDM เป็นประหนึ่งภาคนิยายที่ขยายความและอธิบายในส่วนที่การ์ตูนเรื่องนั้นทำไม่ได้เลย
ข้อเสียของ His Dark Materials
จะว่าเป็นข้อเสียคงไม่เชิงนัก อย่างที่บ่นคือเล่มสามมันอืดอ่ะ อธิบายแล้ว อธิบายอีก (อันที่จริง มันก็สองแง่สองง่ามนะ เรื่องบางเรื่องไอ้เราก็สงสัย แต่อยากให้มันเป็นปริศนามากกว่ารู้อะไรเคลียร์ๆ บางทีก็อยากให้เล่าๆมาซะให้รู้แล้วรู้รอด) เป็นต้นว่าอิชั้นเซ็งเรื่องราวในส่วนของดอกเตอร์แมรี มาโลนมากๆ ทั้งที่ก็มันสำคัญเพราะเธอเป็นคนสร้าง Amber Spyglass อ่ะนะ แต่ปรากฎว่าสุดท้ายก็ไม่ใคร่จะได้ใช้อะไรเท่าไหร่ เทียบกับ Golden Compass ของไลราหรือ Subtle Knife ของวิลแล้ว Amber Spyglass เหมือนเป็นส่วนเติมเต็มที่จำเป็นต้องมีเท่านั้นเอง
สรุปคือเข็มทิศปริศนากับมีดละเอียดอ่อน (เข้าใจเลือกใช้คำมากๆ subtle มันแปลดีก็ได้ไม่ดีก็ได้นะเนี่ย) มันเด่นกว่าเป็นไหนๆ
อีกข้อหนึ่งก็คือ ความเสียดาย...เสียดายที่สนพ.บ้านเราไม่ค่อยโฆษณาหนังสือชุดนี้เท่าไหร่เลย (ปกไม่สวยเลย เง้อ) รู้สึกเงียบเหงาพิกล (มันไม่มีคนคุยด้วยนั่นเอง อ่านจบแล้วโว้ววว...อยากคุยๆ แต่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงในวงกว้างเลยแฮะ ทำม้ายย ทำไม) ทั้งที่ในบ้านเกิด HDM ดังมากๆ ฟิลิป พูลแมนขึ้นทำเนียบนักเขียนยอดนิยมไปแล้วแท้ๆ







