รีวิวของค้างสต๊อก รวบยอดสามเรื่องอีกแล้วไม่มี Spoiler เด่นๆค่ะ
*
TheJourney of Middle Voyage
JEFFREY EUGENIDES - Middlesex
แบบว่า : เคยประทับใจนักเขียนคนนี้มาก่อนจาก The Virgin Suicides หนังสือที่ทำเรื่องง่ายๆให้เป็นเรื่องเหงาๆของห้าสาวลิสบอนหัวใจสลาย พออ่าน Middlesex จบฉันก็พบว่าหนังสือเล่มที่สองของเขาเล่มนี้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ อีกนัยหนึ่งก็คือ ฉันว่าเขาเขียนหนังสือเก่งขึ้นกว่าเดิม (เล่มนี้ได้รางวัลพูลิตเซอร์ด้วยนะเออ)
เรื่องมีอยู่ว่า : ตามคำโปรยหลังปก Middlesex เป็นเรื่องของคัลลิโอพี ผู้ถือกำเนิดขึ้นสองครั้ง ครั้งแรกในฐานะของทารกเพศหญิง และครั้งที่สองในฐานะของวัยรุ่นเพศชาย คัลลิโอพีเป็นกระเทยแท้ หรือที่เรียกว่าตามศัพท์วิชาการว่าเฮอร์มาโฟรไดตี หมายถึงมีอวัยวะของสองเพศในร่างเดียว (เป็นโรคเดียวกับซาดาโกะ ณ The Ringเลยอ่ะ แต่กรณีของซาดาโกะเค้าเรียกว่าเป็นกระเทยสาวสินะถึงได้สวยสมบูรณ์แบบ ส่วนกรณีของพระเอกเรื่องนี้ดันเป็นกระเทยหนุ่ม - -") ด้วยความเข้าใจผิดของหมอประจำตระกูล ก็เลยไม่มีใครรู้ และโตมาอย่างเด็กผู้หญิง จนกระทั่งเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์นี่สิ ปัญหาและความฮาจึงบังเกิด
เรื่องของคัลลีเป็นเรื่องที่หนึ่ง Middlesex ยังมีเรื่องรองอีกเป็นเรื่องเป็นความยุ่งเหยิงของตระกูล หนังสือเล่าท้าวความตามปู่กับย่าของคัลลิโอพีที่หนีตายจากหมู่บ้านเล็กๆในกรีซเพื่อมาอยู่อเมริกาในเมืองดีทรอยต์ และดีทรอยต์เองยังเป็นคาแรกเตอร์หนึ่งในเรื่องด้วย เมื่อเราได้เห็นการเจริญเติบโตของผู้คนและเมืองแห่งยานยนต์นี้ในแต่ละยุคไปพร้อมๆกับชีวิตของปู่-ย่า พ่อ-แม่ จนมาถึงพี่ชายของพระเอก (พี่ชายแกชื่อ Chapter Eleven เก๋มั้ยล่ะ) รุ่นลูก
นับว่าเป็นนิยายแนววัยรุ่นกำลังโต (Coming of Age) ได้ เป็นนิยายแนวแฉพงศาวดารครอบครัวก็ได้อีก (Family Saga ถ้าให้ยกตัวอย่างในหมวดนี้สักเรื่องก็คงประมาณ The Joy Luck Club ละจ๊ะ) Middlesex เป็นอีกเรื่องที่เล่นกับธีม Post-Modern เต็มไปหมด ทั้งการค้นหา Identity, Ethnicity และ Gender ของตัวเองด้วยการสืบเสาะเจาะลงไปถึงบรรพบุรุษ การค้นหารากเหง้าตัวเองว่าเป็นใครมาจากไหน บอกเล่าผู้อ่านตามประสาคนอเมริกันเลือดผสม (Hyphenated American - เขาถึงว่าอเมริกาเป็นประเทศที่ใครๆก็ตายแล้วเกิดใหม่ได้เนาะ เอิ๊ก)
ฉันว่า : แม้จะไม่ได้ชอบในระดับยกให้เป็นหนังสือโปรด แต่ก็ชอบในระดับหนึ่งค่ะ ด้วยความที่อ่านสนุกดี จะมีข้อเสียอยู่ก็ตรงที่มันเป๋ๆ บางตอนเหมือนจะออกนอกลู่นอกทางไปหน่อย อ่านแล้วเสียอารมณ์เล็กๆ (ยังไงดี...อ่านแล้วยังไม่กระทบจังๆละมั้ง แค่เกือบๆแต่แล้วก็พลาดไป) คนเขียนสามารถเขียนออกมาให้ทั้งตลกและเศร้าได้อย่างไม่เสแสร้ง ภาษาสละสลวยและมีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องค่ะ
นึกถึงคำพูดของหมอ HOUSE จากตอนหนึ่งที่มีคนไข้เป็น Hermaphrodite สาวว่า "The ultimatewoman is, actually, a man."สุดยอดผู้หญิงจริงๆแล้วเป็นผู้ชาย กร๊ากก...(นั่นสินะ แล้วจะเรียกร้องความเสมอภาคทางเพศได้อย่างไร ในเมื่อธรรมชาติมันเป็นงี้ - -")
CHRISTIE GOLDEN - Star Trek : Voyager
Homecoming & The Farther Shore
แบบว่า : หนังสือสองเล่มจบนี้อิงเรื่องราวมาจากทีวีซีรีส์สุดเลิฟของเหล่ามนุษย์ Geek แห่งจักรวาลใส่ไฟทั้งหลาย Star Trek นั่นเอง! แต่เป็นภาคยาน Voyager (ที่พานพบมาว่าชาว trekkers ส่วนใหญ่มักจะชอบลำอื่นกันมากกว่า ทั้งที่วอยเอเจอร์มีนางงามอเมริกามาแสดงเป็นสาวบอร์กใส่ชุดรัดรูปเกือบทั้งเรื่องเชียวแท้ๆ เอิ๊ก)
เรื่องมีอยู่ว่า : หลังจากที่กัปตันเจนเวย์และชาวคณะงมทางกลับโลกได้ในที่สุด แต่ละคนก็มีเรื่องของตัวเอง เช่นแพรีสอุ้มหลานไปโชว์พ่อ บีลานน่าออกตามหาแม่ ชาวโลกเห็น 7/9 เป็นไอด้อล ชาโคเทย์วางตัว 7/9 ไม่ถูก คิมกลับไปสวีทกับคู่หมั้นเก่า (แต่ว่างๆก็กลับไป Y กับแพรีส...ซะงั้น o.O') เจนเวย์พบญาติ บลาๆๆ
สรุปว่าโดยรวมแล้วน้ำเน่าสมเป็น Voyager เลย ฮา...
แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้ายาน Voyager ไม่ใช่แค่กลับมาแต่พาอย่างอื่นมาด้วย เช่นไวรัสบอร์ก ใครๆก็ปิดตาชี้ตัวเราว่าเป็นฆาตกร ซีไอเอก็จดๆจ้องๆ แล้วเราจะทำยังไงดี นั่นเป็นส่วนที่สนุกที่สุดของหนังสือค่ะ ส่วนที่น่าเบื่อที่สุดของหนังสือสำหรับเราคงยกให้ส่วนที่ว่าด้วยบีลานน่าและพิธีกรรมของคลิงออน - -" (ไม่ได้ลำเอียงเล้ยยย)
ฉันว่า : อ่านได้อ่านดี แต่มันคงสนุกมากกว่าหากเป็นแฟนๆซีรีส์นี้อยู่ค่ะ ไม่เช่นนั้นอาจมีเง็งได้ว่านี่มันเรื่องอะไรก๊าน...
ANTONIA FRASER - Marie Antoinette : The Journey
สรุปว่า : เรียกว่ารีวิวเล่มนี้คงไม่ถูก เอาเป็นพูดถึงก็พอ เนื่องจากเล่มนี้จขบ.ไม่ได้อ่านแบบปะติดปะต่อเพราะมันหนาเอาการ ตัวหนังสือก็เล็กจึ๋งๆ ประกอบกับพอจะรู้เรื่องของพระนางมารีฯมาบ้าง (bara wa bara wa...กุหลาบแวร์ซายส์กันเลย) ดังนั้นจึงอ่านมั่งไม่อ่านมั่ง เปิดมาเจอบทไหนก็อ่าน ว่างั้นเถอะ
ขอเม้าท์ถึงแอนโธเนีย เฟรเซอร์สักหน่อย คนเขียนคนนี้เป็นไฮโซค่ะ ลูกสาวเอิร์ล ตัวเองก็เลยมีศักดิ์เป็น Lady ต่อมาแต่งงานแล้วแต่ดันลักลอบเป็นชู้กับ Harold Pinter (เป็นนักเขียนบทละครเวที ดังมั่กๆ) เป็นเรื่องอื้อฉาวไปพักใหญ่ ก่อนจะลงเอยด้วยการหย่าสามีเก่าแล้วมาแต่งงานใหม่ให้เรียบร้อย (เอ่อม จขบ.เกิดไม่ทันหรอกนะ ต้องผ่านแฮโรลด์ พินเตอร์ตอนเรียนเฉยๆ อย่างไรก็ดี wiki ช่วยท่านได้)
เลดี้แอนโธเนียเป็นนักเขียนอัติชีวประวัติและประวัติศาสตร์ ตามสไตล์เธอแล้ว รายละเอียดจะแยะๆ อ่านไม่ง่ายเท่าไหร่นะ ไม่ถึงกับเป็นวิชาการ แต่ก็ไม่สนุกแบบนิยาย (ถ้าจะเอาให้สนุกแบบชิงรักหักสวาทคงต้องอ่านของ Victoria Holt เรื่อง The Queen's Confession : The Story of Marie Antoinette หรือคำสารภาพของพระนางมารีอังตัวแนตต์จ๊ะ) อ้อ มีภาพประกอบให้ด้วยล่ะ เผื่อเบื่อๆ ดูรูปเล่นก็ยังดี
โซเฟีย คอปโปล่าให้หนังสือเล่มนี้เป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับหนังเรื่อง Marie Antoinette (แต่ก็เลือกจะทำออกมาแนวๆตามสไตล์เธอ ดีละ ไม่งั้นละเบื่อแย่) ฉันชอบที่โซเฟียบอกว่า นี่เป็นเรื่องราวการเติบโตของเด็กสาวคนหนึ่ง เพราะมารี อังตัวแนตต์เป็นแค่นั้นจริงๆ ถ้าจะวิจารณ์ว่าเธอซื่อบื้อไม่ได้เรื่องเลย คงไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ (คือ...มันก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งมันก็เป็นความซวยโดยแท้) เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องทำได้ดีสักแค่ไหนถึงจะพอใจคนฝรั่งเศส XD
*
NOCOMMENT
(เป็นความจริงทีว่า่การ์ตูนตาหวานเปิดโลกให้นู๋)
เลยฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง