(book review) Suite Francaise สูตรฝรั่งเศส
posted on 10 May 2007 23:40 by vendetta in BereftBook
Suite Francaise เป็นมรดกทางวรรณกรรมที่เพิ่งถูกค้นพบในกระเป๋าเสื้อผ้า เรื่องมีอยู่ว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง Irene Nemirovsky ซึ่งเป็นชาวรัสเซียหนีสงครามกลางเมืองไปอยู่ฝรั่งเศส อิแรนน์ยึดอาชีพเป็นนักเขียน และมีผลงานเป็นที่รู้จักอันดีในยุคนั้นอย่างเช่นเรื่อง David Golder(นัยว่าเธอก็ประมาณ F. Scott Fitzgerald ของฝรั่งเศส)
พอเข้าสงครามโลกครั้งที่สอง พอปี 1940 ปารีสก็ถูกนาซียึด อิแรนน์กับครอบครัวก็เลยหนีไปอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆนอกปารีส แต่แล้วที่โน่นก็โดนเยอรมันคุมอีก ในระหว่างนั้นเอง อิแรนน์เลยใช้เวลาว่างเขียนนิยายเล่มใหม่ ตั้งใจจะให้มีทั้งหมดห้าตอน คล้ายกับว่าเป็น Suite เพลงบรรเลงชุดหนึ่งที่ประกอบไปด้วยหลายๆองก์ (ภาษาดนตรีไทยเราเรียกลักษณนามของดนตรีว่า 'ตับ' รึเปล่า? ใครเรียนมาบอกหน่อยจิ๊)
องก์แรกชื่อว่า Storm in June หรือพายุมิถุนา เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1940 ตอนที่ชาวปารีสกำลังอพยพหนีนาซีออกจากเมืองกันอย่างวุ่นวาย โดยคนเขียนเล่าสลับไปมาระหว่างตัวละครหลายๆคนที่เหมือนเป็นตัวแทนจากครอบครัวต่างๆ บ้างก็จ๊ะเอ๋เจอกัน บ้างก็ไม่ (แบบเดียวกับ LOST หรือหนังอย่าง Babel แต่ไม่แจ่มแจ้งปานนั้น)
องก์ที่สองชื่อ Dolce อันนี้มาแนวบ้านๆหน่อย เหตุการณ์เกิดในหมู่บ้านเล็กๆที่ทหารเยอรมันเข้ายึดครองแล้ว ถ้าอารมณ์ขององก์แรกมาแบบจังหวะเร็วปั่นป่วน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายคาดการณ์ไม่ได้เหมือนพายุฤดูร้อน อารมณ์ขององก์ที่สองนี้ก็ช้าลง รีรอ และเข้าข่ายกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตรงกับชื่อองก์ Dolce ที่เป็นศัพท์ทางดนตรีแปลว่าหวานนุ่มละมุนละไม
เอนี่เวย์ เรารู้แค่เลาๆว่าองก์ที่สามคงจะชื่อ Captivity องก์ที่สี่คือ Battles และสุดท้ายอาจจะจบที่ Peace...นั่นเป็นสัญลักษณ์ของความหวังริบหรี่ที่เธอมี คนเขียนระบุไว้ในบันทึกว่าไม่รู้เหมือนกันว่าจะให้นิยายเรื่องนี้จบยังไง เพราะอยู่ไม่ทันดู ดังนั้นคนรุ่นหลังก็เลยมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้กันเท่านี้แหละค่ะ เพราะอิแรนน์มีเชื้อยิว ในปี 1942 เธอก็ถูกจับส่งไปค่ายกักกันที่เอ๊าชวิตซ์ แล้วก็ตายที่นั่น (รมแก๊ส) สามปีก่อนจะได้เห็นฉากจบของสงคราม
50 กว่าปีต่อมา ลูกสาวของอิแรนน์นึกยังไงไม่รู้ ตัดสินใจหยิบสมุดบันทึกของแม่ออกมาอ่าน ตั้งใจว่าจะบริจาคให้พิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นสมบัติของชาติ ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดจะทำเพราะนึกว่าเป็นไดอารี่ประจำวัน เลยไม่ยอมอ่านเพราะมันเป็นความทรงจำที่โหดร้าย พออ่านแล้วก็พบว่ามันเป็นต้นฉบับนิยายสดๆร้อนๆ พร้อมด้วย outline และบันทึกความจำโน่นนี่ ก็เลยพยายามแกะรอยจนกระทั่งออกมาได้เป็นรูปเล่ม Suite Francaise อย่างนี้ในปี 2004
เสน่ห์อย่างหนึ่งของ Suite Francaise อยู่ที่ความสมจริงเพราะคนเขียนอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ถ่ายทอดความรู้สึกที่เห็นออกมาในรูปของนิยาย และแทบไม่ได้พูดถึงสงคราม แทบจะไม่ได้นำเสนอด้านมืดของสงครามหรือทหารนาซีใจโหดเลยด้วย ตรงกันข้าม เหตุการณ์แย่ๆซวยๆในเรื่อง ความรู้สึกนึกคิดตัวละครบางครั้งกลับสะท้อนให้เห็นว่า พอถึงคราวจำเป็นต้องเอาตัวรอด คำว่าคนชาติเดียวกันก็ใช้ไม่ได้เลย เพราะคนชาติเดียวกันเองนี่แหละที่ทำร้ายกันเองได้มากกว่าคนชาติอื่นเสียอีก
แม้ว่าคนเขียนจะไม่มีโอกาสได้แก้ไขต้นฉบับ มีอะไรรั่วๆอยู่บ้าง อ่านแล้วไม่เต็มที่ในบางท่อน แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่ ยังถือว่าเป็นหนังสือที่อ่านดีค่ะ บทบรรยายในบางตอนก็มีพลังและแสดงให้เห็นว่าของเขาดีจริงๆ
จขบ.อ่านฉบับแปลเพราะคงไม่มีปัญญาอ่านภาษาฝรั่งเศสรู้เรื่องหมด (ส่งคืนมาดามไปหมดแระ) แต่เชื่อว่าคนแปลทำหน้าที่ได้ดีมากๆแล้วล่ะ Suite Francaise เหมาะสำหรับผู้ที่อยากอ่านอะไรย้อนยุคนิดๆ ดราม่า สำนวนหรือสไตล์คลาสสิคๆ มีความเป็นยุโรปสูง และอารมณ์ในแบบที่นักเขียนรุ่นใหม่ทำเทียมเลียนแบบได้ยาก
*
อ่านจบไปนานแล้วแต่เพิ่งมาเขียน มึนๆหน่อย - -"
ไม่สบายอีกแล้ว...งี้ด

#1 By reafre on 2007-05-11 00:02