ดอง ด๊อง ดองมานาน T__T เพิ่งว่างอ่ะ ฮือออ ดร๊าฟท์ทิ้งไว้ตั้งหลายวันแล้ว ไม่ได้มาสรุปให้จบๆซะที
WARNING
สปอยเลอร์แน่นอนจ๊ะ
*
ALL MAD HERE
Pan's Labyrinth เป็นหนังสัญชาติสเปน อันมาจากชื่อ El Laberinto del Fauno หรือวงกตของฟอน อ่ะฮ้า! ไฉนไหงตัว 'ฟอน' มาเป็น 'แพน' ในภาษาอังกฤษได้นั้น ไปอ่านใน imdb มา ทีมงานบอกว่าเพราะคำว่า Faun มันพ้องเสียงกับคำว่า Fawn ที่แปลว่าลูกกวาง...ประเดี๋ยวจะเกิดการเข้าใจผิด โทนเรื่องมันจะน่ารักเกินไป (แต่ใช้ 'แพน' เนี่ย...ไม่กลัวมีคนเข้าใจว่าเป็นปีเตอร์ แพนเวอร์ชั่นใหม่มั่งเหรอ? กร๊าก)
เอนี่เวย์ ชื่อไทยเก๋อีกแล้วค่ะ อัศจรรย์แดนฝันอะไรสักอย่าง นำเสนอได้แฟนตาซีมั่กๆ หลอกเด็กชัดๆ - -" นี่มันหนังเรต R ดุเดือดเลือดพล่านเลยนะเว้ยเฮ้ย
กลับมาที่หนังต่อ เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองสักสามปีเห็นจะได้ ในช่วงปี 1936 ณ ประเทศสเปน พวกเอียงซ้ายเกิดชนะการเลือกตั้ง ทำให้พวกเอียงขวาเคืองมากๆ และแล้วก็เลยยกพวกตีกัน (เอียงซ้ายหมายถึงพวกสังคมนิยม ขวัญใจยาจก ถ้าเป็นอังกฤษก็คือพรรค Labour ของนายแบลร์ ที่ ณ บัดนาวกลายพันธุ์ไปละ ส่วนเอียงขวานั้นหมายถึงพวกดึกดำบรรพ์นิยม กุมารเศรษฐี ถ้าเป็นอเมริกาก็อย่างพรรครีพับลิกันของอีตาบุชไงล่ะ) ยึดเยื้อยืนยาวจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง
ในหนังเรื่อง Pan's Labyrinth นี้ เดาว่าเป็นช่วงที่นายพลฟรังโกยึดอำนาจได้สำเร็จไปแล้ว และด้วยความโหดแบบเผด็จการของแก น้าหนวดเลยกะล้างโคตรพวกเสรีนิยมซะให้หมดๆไป ใครหือมีตาย ประมาณนั้น
โอเฟเลีย หรือเด็กหญิงอลิซเวอร์ชั่นสเปนเป็นนางเอกของเรื่อง พ่อเป็นช่างตัดเสื้อ(หรือทำรองเท้านี่แหละ ลืมไปแระ) ตายในสงคราม ส่วนแม่ผู้มีนามว่าคาร์เมนนั้นกำลังท้องแก่ แต่ในท้องหาใช่ลูกของพ่อไม่ แต่เป็นลูกของนายพลวิดัลที่(คาดว่า)ใช้กำลังข่มขู่เล็กน้อยเพราะอยากได้ลูก ชายไว้สืบสกุล ในตอนต้น เราก็เลยเห็นว่าโอเฟเลียและแม่กำลังเดินทางไปอยู่กับนายพลวิดัลในหมู่บ้านก ลางป่า แลดูละม้ายเหมือนดินแดนสมมติสักแห่งหนึ่งในสเปน
คนดูพบว่าโอเฟเลียเป็นเด็กชอบอ่านนิทาน ช่างฝันและมีจินตนาการแบบเดียวกับ Alice in Wonderland (เพียงแต่การผจญภัยของโอเฟเลียมันระทึกกว่าเท่านั้นเอ๊ง) เช่นว่าเธอเห็นแมงหวี่แมงวันบินพั่บๆออกมาจากรูแล้วกลายร่างเป็นภูติจิ๋ว แต่เราก็ไม่สามารถฟันธงลงไปได้สักทีว่าสิ่งที่เธอเห็นน่ะมีจริงๆ หรือเพราะภาวะกดดันมันทำให้เธอเพ้อไปเอง ทุกอย่างอยู่ที่วิจารณญานคนดู
แม่บ้านของนายพลวิดัลมีนามว่าเมอร์เซดีส (สะกดเหมือนเมอร์ซิเดส แต่ชีไม่ได้มีชื่อเล่นว่าเบนซ์นะ) ใจดีกับโอเฟเลียมาก เดาว่าคงเพราะสงสารเด็กและเข้าใจชะตากรรม ตามสไตล์นิทานเด็กที่บางทีก็มีคุณน้าใจดีคอยให้ความช่วยเหลือจากพ่อเลี้ยง ใจโหด (ถ้าว่ากันตาม Archetype ของนิทาน บทบาทคุณเมอร์เซดีสก็คือเป็นผู้ช่วยตัวเอกในยามคับขัน แบบเดียวกับนางฟ้าของซินเดอเรลล่า)
ไหนๆก็ไหนๆ ขอพูดถึงชื่อของตัวละครหญิงทั้งสามสักหน่อย ฉันว่าน่าสนใจดีเหมือนกัน ไม่รู้คนคิดเขาตั้งใจมาอย่างดีหรือบังเอิญไปงั้นเอง แต่มันพ้องอย่างละนิดละหน่อย เช่นว่าโอเฟเลียก็เหมือนนางโศกของเชคสเปียร์เรื่อง Hamlet ที่พ่อตาย ชะตาขาด คาร์เมนก็มีส่วนคล้ายยิปซีสาวหลายใจในโอเปร่า Carmen ตรงที่ไปรักกับทหารคนหนึ่งแล้วก็ตาย ส่วนเมอร์เซดีส ก็เป็นชื่อนางเอกของอเล็กซองดร์ ดูมาส์จากเรื่อง The Count of Monte Cristo ด้วย รายนี้ มุ่งมั่น รักเดียวใจเดียว ประมาณกัน
Pan's Labyrinth เป็นหนังแฟนตาซีก็ได้ แต่ยังอาจเป็นหนังพีเรียดการเมืองได้อีกนะ ถ้ามองว่ามันมีความหมายแฝง มันก็มีนั่นแหละ
เริ่มจาก Labyrinth เอง สัญลักษณ์นี้ถูกตีแผ่กันมานานละเหมือนกันค่ะ (ทั้งที่ในสมัยก่อนโน้นนน...พวกไฮโซทั้งหลายอาจจะว่างจัดเลยทำทางเดินเป็นวงๆมึนๆให้เด็กๆวิ่งเล่นโป้งแปะกันก็ได้นะ) ถ้าพูดถึงในแง่ลบ วงกตก็สื่อความหมายไม่ดี โดยมากจะเป็นกับดักหลุมพราง วงกตมรณะให้ตายตกไปตามกัน หรือถ้าในวรรณกรรมจิตว่าง (แบบเน้นจิตวิเคราะห์) การหยิบบกเขาวงกตมาใช้มักจะมาเกี่ยวข้องกับการกำหนดโชคชะตาตนเองของมนุษย์ (Ability to control Fate)
ยังมีอีก เนื่องจากเขาวงกตมันซับซ้อนใช่มะ เดินก็ลำบาก เผลอนิดเดียวอาจหลงทางตายอยู่ในนั้นได้ง่ายๆ ดังนั้นเขาจึงเปรียบเสมือนการเดินทางเพื่อบรรลุธรรมได้อีก (Path to Enlightenment) ซ้าธุ
มาที่สัญลักษณ์กับตัวละครมั่ง โอเฟเลียเปรียบเสมือนเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม เป็นชีวิตที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่ต้องพบกับความสูญเสีย นายพลวิดัลคือระบอบการปกครองที่ระทึกขวัญอำมหิต การปรากฎตัวของเขาแทบทุกฉากคือ Terror เปรียบได้กับ Reign of Terror ของฟรังโกที่ปกครองสเปนแบบใช้เลือดสาดกระจาย
กองโจรในป่าคือฝ่ายซ้ายซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้าน และเด็กทารก ลูกของนายพลวิดัลที่ถือกำเนิดจากความตายของแม่เป็นตัวแทนของสเปนในยุคใหม่ การที่ลัทธินั้นได้หลอกลวงและทำร้ายแผ่นดินแม่ ประโยคตอนจบที่เมอร์เซดีสพูดใส่หน้านายพลวิดัลที่ว่าลูกของนายพลวิดัลจะไม่มีวันได้รู้จักพ่อมันหรอก นั่นแสดงถึงความหวังลึกๆว่าจะชะล้างสิ่งเลวร้ายออกไปจากยุคใหม่ของสเปน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า
หนังเล่าเรื่องแบบคู่ขนาน เชื่อมโยงสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันแบบเนียนๆ อย่างเช่นภารกิจของน้องโอเฟเลียที่ฟอนสั่งให้ทำมีสามอย่าง ด่านแรกต้องเจอกับอึ่งอ่าง (หรือคางคกหว่า) หนักแผ่นดิน เอาแต่กินและนั่งทับรากต้นไม้ไว้ไม่ให้เติบโต ฉากนี้ตัดสลับกับงานเลี้ยงต้อนรับที่นายพลเชิญพวกชนชั้นสูงและคนรวยๆมากิน ข้าวที่บ้าน คุยกันเรื่องรายชื่อครอบครัวที่จะได้รับส่วนแบ่งอาหารเพิ่มอีกต่างหาก (ในขณะที่คนปกติชั้นล่างแทบไม่มีจะกิน)
แหม...มันช่าง!
ภารกิจแรกของโอเฟเลียยังทำให้เธอต้องพบกับความอับอาย (Humiliation) เสียเสื้อผ้าชุดที่ดีที่สุดไปและไม่ได้กินข้าวเย็นอีกด้วย
ต่อมา ฟอนเริ่มสั่งเรื่องแรงๆ ด้วยการให้เปิดห้องลับจนกระทั่งไปเจ๊อะกับพี่ปีศาจ ข้อแม้มีเพียงข้อเดียวคือ ห้ามกินของใดๆทั้งสิ้นในห้องนั้น นั่นคือการอดทนต่อสิ่งยั่วยุ (Temptation) พี่ปีศาจแกจะไม่ลุกขึ้นมาฆ่าไม่เลือก ถ้าโอเฟเลียเชิดใส่องุ่นน่าอร่อยพวกนั้นไปได้ เช่นเดียวกับอำนาจที่เมื่ออยู่ต่อหน้าแล้ว มันก็ยากที่จะเมิน และทันทีที่เผลอ มันก็ฆ่าล้างโคตรได้ง่ายๆ
มาที่ภารกิจที่สามอันสุดท้าย โอเฟเลียได้เสียสละตัวเองเพื่อผู้อื่น (The Great Sacrifice) และนั่นทำให้เธอผ่านการทดสอบ ได้ไปอยู่กับพ่อแม่ในที่ที่สบายกว่ากลางสงคราม
สามภารกิจ สามการทดสอบ ถึกต่อความอดสู ต่อสู้กับสิ่งยั่วยุ และสละชีพเพื่อผู้อื่น ว้าย คุ้นๆ
(แต่จะแปลกอะไร ในเมื่อพระเยซูเป็นไอด้อลที่ป๊อปปูล่าร์ที่สุดคนหนึ่งในโลกตะวันตก)
นายพลวิดัลเป็นตัวละครใจทมิฬที่มีมิติ ไม่ได้แบนอย่างภาพเห็น เขามีปมเรื่องพ่อที่ทำให้ต้องบ้าจี้หมั่นดูเวลาอยู่ตลอด พ่อของวิดัลเป็นตัวละครเงา เป็นลางหลอกหลอนที่คนดูไม่รู้ที่มาที่ไปมากนัก นอกจากว่าต้องเก่งและเหี้ยมโคตรๆแน่นอน
ก็เหมือนกับสเปนในอดีตนะ
*