
ชื่อไทยว่า 'ปริศนาสมบัติอัศวิน' ค่ะ สำหรับคนที่เคยชินกับ The Da Vinci Code มาแล้ว อัศวินที่ว่าก็คือพวกเทมปลาร์นั่นแหละ
The Last Templar เป็นหนึ่งในนิยายที่จัดว่าเป็นโคลนนิ่งของ The Da Vinci Code (ซึ่งการเป็นโคลนนิ่งไม่ได้หมายความว่าเรื่องเหมือนกัน พล็อตเดียวกัน หรือดำเนินเรื่องแบบเดียวกันนะ แต่หมายถึงสไตล์นิยายแบบเดินเรื่องฉับไว ฆ่ากันตายนิดหน่อย เน้นทฤษฎีสมคบคิด โลกแตกแน่ถ้าแกไม่รู้ เอาประวัติศาสตร์มาอำ หลอกคนอ่านกันเข้าไป จะให้ดีมีศาสนามาเกี่ยวข้องด้วยก็จะเก๋มาก)
นิยายเรื่องนี้เล่าสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มอัศวินเทมปลาร์ในศตวรรษที่ 13 กับเหตุการณ์ในปัจจุบันที่นิวยอร์ก เมื่อพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสมบัติอิมพอร์ตจากวาติกัน เกิดมีโจรใส่ชุดเกราะ แต่งตัวแบบเทมปลาร์ขี่ม้ามาอาละวาดและบุกปล้น ขโมยของชิ้นหนึ่งไป
ในเรื่อง นางเอกเป็นนักโบราณคดีค่ะ ส่วนพระเอกเป็น FBI คนเขียนเขาสร้า้งคาแรกเตอร์พื้นๆ เช่นว่านางเอกเป็นสาวสวยเอกโบราณคดีแต่ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า เธอเน้นวิทยาศาสตร์ที่จับต้องและอธิบายได้ ทางด้านพระเอกนั้นออกแนวเด็กวัดใจซื่อมือสะอาดศรัทธาสูง
อ่านละไม่ต้องกังวลเลยค่ะว่าจะไม่อิน เพราะต่างสวมบทพระเอก-นางเอกฮอลลีวู้ดกันท้างน้านนน
ในส่วนของแรงจูงใจการกระทำของตัวละคร บางทีมันก็มีจุดที่ชวนให้เกาหัวอยู่บ้าง (จนอดคิดไม่ได้ว่า พวกตัวร้ายทั้งหลายมันจะคิดอะไรให้เท่กว่านี้บ้างได้ม้ายยย) แต่ยังไม่ถึงขั้นอยากจิกทึ้งศรีษะคนเขียนเท่าไหร่ค่ะ ก็นึกซะว่ามันเป็นนิยายอยากจะแอ๊คชั่น-ทริลเลอร์ละกันโน๊ะ
The Last Templar ไม่เน้นการหักมุมหรือหักคอคนอ่านแบบ The Da Vinci Code มันออกแนวตะลอนทัวร์ เน้นความสัมพันธ์ของตัวละคร จะว่าไปมันก็เหมือนย้อนกลับไปเป็นนิยายหนีตาย/ตามล่าหาความจริงในยุคก่อนดา วินชีโค้ดล่ะค่ะ ก็แค่ได้อานิสงส์จากความดังของเรื่องนั้น เพราะทำให้เราพอจะคุ้นๆกับเทมปลาร์ วาติกัน ปริศนาลับ ประเด็นศาสนา บลาๆๆ กันไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม The last Templar ก็ไม่ถึงกับน่าเบื่อค่ะ เรื่องดำเนินได้คล่องตัวพอประมาณ แต่ไม่ถึงกับทำให้ทุรนทุรายอยากอ่านให้มันถึงตอนเฉลยไวๆแล้วจะได้สิ้นสุดกันซะทีน่ะ
สรุปว่ามันไม่ค่อยลุ้นนั่นเองค่ะิ (หรือฉันเองที่ไม่ลุ้น ก็ไม่รู้แฮะ)
*
ว่าจะอัพมาหลายวันละ อากาศมันร้อนนน...ทำให้ขี้เกียจ อิอิ
เอนี่เวย์ ไว้จะทยอยตอบคอมเม้นท์ที่ทิ้งคำถามไว้นะคะ (ฝากอัพ Depapepe, แนะนำหนังสือให้หน่อย, Il Divo ก็ดีนี่คะ ฯลฯ ^^")