2007/Mar/29

ชื่อไทยว่า 'ปริศนาสมบัติอัศวิน' ค่ะ สำหรับคนที่เคยชินกับ The Da Vinci Code มาแล้ว อัศวินที่ว่าก็คือพวกเทมปลาร์นั่นแหละ

The Last Templar เป็นหนึ่งในนิยายที่จัดว่าเป็นโคลนนิ่งของ The Da Vinci Code (ซึ่งการเป็นโคลนนิ่งไม่ได้หมายความว่าเรื่องเหมือนกัน พล็อตเดียวกัน หรือดำเนินเรื่องแบบเดียวกันนะ แต่หมายถึงสไตล์นิยายแบบเดินเรื่องฉับไว ฆ่ากันตายนิดหน่อย เน้นทฤษฎีสมคบคิด โลกแตกแน่ถ้าแกไม่รู้ เอาประวัติศาสตร์มาอำ หลอกคนอ่านกันเข้าไป จะให้ดีมีศาสนามาเกี่ยวข้องด้วยก็จะเก๋มาก)

นิยายเรื่องนี้เล่าสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มอัศวินเทมปลาร์ในศตวรรษที่ 13 กับเหตุการณ์ในปัจจุบันที่นิวยอร์ก เมื่อพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสมบัติอิมพอร์ตจากวาติกัน เกิดมีโจรใส่ชุดเกราะ แต่งตัวแบบเทมปลาร์ขี่ม้ามาอาละวาดและบุกปล้น ขโมยของชิ้นหนึ่งไป

ในเรื่อง นางเอกเป็นนักโบราณคดีค่ะ ส่วนพระเอกเป็น FBI คนเขียนเขาสร้า้งคาแรกเตอร์พื้นๆ เช่นว่านางเอกเป็นสาวสวยเอกโบราณคดีแต่ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า เธอเน้นวิทยาศาสตร์ที่จับต้องและอธิบายได้ ทางด้านพระเอกนั้นออกแนวเด็กวัดใจซื่อมือสะอาดศรัทธาสูง

อ่านละไม่ต้องกังวลเลยค่ะว่าจะไม่อิน เพราะต่างสวมบทพระเอก-นางเอกฮอลลีวู้ดกันท้างน้านนน

มาพูดถึงเนื้อเืรื่องกันดีกว่า...ถ้าเทียบกับ The Da Vinci Code แล้ว (ห้ามบอกว่าไม่ให้เทียบนะ เราจะโกรธ!) เล่มนี้เน้นไปที่พวกเทมปลาร์มากกว่าค่ะ มีการโยงใยประวัติศาสตร์ไปตามเรื่อง พยายามใส่ดราม่าเ้ข้ามาเยอะเหมือนกัน ส่วนในแง่ของทฤษฎีสมคบคิดนั้น คนเขียนเขาคงพอจะรู้อยู่ว่าต่อให้ออกมาอำว่าพระเยซูมี Death Note มันก็คงไม่แปลกใหม่เกินความคาดคิดของคนอ่านแล้วมั้ง ก็เลยไม่ได้พยายามยัดเยียดมากนัก (นับเป็นการกระทำที่น่าชมเชยยิ่ง *แปะๆ*)

ในส่วนของแรงจูงใจการกระทำของตัวละคร บางทีมันก็มีจุดที่ชวนให้เกาหัวอยู่บ้าง (จนอดคิดไม่ได้ว่า พวกตัวร้ายทั้งหลายมันจะคิดอะไรให้เท่กว่านี้บ้างได้ม้ายยย) แต่ยังไม่ถึงขั้นอยากจิกทึ้งศรีษะคนเขียนเท่าไหร่ค่ะ ก็นึกซะว่ามันเป็นนิยายอยากจะแอ๊คชั่น-ทริลเลอร์ละกันโน๊ะ

The Last Templar ไม่เน้นการหักมุมหรือหักคอคนอ่านแบบ The Da Vinci Code มันออกแนวตะลอนทัวร์ เน้นความสัมพันธ์ของตัวละคร จะว่าไปมันก็เหมือนย้อนกลับไปเป็นนิยายหนีตาย/ตามล่าหาความจริงในยุคก่อนดา วินชีโค้ดล่ะค่ะ ก็แค่ได้อานิสงส์จากความดังของเรื่องนั้น เพราะทำให้เราพอจะคุ้นๆกับเทมปลาร์ วาติกัน ปริศนาลับ ประเด็นศาสนา บลาๆๆ กันไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม The last Templar ก็ไม่ถึงกับน่าเบื่อค่ะ เรื่องดำเนินได้คล่องตัวพอประมาณ แต่ไม่ถึงกับทำให้ทุรนทุรายอยากอ่านให้มันถึงตอนเฉลยไวๆแล้วจะได้สิ้นสุดกันซะทีน่ะ

สรุปว่ามันไม่ค่อยลุ้นนั่นเองค่ะิ (หรือฉันเองที่ไม่ลุ้น ก็ไม่รู้แฮะ)

*

ว่าจะอัพมาหลายวันละ อากาศมันร้อนนน...ทำให้ขี้เกียจ อิอิ

เอนี่เวย์ ไว้จะทยอยตอบคอมเม้นท์ที่ทิ้งคำถามไว้นะคะ (ฝากอัพ Depapepe, แนะนำหนังสือให้หน่อย, Il Divo ก็ดีนี่คะ ฯลฯ ^^")


ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อะโฮ่ แอบรู้สึกว่าตัวเอกชาบย-หญิงมีการสลับตำแหน่งกันกับดาวินชี โค้ด นิดหน่อยนะเนี่ย

ทั้งนั้นทั้งนั้น ยังไม่ได้อ่านหนังสือเรื่องนี้แต่อย่างใด

สกบร เคยอ่านเรื่อง อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้ายหรือเปล่าจ๊ะ? กำลังเล็งๆอยู่ว่าน่าสนใจหรือเปล่าน่ะ

ปล.ได้ข่าวว่า Harry Potter แล่มสุดท้ายกำลังจะออกแล้วนิ
#1  by  reafre At 2007-03-30 10:43, 
แต่คุณพี่แดน บราวน์ เค้าดันมีสูตรหักมุมนี่ครับ อ่านเล่มหลังๆ เลยรู้สึกว่ามันไม่หักมุมเลย เพราะคนอ่านดันเดาได้ว่าพี่แกจะหักตรงไหน ตอนไหน และไปทางไหน
#2  by  P.S. At 2007-03-30 11:00, 
พระเอก-นางเอกต่างสวมบทฮอลลีวู้ดกันท้างน้านนน << มันจะอินดีไหมเนี่ยพี่ สไตล์นี้ตอนแรกก็อึ้ง ทึ่ง ชอบอยู่นะคะ ไปๆมาๆชักจะ เกร่อ....เอิ๊กกกก
#3  by  ■ TamaRPG ■ At 2007-03-30 11:29, 
ตะเองก็บอกทุกทีว่าไม่อิน ไม่อิน ไม่อิน .. แต่ก็เห็นเอามาอ่านได้ทุกเล่มไปสิ..

อย่างนี้สินะเค้าเรียกว่าไม่อิน (อิอิ)

D.M. โหมดแซวชาวบ้านโดยถ้วนทั่ว
#4  by  D.M. At 2007-03-31 01:36, 
ตะเองก็บอกทุกทีว่าไม่อิน ไม่อิน ไม่อิน .. แต่ก็เห็นเอามาอ่านได้ทุกเล่มไปสิ..

อย่างนี้สินะเค้าเรียกว่าไม่อิน (อิอิ)

D.M. โหมดแซวชาวบ้านโดยถ้วนทั่ว
#5  by  D.M. At 2007-03-31 01:36, 
ดูเรื่องย่อๆเเล้วเนี่ย ... ท่าทางตอนคนเขียนเเต่งเรื่อง คิดเผื่อว่าจะเอาไปทำหนังด้วยรึเปล่าหนอ ....
#6  by  KusaYoshi At 2007-03-31 10:51, 
รู้สึกผิด *ปาดเหงื่อ* ขอธีมไปใช้หน่อยนพครึบ

เข้ามาอ่านบอค ประจำอ่ะแต่ไม่ค่อยได้โพส.....

ขอถามอีกนิดเรื่องสัปดาห์หนังสือ

ถ้าจะหาหนังสือเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว+ยานอวกาศ ต้องดูที่โซนไหนเป็นพืเศษอ่ะ ค่ะ?
#7  by  『才鬼-サイキ-』 At 2007-04-01 09:45, 
น่าอ่านจังเลยงับ
อิอิ ^ ^' ยังไงก็ happy april fool's day นะค่ะ

*take care จ้า
#8  by  nickie At 2007-04-01 23:46, 
งานหนังสือหนนี้ ไปเจอเล่มไหน แจ่มๆ มั่งไหมฮะ ผมยังไม่เจอเลย
#9  by  Parkja (124.120.168.215) At 2007-04-02 01:42, 
สรุป#ค จะคะหรือจะครับอ่ะฮะ

อ่านเรื่องย่อๆแล้วก็รู้สึกว่าน่าสนมใจดีค่ะ จะเป็นยังไงพรุ่งนี้จะได้นั่ง(นอน)พิสูจน์ให้เห็นกะตา

(ได้บทเรียนว่าอย่าซื้อบ้าคลั่งเกินไปเพระอาจซื้อมาซ้ำได้ อาเมน) - -"
#10  by  YüKIHIME 「NARUTIMATE」Mania At 2007-04-02 19:41, 
เห็นบล็อกนี้แล้วอีกฝั่งว่างๆ ทำให้อ่านได้ไม่เต็มที่เลย 55+
#11  by  นายฉิม At 2007-04-03 08:27, 

<< Home