2007/Mar/16

นอนไม่หลับ รีวิวดีกว่า

อันเนื่องจากพี่อนทม.เอามาให้อ่านทั้งสองเล่มค่ะ (หาไม่ ฉันคงไปยืนอ่านที่ร้านหนังสือเอาน่ะ ก็หนังสือเล่มนิดเดียวเองนี่นา เผลอยืนอ่านจนจบได้อย่างไม่รู้ตัวเลยเชียว)

คิดว่ารีวิวได้ไม่ยาวนัก เลยเอาสองเล่มมารวมเป็นหนึ่งเอ็นทรีซะเลยเนี่ยแหละ

*

LITTLE HOUSE ON THE RIVER

ผลงานของคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ คนที่แปลแฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนีไง (ยังอุตส่าห์จำได้อีกวุ้ย) คราวนี้มาเขียนเรื่องสั้นแบบเต็มๆของตัวเอง แล้วก็ได้รางวัลซีไรต์ไปละ ด้วยภาษาเรียบง่าย ลื่นไหลสละสลวย ตรงไปตรงมา ไม่ประดิษฐ์เกินจำเป็น มีมุขตลกสอดแทรกเป็นพักๆ และมาพร้อมกับแก่นเรื่องที่ชัดเจน จริงใจ ไม่มีพิษภัยแอบแฝง สมเป็นหนังสือเด็กที่กำลังโตค่ะ

หนังสือเล่มบ๊างบางเล่มนี้เป็นเรื่องของกะทิ อายุเก้าขวบ อยู่กับตา-ยายที่บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา (เมืองนนท์? เดาเอา) เรียนโรงเรียนรัฐบาล (เดาเอา) หิ้วปิ่นโตอาหารที่ยายทำให้ไปกินที่โรงเรียนทุกวัน อะไรบางอย่างทำให้เรารู้สึกว่าความสุขของกะทิจะพูดถึงชีวิตสงบเรียบง่ายของคนชนบท อาจจะด้วยภาษาที่ใช้หรือลักษณะการเปิดเรื่อง แต่จริงๆแล้วกลับไม่ใช่เลย เพียงแต่เป็นสภาพแวดล้อมที่หลีกหนีจากสังคมเมืองใหญ่ออกไปอยู่ไกลขึ้นอีกหน่อยเท่านั้น (แต่นั่นก็ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความแตกต่างดีนะ คือคนเรามัก associate สังคมเมืองกับความวุ่นวาย ไฮเทค เยอะแยะ แต่ในเรื่องนี้มันก็ใกล้กทม.นิดเดียว แต่อารมณ์มัน constrast กันไปเลย)

โดยรวมแล้วความสุขของกะทิเป็นหนังสือที่พูดถึงความรัก สายใยผูกพันของคนในครอบครัว ความสูญเสีย การเผชิญหน้า การยอมรับความจริง และการตัดสินใจด้วยตัวเอง

เรื่องแบ่งออกเป็นสามส่วนใหญ่ๆ โดยมี 'บ้าน' เป็นแกนหลักทั้งหมด เริ่มจากบ้านริมคลอง ไปถึงบ้านชายทะเล และจบตรงที่บ้านกลางเมือง ซึ่ง 'บ้าน' ก็รับหน้าที่เป็นหนึ่งในแก่นของเรื่องด้วยค่ะ ความสัมพันธ์และสายใยของครอบครัวถือเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งในเรื่อง เป็นหนึ่งในองค์ประกอบความสุขของกะทิ

โดยส่วนตัว ฉันว่าลักษณะของกะทิในเรื่องออกจะโตเกินวัยไปหน่อยเมื่อรับรู้ความจริงเกี่ยวกับพ่อและแม่ (คือไม่คิดว่าเด็กเก้าขวบจะเก๊ตจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้น) ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของผู้เขียนรึเปล่า ที่อาจจะอยากให้คนอ่านวัยอื่นได้อ่านด้วย ก็เลยต้องปรับความคิดของกะทิให้โตขึ้นมาหน่อย

สรุปว่าก็ดีสมรางวัลที่ได้รับค่ะ

*

THE CITY OF LOST CHILDREN

ฉันชอบลายเส้น ฉันชอบการนำเสนอ มันดูมีเอกลักษณ์เอามากๆ แต่โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันยังรั่วๆอยู่สักหน่อย (หรือเพราะฉันเป็นเด็กแนวอื่น เลยยังไม่เข้าถึงแนวนี้...อันนี้ก็ไม่ทราบแน่ชัดค่ะ)

ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าเนื้อเรื่องมันรั่วยังไง เพราะมันเป็นแค่ความรู้สึก ที่อ่านแล้วรู้สึกทะแม่งๆ จะว่ามันเจ๋ง ก็ไม่อาจกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำ (แต่ถ้าในด้านภาพล่ะก็ ได้ใจไปแล้วค่ะ) จะว่ามันห่วยรึ ก็ไม่ใช่นะ ถ้าบอกว่ามันครึ่งๆกลางๆก็คงพอได้

ไม่อยากเปรียบเทียบ แต่คนเขียนคำนิยมหนังสืออย่างคุณ'ปราย พันแสงเป็นคนเบิกทางไว้เองว่าถั่วงอกกับหัวไฟสามารถเอาไปวางคู่กับ The Melancholy Death of Oyster Boy and Other Stories ของทิม เบอร์ตันได้อย่างสง่างาม ดังนั้นเลยขอเปรียบมั่งนะ

อาจจะเพราะฉันเลิฟๆป๋าทิม ฉันจึงคิดว่ามรณกรรมสุดระทมของเด็กชายหอยนางรมนั้นมีแง่มุมแปลกใหม่ๆ่เปรี้ยวๆที่ชวนสะกิดใจ ยิงใส่ผู้อ่านอย่างรุนแรงกว่า อ่านถึงบรรทัดสุดท้ายแล้วนิ่งไปพร้อมกับคำอุทานในหัวว่า 'แม่ง ทำไปได้' ในขณะที่ถั่วงอกกับหัวไฟไม่มีอะไรใหม่ เด็กกำพร้ากับหมาหนึ่งตัว คนหนึ่งเป็นกำพร้ามือใหม่ อีกคนกำพร้าระดับเทพ เรื่องเล่าผ่านมุมมองของถั่วงอกผู้อ่อนต่อโลก เปรียบเหมือนความดีงามที่ยังไม่ปนเปื้อนของเด็กธรรมดาๆคนหนึ่ง เรามองเห็นถั่วงอกเฝ้าดูพฤติกรรมโจ๋ๆของหัวไฟ (ที่ในภาษามนุษย์บนโลกแห่งความเป็นจริงคงเรียกว่าไอ้เด็กเหลือขอ) จนกลายเป็นมิตรภาพของเพื่อนแบบแกนๆ

สิ่งต่างๆเหล่านั้นทำให้ภาพดูเพลิดเพลินอย่างยิ่ง แต่กลับอ่านไม่สนุกเท่าดูภาพ มันอาจจะไม่ใช่แนวฉันก็ได้ แต่ฉันว่ามันเยิ่นเย้อแล้วก็ไม่ค่อยจำเป็น

อย่างไรก็ตาม เมื่อกี้ ฉันบอกว่าบางที psychology ของกะทิก็ดูโตเกินวัยทำให้เรื่องไม่สมจริงไปนิดหน่อย แต่นั่นเป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นกับหัวไฟ เขาอาจจะเถื่อนถ่อย แต่เรามองเห็นความเป็นเด็กของเขาได้อยู่ตลอด

นึกยังไงไม่รู้ฉันถึงได้เอาความสุขของกะทิมารีวิวคู่กับ Beansprout and Firehead แต่นึกไปนึกมา มันก็เหมาะดีเหมือนกันนะ เป็นหนังสือขั้วตรงข้าม และอ้างอิงถึงสถาบันครอบครัวเหมือนๆกัน กะทิโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวดีมีฐานะ ในขณะที่ถั่วงอกกับหัวไฟต้องปากกัดตีนถีบกันพอตัว

ฉันอ่านเล่มนี้จบแล้ว นึกอยากให้สมองของหัวไฟโตไวๆ แล้วลดทอนความโกรธเกรี้ยวในตัวลงบ้าง แบบว่ามันหดหู่หัวจุยเมื่อคิดไปว่าถ้าหัวไฟมันโตแต่ตัวละก็นะ มันต้องเป็น angry old man แบบในเรื่อง Look Back in Anger ที่น้าเคนเนธ บรานาห์แกเอาแต่โกรธแล้วก็พาลไปหมดทุกอย่าง เพราะชีวิตมันบาัดโซ้บ...เลยเอาไปลงกับคนและสิ่งต่างๆรอบข้าง

เพราะถ้าสมองของหัวไฟไม่โตพอที่จะให้ยอมรับและอภัยแล้วละก็นะ ไม่ว่าจะความซื่อสัตย์ของบุบบิบหรือความเอ๋อของถั่วงอกก็ช่วยอะไำรไม่ได้ (เผลอๆพาลจะซวยอีกต่างหาก) ฉันยังไม่อยากให้หัวไฟเป็นฮีโร่ของถั่วงอกไปตลอดนี่หว่า มันเท่จนน่าสมเพช

อนึ่ง เขาว่า '1 ใน 7 ของเด็กไทยเป็นเด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้งและเด็กเร่ร่อน'

ฉันเคยบอกตัวเองว่ากูเกลียดเด็ก ก็เหมือนคนส่วนใหญ่โดยทั่วไปที่บอกว่ากูไม่ใช่นางงาม แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ฉันก็พบว่าฉันเกลียดบุปพการีมันมากกว่า เชื่อว่าทุกคนก็คงค้นพบอย่างเดียวกัน

ชิมิเคอะ

*

THE UNSLEEP SHEEP

ถ้าอ่านรีวิวจบแล้วมึนๆ อนุญาตให้โทษจขบ.ได้ มันง่วงนะ แต่มันเจือกนอนไม่หลับ =.=


ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่า... ชอบรูปของถั่วงอกกับหัวไฟนะ ดิบดี
แต่ผมว่าเนื้อเรื่องมันยังไม่ดิบเท่ารูปเท่าไรแฮะ...
#1  by  DeltaDrive At 2007-03-16 08:06, 
นึกถึงงานของป๋าทิมเป็นอย่างแรกตอนเห็นปกของถั่วงอกกับหัวไฟค่ะ ลองเปิดผ่านๆเหมือนกันแต่ไม่จี๊ด เลยไม่หยิบ (ซะงั้น) แต่สนใจเรื่องความสุขของกะทินะคะ ไว้จะลองหาอ่านดู ท่าทางอ่านสบายๆดีค่ะ
#2  by  ■ TamaRPG ■ At 2007-03-16 09:24, 
ปกติไม่ค่อยชอบอ่านเรื่องเกี่ยวกะเด็กล่ะพี่ แต่เคยอ่านเด็กชายหอยนางรมแระ ผัดถั่วงอกไฟแดงนี่จึงน่าสนใจ *คิกๆ*
#3  by  จด.*จรุ๊ฟส์* At 2007-03-16 10:12, 
ถั่วงอกกับหัวไฟนี่เคยยืนอ่านฟรี แต่รู้สึกว่าไม่ใช่แนวที่ตัวเองชอบ อ่านแล้วเกิดความรู้สึกหงุดหงิด

สารภาพว่าตอนแรกที่เห็นเล่มนี้นึกว่าของทิมเบอร์ตัน ^^" ( เห็นหัวไฟแล้วพาลนึกถึงเด็กชายหอยนางรมซะงั้น แค่ลักษณะภายนอกนะ )
#4  by  < O t h e r | s i d E > [][] R e n z E [][] At 2007-03-16 15:24, 
รร.เซ่เอาความสุขของกระทิเป็นหนังสือนอกเวลาอ่ะค่ะ
ต้องใช้สอบด้วย*w*
แต่เซ่ไม่ได้อ่านเลย เอิ้กก ไปกามั่วโลด
(ตัวอย่างเด็กไม่ดี ฮ่ะๆๆ)
ส่วนถั่วงอก เซ่อ่านแล้ว รู้สึกว่าช่วงท้ายๆ
พลอตมันหลุดๆไงไม่รุ ดูมันแปลกๆ อ่ะ
#5  by  Sysc`est At 2007-03-16 15:46, 
เล่มเด็กหัวฟูแว่วๆว่าเหมือนเคยเห็น และน่าจะเคยพลิกดูล่ะ
ก็ยังว่ามันช่างคล้ายเล่มของทิมเบอร์ตันจัง
#6  by  Asplera At 2007-03-16 22:02, 
555......ตอนที่ห้องสมุดที่โรงเรียนเอาหนังสือ ''ความสุขของกะทิ'' มานั้น ได้แต่มองผ่านๆไป เพราะไม่ชอบเลย
#7  by  - [ S l o w b l a d e ] - At 2007-03-16 22:33, 
ไม่มึนอ่ะ
อยากอ่านเรื่องงหัวถั่วงอก กับหัวไฟจัง

#8  by  Na - th (นัท) At 2007-03-17 00:29, 
your blog s cool
#9  by  mitji (124.120.18.212) At 2007-03-17 10:59, 
'1 ใน 7 ของเด็กไทยเป็นเด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้งและเด็กเร่ร่อน'
มายืนยันว่าถูก 100 เปอร์เซนค่ะ

ป.ล. ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำ สุดท้ายหนูก็ซื้อ"ไอ้นั่น"มาแล่วค่ะ^^
#10  by  YüKIHIME 「NARUTIMATE」Mania At 2007-03-17 19:55, 
อยากอ่านเล่มไหนอีกม๊ายยย บ้านพี่มีหนังสือ แนว ๆ หลายเล่มอยู่ แต่ต้องไปคุ้ยก่อนนะ กองสุม ๆ เต็มเลย
#11  by  ontm At 2007-03-17 23:39, 
น่าอ่านจัง
#12  by  dadfa At 2007-03-18 00:55, 

เห็นด้วยเต็มคร้าบ ว่าโลกนี้มัน บาดโซ้บบบ อ่า แปลกดี ผมไปยืนอ่านความสุขของกระทิ ที่ร้านนายอินทร์แถวบ้านก็นึกถึง เรื่องนี้ของ ทิมเบอร์ตันเหมือนกัน
#13  by  Parkja (124.120.160.78 /unknown) At 2007-03-18 02:22, 
เล่มแรกยังไม่เคยอ่าน ส่วนเล่มสองเคยเปิดผ่านๆ...อยากหาอีกเล่มให้น้องสาวลองอ่านจัง แต่กระทั่งชื่อเรื่องก็จำไม่ได้ -_-" เง้อ

เล่มสองนี่ลายเส้นน่าสนใจมากๆนะ อ่านๆไปแรกๆก็ชอบนะ แต่ช่วงหลังชักเฉยๆ แต่ก็ไม่ได้ซื้อมา...ฮา ^^"

หนังสือลุงทิมท่าทางน่าสนใจแฮะ
#14  by  reafre At 2007-03-19 00:19, 
ที่แนะนำมา ก็เคยอ่านแต่"ความสุขขอกะทิ" นอกนั้นยังไม่เคยอ่านและยังไม่เคยเห็นหนังสือรูปร่างอย่างนี้เลย เอ! หรือบ้านที่เราอยู่มันชนบทไปนะ ถึงไม่มีให้อ่าน ที่ร้านหนังสือก็ไม่ค่อยจะมีหนังสือให้อ่านซักเท่าไหร่ จะหาหนังสืออ่านที ก็ต้องเปิดเน็ตดู ว่าตอนนี้มีเรื่องอะไรน่าสนใจบ้าง

ที่จริงชอบอ่านแนว ลึกลับแฟนตาซีอ่ะนะ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครแนะนำให้ได้ว่าเล่มไหนน่าอ่าน มีแต่บอกว่า "ชอบเล่มไหนก็เอาเล่มนั้นสิ" ก็ทำตามนะ แต่พอซื้อแล้วเปิดอ่าน มีต้องผิดหวังซะเกือบทุกครั้ง อ่านได้ไม่ก็หน้าก็ต้องวาง ก็เนื้อเรื่องออกจะน่าเบื่อออกขนาดนั้นนิ แล้วก็กลับมาคิดกับตัวเองจะซื้อทำไมเปลืองตังค์?

...แต่ก็ไม่มีใครบังคับให้ซื้อซะหน่อย...

ที่เล่ามาก็เพราะอย่าให้ช่วยแนะนำหนังสือแนวนี้ให้อ่านหน่อย ก็เท่านั้นเอง ดูท่าก็คงชอบอ่านหนังสือเหมือนกันใช่ป่ะ เพราะงั้นก็คงรู้จักหนังสือดีดีหลายเรื่อง ยังไงก็รบกวนหน่อยนะ นะ นะ
#15  by  chicham (222.123.204.241) At 2007-03-22 17:19, 
เราก็เป็นคนหนึ่งที่อ่านถัวงอกกับหัวไฟเหมือนกัน เรื่องภาพถือว่าสวย แต่เนื้อหาในเรื่องกลับเฉยๆ ไม่มีอะไรให้แปลกใจ ดูคล้ายว่าเนื้อเรื่องจะแฝงนัยบางอย่างให้คบคิด แต่ก็ไม่มีอะไร สรุปคือซื้อมาแล้ว อ่านไปแค่รอบเดียวไม่ค่อยประทับใจ
#16  by  yuuii At 2007-03-27 13:03, 
เข้าใจเปรียบเทียบฮะ
สองเรื่องนี้ จะว่าไปมันก็พูดถึงเรื่องเดียวกันจริงๆละ
แต่คนละแนวนะ
ถั่วงอกกับหัวไฟอ่านทีแรกชอบมาก หลังๆเริ่มรู้สึกผมเข้าใจไม่ถึงแก่นมัน-*-
#17  by  [ Sai ];charot At 2008-03-05 20:21, 
ผมชอบหนังสือแนวนี้มากมาย

ออกมาขายเยอะๆน้า
#18  by  muy (61.19.147.22) At 2008-07-31 16:41, 

<< Home