[movie] Babel - เมื่อการสื่อสารขัดข้อง
posted on 19 Feb 2007 04:28 by vendetta in FeverishFilm
WARNING
- มีสปอยล์ ถ้าอ่านรีวิวอันนี้ก่อนไปดูอาจทำให้หนังน่าเบื่อขึ้นนะ
*
THE FALLING TOWER
Babel เป็นหอคอย เป็นออริจินัลของโตเกียวทาวเวอร์ในการ์ตูน Tokyo Babylon (ยังพยายามจะโยง...) เขาว่าสมัยก่อนมนุษย์เราเป็นพวกเดียวกันและพูดจาภาษาเดียวกัน แต่เพราะมนุษย์ทะเยอทะยานและไฮเปอร์จึงสร้างๆๆหอคอยนี้ให้สูงขึ้นๆๆจะได้ไปถึงสวรรค์ พระเจ้าไม่ปลื้ม ก็เลยสาปลงมา ผู้คนก็พูดจาคนละภาษา สื่อสารกันไม่รู้เรื่องอีกต่อไป หอคอยเป็นหมัน และมนุษย์แตกคอกัน จนทุกวันนี้ก็กลายมาเป็นปัญหาเชื้อชาติเหยียดผิวเกลียดเผ่าพันธุ์ ทั้งหมดเพราะเราไม่เข้าใจกัน
หนังถูกเล่าโดยแบ่งออกเป็นส่วนๆ คือ
เหตุการณ์ในโมรอคโค :
- แยกย่อยลงไปอีกสองส่วนได้แก่ ครอบครัวคนพื้นเมืองครอบครัวหนึ่งที่มีลูกชายสองคน พ่อซื้อปืนไรเฟิลมาหนึ่งกระบอกกับกระสุนสำรองอีกสามร้อยนัด จุดประสงค์คือให้ลูกชายทั้งสองไว้ยิงหมาไนที่จะมากินแพะ
อีกส่วนคือคู่สามี-ภรรยาชาวอเมริกัน น้า Brad กับป้า Cate ที่มาเที่ยวทัวร์สมานฉันท์แบบกล้ำกลืนฝืนทน มาเที่ยวแบบไม่แฮปปี้ด้วยกันทั้งคู่
เหตุการณ์ในอเมริกา/เม๊กซิโก :
- ป้าเอมิเลียเป็นต่างด้าวทำงานในอเมริกามานานละ เลี้ยงลูกให้ครอบครัวชาวอเมริกันครอบครัวหนึ่ง ตัวคุณผู้ชาย/คุณผู้หญิงไปเที่ยว ป้าเอมิเลียมีเหตุจำเป็นต้องกลับเม๊กซิโกเพื่อไปงานแต่งงานของลูกชาย บอกเจ้านายล่วงหน้าแล้วนะ แต่บังเอิญเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค เจ้านายก็เลยไม่ยอมให้ลางานเด็ดขาด เพราะหาคนมาดูแลลูกๆแทนไม่ได้
ป้าเอมิเลียไม่รู้จะทำยังไงดี ก็เลยตัดสินใจพาลูกๆของเจ้านายไปด้วยซะเลย ตั้งใจว่าไปแค่วันเดียวเดี๋ยวค่ำๆก็กลับ หลานชายขับรถมารับ-ส่ง ท่าทางไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
เหตุการณ์ในญี่ปุ่น :
- ชิเอโกะเป็นสาวใบ้และหูหนวก แม่ตาย ไม่ลงรอยกับพ่อที่ทำงานหนัก จึงเกิดเป็นอาการเฝ้าโหยหาความรักความเมตตาและเรียกร้องความสนใจในสังคมที่ได้ชื่อว่าผู้คนคับคั่งแต่กลับเป็นปิดกั้นที่สุดในโลกสังคมหนึ่ง
เผินๆแล้ว ไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกันเลย แต่แน่นอนว่ามี โดยทั้งหมดเกิดจากกระสุนหนึ่งนัดถ้วน ตามมาด้วยการคาดเดาที่เลยเถิด ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในเพื่อนร่วมโลก ซัมติงประมาณที่ชื่อภาษาไทยของหนังพยายามให้คำอธิบายแบบเบลอๆว่า อาชญากรรม / ความหวัง / ความสูญเสีย...
คอนเสปต์มันก็ประมาณนี้แล ที่เหลือไปติดตามกันเองนะเคอะ*
ONLY CONNECT. . .
ขอแยกเป็นข้อๆละกัน ง่ายดี
Consequences of Action - เราทุกคนเป็นญาติกัน
ฉันว่ามันเป็นหนังที่มีสโคปกว้าง เล่นกับประเด็นมนุษยชาติกันเลย มันสะท้อนให้เห็นถึงปฏิกริยาลูกโซ่ว่าทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลของมัน การกระทำหนึ่งจะเป็นผลกระทบไปสู่อีกการกระทำต่อๆมา และทำให้นึกถึงทฤษฎีความสัมพันธ์หกระดับ (Six Degrees of Seperation) ที่ว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกกลมๆใบนี้สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้หมดด้วยความสัมพันธ์เพียงหกขั้นเท่านั้น แต่ในหกขั้นนี้เราอาจจะได้พบเจอพูดคุยแค่กับคนที่อยู่ในระดับหนึ่ง และไม่มีโอกาสเจอคนในระดับอื่นๆเลยก็ตาม
Disconnection / Miscommunication - เราไม่เข้าใจกัน
ธีมหลักของเรื่องคือการสื่อสารที่ผิดพลาดในรูปแบบต่างๆ เช่น ปัญหาของคู่น้าแบรดกับป้าเคทเกิดจากการไม่จับเ่ข่้าคุยกัน (มัวแต่เล่นมิวสิค Wall in your heart อยู่ด้าย...) ดังที่น้าแบรดบอกเป็นนัยๆว่าตอนที่เกิดปัญหา "นั้น" ขึ้น แกเลือกที่จะหนี ไม่เชื่อมต่อกับครอบครัว แล้วก็ลากเมียมาเที่ยวทัวร์ในจังหวะที่ไม่เหมาะเอาซะเลย จนกระทั่งป้าเคทโดนยิงและเรื่องราวเลยเถิดไปใหญ่โต
ชิเอโกะก็มีปัญหาในการเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับโลก มีปัญหาในการเข้าหาผู้คนเพราะเธอพูดไม่ได้และไม่ได้ยินเสียง แถมด้วยอารมณ์วัยรุ่นพลุ่งพล่าน แล้วแม่ก็เพิ่งตาย ทั้งที่การกระทำของเธอเป็นการส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่ตัวผู้ส่งสารเองก็ตัดสาย พ่อของชิเอโกะเข้าถึงตัวลูกไม่ได้เพราะเธอ shut in พยายามตัดขาดจากพ่อ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอายุและเพศที่แตกต่างกัน ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ดังเช่นที่ชิเอโกะทำภาษามือใส่ว่า แม่ยังเข้าใจหนูมากกว่าพ่อเลย
Concealment of Truth - เราไม่บอกกัน
การปกปิดความจริงไม่ได้หมายถึงการโกหกนะ แต่อาจแปลได้ว่าไม่ทำใจยอมรับมัน พยายามหนีความจริงด้วยวิธีการต่างๆซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีการรับมือกับผลที่เกิดขึ้นที่ถูกต้อง ในเรื่องน้าแบรดทำใจไม่ได้เรื่องลูก เด็กพี่น้องโมรอคโค ไม่กล้าบอกความจริงกับพ่อแม่เรื่องปืน ชิเอโกะและพ่อที่เป็นทุกข์กับความตายของแม่ เอมิเลียที่จูงเด็กๆไปพึ่งพาเพื่อนที่เป็นพี่เลี้ยงด็กเหมือนกัน แทนความคิดว่าจะโกหก จะดีกว่ารึเปล่าถ้าลองให้เพื่อนบอกเจ้านายไปตรงๆและขอความช่วยเหลือดีๆว่าขอฝากวันนึงนะ และซานติอาโก้ที่ตั้งแง่กับตำรวจจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต
เมื่อความจริงปรากฎ ในบางกรณีก็สายไปเสียแล้ว เช่นถ้าทำใจได้เร็วกว่านี้และคุยกันมากกว่านี้ี้ ป้าเคทก็อาจจะไม่ซวย ถ้าเด็กชาวโมรอคโครีบสารภาพแต่เนิ่นๆ (และถ้าข่าวที่กระจายตัวออกไปถึงครอบครัวนั้นไม่ได้บิดเบือนความจริงจนทำให้คนรับสารแตกตื่นเสียจริตกันไป) ปัญหาก็อาจจะไม่ลุกลาม
Isolation / The Question of Selfishness - เราแล้งน้ำใจกันหนังบอกว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปัญหามาจากความเอาตัวเองเป็นที่ตั้งและไม่ฟังคนอื่น
น้าแบรดเอง ดูเผินๆเหมือนเป็นคนธรรมดาปกติที่อยู่ในภาวะสิ้นหวังและสับสน แต่ในบางการกระทำมันก็สะื้ท้อนให้เห็นว่าอเมริกาเป็นสังคมตัวใครตัวมัน คิดถึงแต่ตนเองเป็นใหญ่ และส่วนหนึ่งก็เกิดจากนิสัยของคนนี่แหละ จู่ๆน้าแกก็ทิ้งลูกไว้กับพี่เลี้ยง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าในช่วงนั้นเอมิเลียจะต้องไปงานแต่งลูกชายที่เม๊กซิโก
ป้าเคทโดนยิง เรเชลพี่สาวก็รู้ข่าวแล้ว แต่กลับคิดว่า่เรื่องของตัวสำคัญกว่า บอกปัดว่าไม่ว่าง มาดูหลานแทนเอมิเลียไม่ได้ (ทั้งที่จากโทรศัพท์มีการบอกเป็นนัยว่าตอนแรกตกลงกันแล้วว่าจะมา) ดังนั้นแบรดจึงต้องขอร้องแกมสั่งบังคับและเสนอวิธีแก้ปัญหาแบบทุเรศๆว่า เดี๋ยวออกเงินจัดงานให้ลูกชายเอมิเลียใหม่ โดยไม่คิดถึงจิตใจของอีกฝ่ายเลย
ผู้โดยสารคนอื่นๆบนรถทัวร์ บางคนเห็นแก่ความสบายของตัวเองและมัวแต่ี่หวาดระแวงคนพื้นเมือง (ประมาณว่ายังไงๆกูก็จะไม่อยู่ละนะ) บางคนเลือกเป็นไทยมุงอย่างเดียว (ประมาณว่ากูแค่ขอเสือก ส่วนจะตายก็เรื่องของมึง) มีบ้างที่หยิบยื่นกำลังใจ มีคนพูดขึ้นมาว่า "I'm coming with you" แต่แล้วก็โดนอีกคนรั้งแขนไว้ไม่ให้เข้าไปยุ่ง ในขณะเดียวกัน ผู้รับก็ไม่ได้สนใจ มัวแต่ว้าวุ่นกับเรื่องของตัวโดยถือว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์คับขัน ไม่ว่างจะหันไปขอบคุณหรืออะไร
ถ้า Lost in Translation นำเสนอความเหงาแบบน้อยนิดมหาศาล (minimalism) Babel ก็นำเสนอความเคว้งคว้างของสังคมใหญ่แบบสาดใส่ได้อีก ความแปลกแยกโดดเดี่ยวเห็นได้ชัดในตัวของชิเอโกะ ในทุกๆที่ที่เธอไป ในความวุ่นวายที่ไม่ไ้ด้ยิน ชิเอโกะไม่เปิดใจให้กับโลก แต่เลือกที่จะอยู่กับตัวเอง ทำให้ปมไม่คลี่คลาย
ซานติอาโก้เองก็เลือกที่จะเอา่ตัวรอดเองคนเดียว ไม่ฟังคำทัดทานของคนอื่น จนเกือบทำให้เกิดเป็นโศกนาฏกรรม
A Matter of Reliance - เราไว้ใจกันได้มั้ย
(เริ่มง่วง - -")
สืบเนื่องมาจากข้อบนๆ การสื่อสารที่ไม่ตรงกัน ต่างฝ่ายต่างพูดไม่มีใครฟัง ไม่ปล่อยวาง ความแปลกแยกทางเผ่าพันธุ์และภาษาก็ทำให้เกิดปัญหาได้ง่ายๆและบ่อยๆ เพราะเป็นคนละประเทศ วิธีจัดการก็ไม่เหมือนกัน ก็เลยตั้งแง่ใส่่กัน ทำให้การแก้ปัญหาล่าช้า จนบางทีก็สายเกินแก้
Innocence of Children - เราสอนเด็กกันผิดๆรึเปล่า
เด็กๆในเรื่องต้องเผชิญกับความรุนแรง ความตายและความเจ็บปวดที่ผู้ใหญ่เป็นคนก่อทั้งหมด โดยที่ทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใหญ่เองนั่นแหละ ความเลินเล่อของผู้ปกครองเป็นผลให้เด็กๆต้องซวยแบบจำยอม
(แต่ในกรณีของยุสเซฟ...ชื่อนี้รึเปล่า? ฉันว่ามันก็เป็นไอ้เด็กเปรตจริงๆ - -")
ในตอบจบขึ้นเครดิตมาว่า ผู้กำกับอุทิศเรื่องนี้ให้กับลูกๆผู้เป็นเหมือนแสงสว่างในความมืด (หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ) ประหนึ่งต้องการจะบอกว่า เด็กๆคือความหวังของมวลมนุษยชาติ ช่วยกันดูแลให้ีดีหน่อย อย่าปล่อยวัวหายแล้วล้อมคอก เพราะไม่้ว่าโลกนี้จะเน่าแค่ไหน ก็ยังพอแก้ไขได้
"Yet Hope Remains" - แต่ความหวังยัง(พอ)มี
ถ้าจะมองว่ามันซวยสุดๆแล้ว อะไรจะซวยได้มากไปกว่านี้อีก มันก็ไม่เชิงซะทีเดียวนะ เพราะท่ามกลางสถานการณ์เลวร้ายก็ยังพอมีแสงรำไรอยู่้บ้าง ฉากสุดท้ายของตัวละครแต่ละตัวในเรื่องมีความหวังแฝงอยู่ด้วย ถ้าจะมองว่าการที่ไกด์ท้องถิ่นพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่นั้นคือน้ำใจในฐานะมนุษย์ ยายแก่ๆที่พูดกันคนละภาษาก็ช่วยในแบบของยาย เอมิเลียที่ผ่านการซวยถึงขีดสุดถูกเนรเทศกลับประเทศ แต่ก็ไม่โดนตั้งข้อหาลักพาเด็กข้ามชายแดน (ถ้าจะมองว่านั่นเป็นค่าตอบแทนอย่างหนึ่งที่ำได้รับ) และอย่างน้อยก็ยังมีลูกชาย และอาจได้สร้างครอบครัวใหม่
ส่วนที่ชัดทีุ่สุดคงเป็นชิเอโกะกับฉากสุดท้ายที่ระเบียง ที่ดูเหมือนสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์แบบเด็กแรกเกิดกับความรักของผู้ให้กำเนิด การทิ้งเกราะทั้งหมดและเปิดใจยอมรับ
ถ้าจะมองว่ากระสุนนัดนั้นจะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ณ อีกซีกโลกปางตาย แต่กระสุนนัดเดียวกันก็ช่วยชีวิตเด็กผู้หญิงที่อยู่อีกซีกโลกไว้เหมือนกัน เพราะถ้าไม่ได้ปืนกระบอกนั้น ตำรวจคนนั้นก็คงไม่ได้มาหาชิเอโกะและให้ความช่วยเหลือด้วยการรับฟังและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เธอสื่อสารออกมา
ซ้าธุ
OVERALL
นักแสดงฝีมือดีมากๆทุกคน (ป้าเคทกับกาเอลบทน้อยยย...แต่เอาเหอะ เรื่องมันยิ่งใหญ่) การดำเนินเรื่องแอบน่าเบื่อ ประกอบกับแพ้หนังภาพไม่นิ่ง (ยังดีว่าเรื่องนี้มีไม่เยอะ ไม่หนักเหมือนหนังของลาส วอน เทียร์ที่ดูทีไรกลับมาป่วยทู้กที - -") เลยไม่อินได้อย่างเต็มที่
สกอร์ไม่ถูกใจ (แต่ปีนี้ก็ไม่ถูกใจสกอร์หนังเรื่องไหนสักเรื่อง ช่างน่าเศร้า T___T)
สรุปว่า่เป็นหนังที่น่าสนใจค่ะ ฉันว่ามันมีสารที่ดี
แต่ผมชอบ Score นะครับ

เลยอ่านรีวิวซะหมด
เป็นคนที่รีวิวหนังเก่งจังค่ะ
ในที่นี้หมายถึง ดูแล้วได้อะไร ตีความเยอะ
อ่านจบแล้วก็คิดว่าหนังน่าสนใจดีค่ะ
ขอบคุณที่รีวิวให้ฟังนะคะ
#1 By mikan on 2007-02-19 04:38