(Book Review) Hannibal Rising - อดีตฝันวันวานกับฮันนิบาล เลคเตอร์
posted on 07 Dec 2006 00:46 by vendetta in BereftBookเนื่องจากไปเจอเล่มนี้เข้าที่ Asia Books พารากอน ว้ายกรี๊ด...รักเอเชียบุ้คส์มากมาย *น้ำตาไหลพราก*(เห็นแฟนๆทั่วโลกแจ้งข่าวว่าสนพ.จะปล่อยของอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ธค. แต่ปรากฎว่ามีล็อตแรกหลุดออกมาวางในบางร้านก่อนตั้งแต่ปลายเดือนพย. ใครจะคิดว่าประเทศไทยก็แอบเป็นเทพว่องกะเขาด้วย)เห็นละให้ทุรนทุรายยย... ลงทุนยอมซื้อเวอร์ชั่นอเมริกันก็ได้ฟระคะปกไม่สวยแถมยังแพงอีกต่างหาก ไม่รักจริงไม่ยอมนะเนี่ย
มาทำความรู้จักกันนิดนึงก่อนเข้าส่วนรีวิวนะคะ เผื่อยังไม่มีคนรู้จักลุงหมอโรคจิตรสนิยมสุดเดิ้นที่ชอบกินสมองมนุษย์นามว่าฮันนิบาล เลคเตอร์เคยติดทำเนียบตัวร้ายอันดับหนึ่งที่น่าจดจำที่สุดในโลกภาพยนตร์ (ในวงการวรรณกรรมก็ด้วย) มีหนังและหนังสือออกมาสามภาคอันได้แก่ Red Dragon (ตัวหนังดีพอๆกับหนังสือ เมื่อเอ็ดเวิร์ด นอร์ตันปะทะลอร์ดโวลเดอมอร์ อ๊าง), The Silence of the Lambs (ดังดั๊งดังมากมาย ได้อ๊อดสะก้าไปตั้งหลายตัวด้วย) และ Hannibal (ห่วยสุดๆ โทษน้าโจดี้ ฟอสเตอร์ที่ไม่ยอมกลับมาเป็นนางเอก โกรธริดลีย์ สก๊อตต์ที่เปลี่ยนตอนจบซะน่าเกลียด ดูละเคืองขนาด ทั้งที่ Hannibal ฉบับหนังสือออกจะดี)
อย่างไรก็ตาม อ๊าง...ฮันนิบาล เลคเตอร์ ด๊อกเตอร์กินสมองคนนั้นกลับมาแล้ววว...แบบที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าเผลอแป๊บๆ เวลาผ่านมาแล้วตั้ง6 ปีแน่ะo.O" (เล่มสุดท้ายที่อ่านคือเมื่อต้นปี 2000ได้มั้ง นานมาแล้วจริงๆแฮะ)แต่ Hannibal Rising เป็นการย้อนกลับไปเล่าอดีตของฮันนิบาลแบบที่สมัยนี้เขาฮิตๆกันและดูเหมือนจะตั้งใจเขียนมาเพราะรู้ว่าต้องโดนหยิบไปสร้างเป็นหนังเป็นแน่แท้อีกด้วย
(ดีนะที่ไม่ได้ใช้ชื่อ Hannibal Begins ไม่งั้นคงฮาตรึม)
ต่อไปนี้ มี SPOILER สำหรับผู้ที่ไม่รู้จักซีรีส์ชุดนี้มาก่อนเลยในชีวิต ^^" ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่อยากสปอยล์ตัวเองก่อนไปดูหนังหรือจะอ่านเองใดๆทั้งสิ้น (แบบ...กระทั่งเข้า imdb หาข้อมูลก่อนก็ไม่ทำอ่ะ)
สำหรับผู้ที่เคยอ่านเล่ม Hannibal (ถ้าเคยแต่ดูหนังไม่นับนะ) หรือพอจะรู้เรื่องย่อคร่าวๆของ Hannibal Rising มาแล้ว ไม่มี Spoiler จ๊ะ
*
Time is the echo of an Axe
Within a Wood.
หนังสือเปิดเรื่องมาในความทรงจำสมัยแปดขวบของฮันนิบาล เลคเตอร์ เรารู้มาก่อนแล้วตั้งแต่ในภาค Hannibal ว่าแกเป็นชาวลิธัวเนีย (ยุโรปตะวันออก) รอดตายจากสงครามโลกครั้งที่สองมาได้ในขณะที่คนในบ้านตายเกลี้ยง
ภาคนี้เป็นรายละเอียดเพิ่มเติม เช่นได้รู้ว่าตระกูลเลคเตอร์สุดแสนจะไฮโซ ฮันนิบาลมีบ้านเป็นปราสาทกลางป่า มีพ่อเป็นท่านเคานท์เลคเตอร์แม่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลผู้ดีสฟอร์ซาและวิสคอนติของอิตาลี ได้รับการศึกษาที่ดีทำให้พูดได้หลายภาษา (เป็นเรื่องปกติ เพราะผู้ดีเก่าในยุโรปพูดได้หลายภาษาอยู่แล้ว) แต่ชะตาชีวิตเกิดผกผันเพราะสงครามโลก
และเหตุจูงใจที่ทำให้ turn dark เข้าด้านมืดซะขนาดนั้นเป็นเพราะมิชก้า น้องสาวสุดเลิฟถูกทหารโซเวียตจับไปต้มกินกันอดตาย ฮันนิบาลช็อคสนิทจนกลายเป็นใบ้อย่างไรก็ตามสุดท้ายก็ได้ลุงที่เป็นจิตรกรรับไปอยู่ด้วยที่ฝรั่งเศส
ท่านลุงเองก็มีภรรยางามงดสุด exotic เป็นสาวฮิโรชิม่านามว่าเลดี้มุราซากิ อันตัวเธอนี้สืบเชื้อสายมาจากมุราซากิ ชิคิบุผู้ประพันธ์เรื่องตำนานเก็นจิ -Genji Monogatari น่ะเองแล (อ่านแล้วก็ผงกหัวไปด้วย อืมม์...นะ คนเขียนคนนี้ช่างมีความพยายามสูง เป็นมาแต่ไหนแต่ไร แถมอ่านแล้วอยากเชื่อด้วยดิ) ด้วยความช่วยเหลือเยียวยาของเลดี้มุราซากิ ฮันนิบาลเลยค่อยๆหายสติแตกและด้วยความที่เป็นเด็กฉลาดอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เลยเข้าเรียนหมอได้ทั้งที่อายุยังน้อย
แต่อดีตมันหลอนจัด ดังนั้นเมื่อถึงเวลา ฮันนิบาลเลยมีดำริว่าจะชำระแค้น
*
When I said that Mercy stood
Within the borders of the wood,
I meant the lenient beast with claws
And bloody swift-dispatching jaws.
จะว่าไป Hannibal Rising ก็ดำเนินเรื่องไวกว่าเล่มก่อนๆ แต่สไตล์การเล่าเรื่องเปลี่ยนไป รายละเอียดยิบย่อยตามล่าฆาตกรแบบ FBI หรือ CSI เทือกๆนั้นที่เคยชนะใจคนอ่านก็พลอยหายไปด้วย อาจจะพอเข้าใจได้ว่าเพราะมันเล่าย้อนกลับไปในอดีต เปิดผนึกความทรงจำของฮันนิบาล เลคเตอร์ หลักๆเลยเน้นเรื่องของจิตใจและการเติบโตของปีศาจในใจกันมากกว่า ไม่เหมือนอย่างใน Red Dragon หรือ The Silence of the Lambsหรืออย่างเล่ม Hannibal เองที่เป็นไปในอีกสไตล์นึง
โดยส่วนตัว ฉันออกจะผิดหวังนิดหน่อย ทั้งที่ไม่ได้คาดหวังอะไรไว้สูงนะคะ แต่คงเพราะชื่นชอบมาก็นานโขเลยรู้สึกว่าน้าโธมัส แฮร์ริสเคยทำได้ดีกว่านี้ หรือเพราะรู้สึกว่ามันเจ๋งสุดยอดไปแล้วในภาค Hannibal ก็ไม่รู้ (ถ้าในแง่ของหนังสือ ฉันชอบ Hannibal ที่สุดค่ะรองลงมาค่อยเป็น The Silence of the Lambs และ Red Dragon ตามลำดับ) Hannibal Rising มันผิดตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้วมั้งสำหรับฉัน (มันเชยง่ะ มากๆด้วย กระทั่งชื่อที่ใช้ก่อนหน้านี้ว่า Behind the Mask ก็ไม่ค่อยเวิร์คอยู่ดี T___T ลองเทียบกับชื่อเรื่องก่อนๆสิ ความเท่และคลาสสิกมันหายไปไหนกันหมด) และคงเพราะมันเป็นการเล่าไปเรื่อยๆ เราพอจะรู้อยู่หรือเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น มันจึงไม่ได้ระทึกขวัญ หรือมี suspense ที่น่าติดตามอย่างมากเหมือนในเล่มก่อนๆ
ที่สำคัญคือมันไม่โหดเท่าเล่มก่อนๆ เอิ๊ก แต่ให้อภัยได้นะ ฮันนิบาลเพิ่ง 18 เองฮ่ะ นัยว่ายังไม่เชี่ยว ประสบการณ์ยังไม่เยอะ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดฉากกับการวางโครงเรื่อง คนเขียนก็ยังทำได้ดีเหมือนเคยค่ะ ก็ยังอ่านได้สนุก ยังชอบที่ผู้เขียนเล่นกับจิตใจตัวละคร (แม้ว่ามันจะน้อยลง ไม่ล้ำเหมือนแต่ก่อน) ยังชอบที่ผูกโยงเข้ากับศิลปะ ก็ยังคงเปิดอ่านไปได้เรื่อยๆจนจบ แต่ไม่ตื่นเต้นฮือฮามากเท่านั้นเอง
ความดีอีกอย่างของ Hannibal Rising (หรืออีกนัยหนึ่งก็คือความสามารถของน้าคนเขียน) ก็คือความเป็นไปได้ค่ะทั้งที่คนเขียนเซตรายละเอียดโน่นนี่ซะโอเว่อร์ แต่การกระทำแอบเป็นไปได้อย่างเช่นตัวฮันนิบาลเอง...เก่งจริง แต่ก็ไม่ได้เก่งทุกอย่าง เวลาต่อสู้ก็ไม่ได้บู๊มากเพราะไม่ใช่จา พนมแต่ทำไปได้เพราะประสาทท่านว่องมากถึกทนความเจ็บปวดได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น (ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากความเพิกเฉยไม่รู้สึกรู้สาอะไรมากกว่า) ประกอบกับเรียนหมอและฝึกบ่อยๆ เลยรู้โครงสร้าง anatomy ของมนุษย์เป็นอย่างดีต่างหาก
Theme หลักของเรื่องก็เดิมๆ ชัดเจนในตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะ Nature/Nurture เราเลวโดยสันดานหรือสภาพแวดล้อมเสี้ยมสอนให้เลว การกระทำของฮันนิบาลจัดว่าเลวหรือผิดศีลธรรมหรือไม่ แล้วศีลธรรมวัดกันที่ตรงไหน มนุษย์สามารถคุมด้านมืดในใจตนได้ดีแค่ไหน เรายอมไปไกลเพียงใดเพื่อที่จะลืมอดีต หรือประจันหน้ากับอดีตและความเจ็บปวดแบบซึ่งๆหน้าแล้วแฮปปี้กินมันซะเลยดี
บางฉากบางตอนมันก็ฮอลลีหวูดไปนิดนึง หนังสือเล่มนี้จำนวนหน้าน้อยที่สุดในจตุภาค ซึ่งนั่นอาจสะท้อนให้เห็นว่าคนเขียนเองก็ไม่รู้จะเล่าอะไรมากไปกว่านี้ด้วยก็เป็นได้
*
I'd yield me to the Devil instantly
Did it not happen that myself am He!
มีอารมณ์แปลกๆหน่อยก็ตรงความพยายามที่มากเกินไปสำหรับตัวละครของเลดี้มุราซากิ เหมือนคุณน้าคนเขียนแกตั้งใจหว่านเสน่ห์ลึกลับมากไปหน่อย ประมาณว่ารสนิยมและตัวตนของฮันนิบาลในอนาคตเป็นผลพวงมาจาก exoticism ด้วยส่วนหนึ่งแหละ (เรอะ?)
ฮันนิบาลเติบโตขึ้นมาเป็นปีศาจเพราะเขาจำอดีตได้ทุกอย่าง (อืมม์ เหมือนโยฮันใน Monster มะ? เอิ๊กๆ ตอนอ่านก็นึกถึงอยู่เหมือนกัน) เลดี้มุราซากิทำหน้าที่เสมือน Mother Figure ในขณะที่จนท.คลาริซ สตาร์ลิ่งทำหน้าที่เป็น Sister Figure ที่เขารู้สึกสนุกที่จะเล่นด้วย (แต่ก็เป็นคู่ที่เหมาะสมกัน เพราะแรงพอๆกัน ฮา) ผู้หญิงทั้งสองคนนี้จึงเป็นเพียงสองคนบนโลกที่ฮันนิบาลรัก
Hannibal Rising ยังเปิดเผยความเชื่อของฮันนิบาลอย่างชัดเจนว่า ทั้งน้องสาวและตัวเขาเองไม่เชื่อในพระเจ้า ดังนั้นฮันนิบาลจึงเชื่อว่ามิชก้าตายแล้วไม่ได้ไปอยู่ในสวรรค์กับพระเจ้า แต่อยู่ใน Oblivion (คงประมาณๆนิพพานมั้ง)ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆคนเขียนแกถึงพูดโพล่งออกมาซะอย่างนั้น เล่นเอาแทนที่จะแยบคายกลับกลายเป็นธรรมดาไปเลย (สู้บอกแว้บๆเป็นนัยๆให้คนอ่านซึ้งเองจะดีกว่ามั้ยน้า)
คงไม่ต้องเล่าว่าตกลงชำระแค้นสำเร็จมั้ยด้วยวิธียังไง เอาเป็นว่าเมื่นค้นพบตัวเองแล้ว ในที่สุด ฮันนิบาล เลคเตอร์ก็จากโลกเก่า (ยุโรป) ไปสู่โลกใหม่ (อเมริกา) พร้อมกับความมืดอย่างมีความสุข อ๊าง เอ๊ย เอวัง
ให้คะแนนสัก 7/10 แล้วกันในฐานะที่หลงชอบคาแรกเตอร์ลุงหมอโฉดไปแล้ว...ให้ราวๆ B- โทษฐานให้รอตั้งหลายปี ดันมีแค่เนี้ย T___T
*

ไม่เคยอ่งอ่านไรล่ะค่ะฮันนี่ที่รักของพี่เนี่ย แต่เชื่อมั้ย ทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจในชีวิตนี้ของ จด. ซัด Silence of the Lambs ฉบับภาพยนตร์เข้าไป 5 รอบถ้วนแระ
แหม๊ ฮันนิบาลอยู่รอบตัวเรา
#1 By jd459 on 2006-12-07 11:50