2006/Nov/15

ด้วยความที่เห็นโฆษณาชื่อภาษาไทยซะเว่อร์ (อะไรกู้บัลลังก์มังกรสักอย่าง) แถมมีเจ๊ Zhang Zi Yi ที่โคตรจะเบื่อหน้ากันอย่างยิ่งยวดแล้ว(แผ่นดินจีนไม่ไร้เท่าใบแปะก้วยซะหน่อย แล้วไยไสหัวไปทางไหนจึงต้องเจอะแต่นางด้วยเล่า)เลยไม่คิดจะไปดูสักกะนิด แต่เนื่องจากพอดีท่านแม่เกิดอยากจะดู เลยต้องไปดูด้วยตามประสาผู้รับมรดกที่ดี (อ้าว แอบเลว)

มี Spoiler นะคะ แบบว่าไม่เกรงอกเกรงใจ แต่ถ้ารู้จัก Hamlet อยู่แล้วก็คงไม่ถือว่าเป็นสปอยเลอร์ต่อเนื้อเรื่องเท่าไหร่หรอกมั้ง เอิ๊ก

*

A Little More than Kin, and Less than Kind

The Banquet มาจากชื่อภาษาจีนว่า Ye Yanผู้สร้างบอกว่าเอาพล็อตมาจากเรื่อง Hamlet : Prince of Denmark บทละครเลือดสาดญาติเสียพระเอกวิปลาสของน้าวิล เชคสเปียร์ เขาเอาบทมาย้อมแมวเสียใหม่กลายเป็นศึกชิงบัลลังก์สะท้านกำลังภายใน ณ ยุคที่เรียกว่า Wu Dai Shi Guo (5 ราชวงศ์ 10 อาณาจักร...เรียนมาได้ใช้ตั้งนิดนึงละ ฮา) ตามประวัติศาสตร์แล้วเป็นช่วงที่วุ่นวายซะไม่มีเพราะผลัดแผ่นดินมีช่องโหว่เยอะแยะให้คนจินตนาการกันมากมาย เป็นช่วงรอยต่อระหว่างราชวงศ์ถัง (ถ้าชอบดูหนังจีนคงนึกออกว่ามีฮ่องเต้ดังๆอย่างถังไท่จง แล้วก็เป็นยุคของเจ๊สวยหยางกุ้ยเฟย เจ๊โหดบูเช็กเทียนไรเงี้ย) กับราชวงศ์ซ่ง(ท่านเปาฯและขุนศึกตระกูลหยางอยู่ในยุคนี้*ขอบคุณท่านแม่ที่บ้าหนังจีน*)

เล่าย่อๆก่อนว่า Hamlet เกี่ยวกับอะไรเนาะ เรื่องมีอยู่ว่า ท่านลุงคลอเดียสลอบปลงพระชนม์ท่านพ่อของแฮมเล็ต ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งเดนมาร์กเสียเองแล้วแต่งงานกับท่านแม่เกอร์ทรูด เจ้าชายแฮมไปร่ำเรียนหนังสืออยู่เมืองนอกเมืองนาพอกลับมาก็เฮิร์ทมาก เข้าชายเป็นเด็กสายศิลป์อยู่แล้ว (แต่ถึงกระนั้นก็มีวรยุทธ์ดีทีเดียว) จึงจิตตกมากเป็นพิเศษ

ขณะหมกมุ่นอยู่ว่าใครฆ่าท่านพ่อผีท่านพ่อก็มาปิดตาชี้ตัวฆาตกร ซะอย่างนั้น เมื่อรู้แล้วจึงพบว่าแค้นนี้ต้องชำระ! (เห็นมะ มุขหนังจีนสุดๆ ชะรอยป๋าวิลจะก๊อปพล็อตหนังจีนมาแน่นอน) แฮมเล็ตแกล้งทำเป็นบ้า แล้วจัดแสดงละครจับไต๋คนร้าย ซึ่งก็ได้ผลเพราะท่านลุงคลอเดียสแอบทนดูไม่ได้ ต้องออกไปนั่งสวดมนต์ข้างนอกด้วยความรู้สึกผิด

พระเอกเลยสับสน ตอนแรกว่าจะฆ่าแล้วล่ะ แต่พอเห็นกำลังสวดมนต์ก็เปลี่ยนใจ เดี๋ยวค่อยฆ่าดีกว่าเพราะเขาว่าคนที่ถูกฆ่าขณะสวดมนต์จะได้ขึ้นสวรรค์ทันที ไม่ดีๆ มันไม่สะใจ

ซีนต่อมา แฮมเล็ตไปโวยวายใส่ท่านแม่เกอร์ทรูดในห้องนอน แล้วก็เผลอฆ่าโปโลเนียส เสนาบดีที่แอบฟังอยู่ข้างนอกตายด้วยความเข้าใจผิดนึกว่าเป็นท่านลุงมาดักฟังแต่ที่ซวยคือโปโลเนียสเป็นพ่อของโอฟิเลีย aka พ่อนางเอก (ถึงแม้ว่าหลังจากท่านแม่แต่งงานใหม่ เจ้าชายก็เป็นเด็กมีปัญหา ไม่สนใจโอฟิเลีย หาเรื่องเกลียดผู้หญิงไปเลย พูดจาหมานๆใส่แม่ ไล่โอฟิเลียไปอยู่สำนักนางชีอีกต่างหาก อนึ่ง เชคสเปียร์ไม่ได้ระบุว่าพอเกลียดผู้หญิงแล้วแฮมเล็ตเข้าป่าเดียวกันกับใคร แต่สงสัยจะกับฮอเรชิโอสหายสุดที่เลิฟนี่เอง...เอ้า จริงจังนะเนี่ย ^^")

ท่านลุงคลอเดียสจัดการเนรเทศหลานแฮมเล็ตไปอังกฤษ ตั้งใจให้มันไปตายแต่มันแอบฉลาดกว่า ในขณะเดียวกัน นางเอกก็เป็นบ้าไปเรียบร้อยค่ะ (แฟนทิ้ง พ่อตายพี่ชายไม่แล ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมแล้น) โอฟิเลียโหม่งแม่น้ำตาย ลาเออร์เตสพี่ชายจึงก่อกบฎ ฉากสุดท้ายเกิดขึ้นในท้องพระโรง (อันเป็นที่มาของชื่อเรื่อง The Banquet งานเลี้ยงมรณะบัลลังก์เลือด) ลาเออร์เตสสู้กับแฮมเล็ตด้วยดาบอาบยาพิษ บาดเจ็บใกล้ตายด้วยกันทั้งคู่ แต่กลายเป็นว่าท่านแม่เกอร์ทรูดตายก่อนคนแรกเพราะดื่มยาพิษในถ้วยเหล้าที่ท่านลุงคลอเดียสตั้งใจจะให้หลานดื่ม (หลานเจือกไม่ดื่ม แม่ซวยเลย)แฮมเล็ตเลยฆ่าคลอเดียส แล้วก็ตายตกไปตามกัน

สุดท้ายเดนมาร์กตกเป็นของใคร? มีเจ้าชายจากนอร์เวย์เป็นตาอยู่คว้าไปค่ะพระบิดาถูกสังหารต้องการจะแก้แค้นเช่นกัน สรุปว่าในเรื่องจึงมีลูกกำพร้าพ่ออยู่สี่คน หนึ่งคนเป็นผู้หญิงที่เลือกจบชีวิตตัวเองเป็นทางออก ที่เหลือสามคนเลือกที่จะแก้แค้นด้วยวิธีที่ต่างกันไป (พอเถอะ เรื่องมันยาววว)

*

Mother, You Have My Father Much Offended.

กลับมาที่หนังจีน The Banquet ต่อ จะว่าไปมันก็เป็น Hamlet ที่ทำศัลยกรรมไปมากอยู่นะคะ ทั้งนี้ฉันว่าส่วนหนึ่งเพราะได้ Zhang Zi Yi มารับบทฮองเฮาผู้ทะเยอทะยาน (หรือตามบทก็คือเกอร์ทรูด) เธอดูเด็กเกินไปค่ะ แม้ว่าจะปรับบทให้ฮองเฮาเป็นแม่เลี้ยงวัยรุ่น กิ๊กกับองค์ชายด้วยอายุที่ใกล้เคียงกัน (ซึ่งได้อารมณ์บูเช็กเทียนตอนเป็นพระสนมก่อนจะเก็บอำนาจจนได้มาเป็นฮ่องเต้หญิงคนเดียวของจีน คาดว่าคนเขียนบทคงเอาประวัติศาสตร์ส่วนนั้นมาเล่น)

อ่านข่าวมาว่าตอนแรกบทนี้จะเป็น Gong Li อ๊างงงงงง....เอากงลี่ของหนูคืนมา - -" อ่านต่อไปอีกเขาว่าอีกคนที่อาจจะได้เล่นคือจางมั่นอวี้ อ๊างงงง....เอาน้าแม๊กกี้มาก็ด้ายยย - -"

แต่ดันไม่ว่างทั้งคู่ กรรมของคนดูเลยได้ดูน้องจางฯโป๊เปลือย(ด้วยสะแตนอิน)แทนเลย

เนื่องจากเขาว่ามันมีพื้นฐานมาจาก Hamlet เลยขอมองและวิจารณ์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตรงนั้นก่อนแล้วกันนะคะ

หนังหยิบบทละครมาตีความใหม่ เลือกที่จะเอา 'ความรัก' เป็นแกน (ในขณะที่ในบทละคร ใช้ความตายเป็นแกน หรืออีกนัยหนึ่งคือการดับสูญของสรรพสิ่ง) เกอร์ทรูดกลายเป็นฮองเฮาที่รักตัวเองและรักในอำนาจ ตรงข้ามกับโอฟิเลียที่เป็นสาวน้อยใสซื่อเชื่อมั่นในรักเดียว คลอเดียสกลายเป็นฆาตกรที่ทำเพราะความรัก ตัณหากลับและความอยากเป็นใหญ่ในแผ่นดินและแฮมเล็ตก็กลายเป็นพระเอกผู้ทุกข์ทนกับความรักมากกว่าความแค้น

คิดว่ามีสัญลักษณ์บางอย่างที่หยิบของต้นฉบับมาดัดแปลงด้วยเช่นหมวกเกราะของท่านพ่อแทนวิญญาณและเลือดล้างเลือด ดาบสั้นอาจจะกล้อมแกล้มแทนกะโหลกของยอริคได้มั้ง (Yorickเป็นชื่อของตลกหลวงในรัชกาลก่อน ฉากที่แฮมเล็ตกับฮอเรชิโอขุดเจอกะโหลกของยอริคและซากศพในสุสานเป็นหนึ่งในฉากเด่นของ Hamlet ที่ขายไอเดียประมาณ 'ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง' ของเชคสเปียร์ ไม่ว่าใคร ตายแล้วก็เป็นศพเหมือนกัน)ซึ่งในหนัง สารเปลี่ยนเป็นเรื่องของกรรมดาบนั้นคืนสนอง

ฉากที่ขันทีสั่งให้ 'ล้างสะพาน' เห็นว่าแม่น้ำทั้งสายเปื้อนไปด้วยเลือด สื่อถึงสภาพของบ้านเมืองในยุคนั้นว่านองเลือดแค่ไหน ตรงกับที่ฮ่องเต้คลอเดียสบอกให้ทาสีเพดานในท้องพระโรงใหม่เป็นสีแดง เพราะไม่มีชนชาติใดที่ไม่ได้มาด้วยเลือด

ฉากที่ทหารบุกเข้าไปในโรงเรียนเพื่อฆ่าองค์ชายแฮมเล็ต แต่ศิลปินคนอื่นๆก็เต้นระบำโดนลูกหลงจนตายเรียบ จะว่าขำก็ขำ จะว่าดีก็ดี มันคงสื่อถึงการปะทะกันของการเต้นรำและการต่อสู้ ทหารสวมเกราะดำ ศิลปินใส่ชุดกงเต๊กสีขาว แต่ฉันว่ามันพยายามมากไปหน่อยจนดูไม่กินใจ สู้ฉากเขียนอักษรต้านธนูใน Hero ไม่ได้เลย

หนังเล่นกับหน้ากากนักแสดงอยู่หลายหน มากเกินไปหน่อยสำหรับฉัน

ที่ฉันว่า The Banquet ขาดไปอีกอย่างคือความซับซ้อนในการกระทำของตัวละคร ธีมหลักอีกอันของ Hamlet คือการลีลาลังเลยักแย่ยักยันอยู่นั่นแหละ (Uncertainty, Complexity of Action)หรือเขาอาจจะนำเสนอออกมาแล้วแต่ฉันเผลอหลับไประหว่างดูก็เป็นได้นะ เอิ๊ก ฮ่องเต้คลอเดียสได้ลองใจฮองเฮาเกอร์ทรูดอยู่หลายครั้งว่าจะเลือกแฮมเลตหรือเลือกอำนาจ ซึ่งแม้ฮองเฮาจะยืนยันมั่นเหมาะไปว่าเลือกอย่างหลัง แต่ท่าทีชัดเจนว่าแอบเสียดายอย่างแรก ถ้าฮ่องเต้คลอเดียสไม่ได้รักฮองเฮาจริงๆคงฟันแล้วทิ้งไปนานแล้วล่ะ (พิสูจน์รักแท้ได้อีกครั้งในฉากจบ) ตรงนี้ละมั้งที่ทำให้ดูแปลกๆ เหมือนจงใจให้เห็นเลยว่าคลอเดียสเวอร์ชั่นนี้โหดแต่ไม่เหี้ยมพอ

แม่นางโอฟิเลียในหนังไม่ได้ฆ่าตัวตายด้วยความสิ้นหวังหรือเป็นบ้า แต่ตายด้วยความรักและพิสูจน์รักด้วยความตาย กระทำการกึ่งๆจะเป็น 'คามิคาเซ่'(สละชีพเพื่อองค์ชายสุดชีวิตฮ่ะ) โอฟิเลียเปี๊ยนไป๋

ภาพสวยแต่ไม่ฝังใจ อลังการงานตู้ม คอสตูมสวยงาม (ที่ฉันว่าเหมือนจงใจประกาศให้ชาวโลกรับรู้โดยทั่วกันว่าชุดฮันบกของเกาหลีและสไตล์แต่งหน้าเกอิชาแบบญี่ปุ่นอะไรนี่น่ะ มีที่มาจากจีนนะยะ กระทั่งกีฬาโปโลจีนก็มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบแระ ฮา) งานออกแบบท่าต่อสู้ก็ดีแบบครึ่งๆกลางๆ การแสดงถูกจัดให้ดูเป็นละครเวทีโรงใหญ่

ส่วนเรื่องดนตรีประกอบ อืมม์ อ่า เอ่อม ฉันว่าเหมือนเป็นญาติกับ Vangelis ยังไงๆอยู่นะ แต่เพลงตอนจบที่มีผู้หญิงร้องน่ะไม่เข้าท่าเลย ทำให้หนังดูโคตรจะ cliche

สรุปว่ากลางๆ ค่อนไปทาง...เฉยๆถึงติดลบ ซึ่งมันจะดีกว่านี้แหงๆเลยถ้าได้กงลี่มาเป็นฮองเฮาเกอร์ทรูด เอิ๊ก เอวังโดยประการฉะนี้

*

Alas! Poor Yorick!

รูปคอสเพลย์ไว้ลงเอ็นทรีหน้านะคะXDThe Banquet มันค้างๆอยู่ในหัว อยากพิมพ์ๆให้จบมันจะได้โล่งๆง่ะ

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
สุดท้ายก็ไม่ได้ดูหรอก ไม่ว่าจะหนังไทย จีน ฝรั่ง ฮื้อฮือ แต่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวนี้เริ่มปลงๆ

อ่านไปอ่านมา พอ.ว่า สกบร รีวิวแฮมเล็ตเยอะกว่านะ ไนนๆก็ไหน วันหน้ารีวิวเต็มๆเวอร์ชึ่นเลยนะ เค้าชอบอ่าน เอิ๊กๆ

นึกๆ ภาพตาม พอ.ขอยกธงเชียร์น้าแม๊กกี้นะ ชอบมากกว่าป้าๆน้าๆคนอื่น อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป เพราะไม่เห็นป้ามาหลายเพลาละ

ปล.ฮอเรชิโอ มีตัวละครนี้ในโรเมโอ&จูเลียตมะคะ (แต่ที่แน่ๆ มีใน CSI:Miami *โดดหลบลูกถีบอาร์เธน่า*)
#1  by  พอออ (210.86.221.160) At 2006-11-15 01:37, 
^
ตอบพอ. Romeo&Juliet ไม่มี Horatio ล่ะ มีแต่ใน csi : miami (อ่อๆ มี Horatio Hornblower อีกเรื่องนึง ที่เพ่ลานซลอตนำแสดง เอิ๊ก) ใน R&J มีแต่เมอร์คิวชิโอที่แรดแตกในเวอร์ชั่นน้าบาซ เลอห์รแมนค่ะ

#2  by  vendetta At 2006-11-15 01:43, 
หมั่นไส้จางซิยี่มากค่ะ
ไม่เข้าใจว่าทำไมหล่อนมักได้รับบทเป็นคนสวยอยู่เรื่อย...

แต่หนูโอฟีเลียเวอร์ชั่นนี้น่ารักนะ
อ่านมาจากไบโอ ว่ากันว่าในขณะที่ทีมงานต้องประโคมคอสตูมและประทินโฉมให้จางซิยี่ดูยิ่งใหญ่อลังการสมกับบท น้องโอฟีเลียแค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็ทรงพลังมากพอแล้ว
#3  by  Sunday Syndrome At 2006-11-15 01:49, 
ดู ๆ หาว ๆ ล่ะ
ภาพมันสวยก็จริง แต่เยอะไปก็เซ็งบูดเหมือนกันนา
#4  by  BeeJang At 2006-11-15 10:09, 
อ่า ชอบรีวิววันนี้
เรื่องนี้ไม่คิดอยากดูอยู่แล้วอ่ะ งั้นๆมาก
ส่วนกงลี่รอดูเรื่องต่อไปของจางยี่โหม่ว ท่าจะอลังการณ์ดาวล้านดวง (แต่แอบคิดว่าพล๊อตมันจะดีมั้ยหว่า ดูจะรักๆฆ่าแกงอีกล่ะ)

แม่นางที่เล่นเป็นโอฟีเลียนี่เค้าดังมากนา แรกๆดังจากหนังจีนชุด ตอนนี้ขยายตลาดมั้ง ถ้าในจีนกะฮ่องกงเราว่าเจ้แกดังกว่าจางจื่อยีอีก
เบื่อหนูจางเหมือนกัน ไปไหนมาไหนก็เจอ ไม่ได้สวยเด่นไรขนาดนั้น ฝีมือก็งั้นๆ - -'
#5  by  Asplera At 2006-11-15 10:10, 
ตอนจบเดินลงบันไดโรงหนัง ได้ยินแต่เสียงพึมพำว่า "ตกลงใครฆ่าวะ" เต็มไปหมด

แล้ว ตกลงใครฆ่าวะน้อง...?

แอบชอบคู่หมั้นพระเอก เธอเอ๋อได้ใจดีเหลือเกิน..
#6  by  Ren (124.120.70.65) At 2006-11-15 12:59, 

แอบหลับเป็นพักๆ ครับ
เลยดูเละเทะไปเลย ไม่รู้เรื่องมากๆ
จางซิยี่ใน House of Flying daggers ยังสวยอยู่นะครับ
แต่เรื่องนี้ คู่หมั้นแดเนียล วู สวยกว่าเยอะ
#7  by  AkE At 2006-11-15 15:13, 
แนวนี้ไม่เคยได้ผ่านตาเลย
#8  by  นายฉิม At 2006-11-15 15:42, 
ยังไม่ได้ดูค่ะพี่ (และคงไม่ได้ดูแระ ต้องรอแผ่นออกกันต่อไป) ยังไงก็ไม่มันเท่าฮีโร่ชิมิเคอะ
ปล.ชอบจางมว่านอวี้มวากกั่ว(อะอ่านยากได้อีกกกก)
#9  by  จด.*จรุ๊ฟส์* At 2006-11-15 23:52, 
อ่านแล้วกังขาเป็นหนักหนาน้องสาวว่าในหนังค้าใช้ชื่อตัวละครในแฮมเล็ตเรยรือ? เกริ๊บ แอบสะดุดลุงฮอเรโช่เหมอืนกัน เอ้กก มีที่มาจากนี่เองเร้อะ?

คิดถึง พอออมากมาย
#10  by  reafre At 2006-11-17 19:23, 
นั่นสิ สรุปใครฆ่าง่ะ คือก็พอเข้าใจนะว่าอยากให้คิดเอาเอง แต่ก็คาใจอยู่ดีนั่นแหละ ใครก็ได้ช่วยบอกที
#11  by  งง (124.157.229.2) At 2006-12-17 04:00, 
#12  by   (196.203.183.224 /196.203.183.224) At 2007-03-10 22:14, 
ไม่ค่อยชอบ The Banquet เท่าไหร่เหมือนกันค่ะ

มีความพยายามจะเป็นหนังอาร์ตอย่างมากถึงมากที่สุด แต่ดูเป็นอาร์ตเพื่อชิงออสการ์ยังไงก็ไม่รู้ ทุกอย่างมันดูมีความพยายามที่มากเกินไป อลังเกินไป สวยเกินไป คำพูดคมๆ ที่ยัดเยียดจนกลายเป็นอิหลักอิเหลื่อ แถมใช้เทคนิคสโลว์โมชั่นพร่ำเพรื่อกับตัวละครแทบจะทุกตัวทุกฉาก แม้แต่บทรองๆ ที่ไม่ค่อยมีความสำคัญ ทำให้รู้สึกว่าพอถึงจุดไคล์แมกซ์ มันราบเรียบเกินไปและอารมณ์มันไม่ถึง

แอบสมน้ำหน้าที่พระเอกตายด้วย แม้ว่าจะหล่อ 555
#13  by  พี่กุ้ง (203.146.145.186) At 2007-03-13 15:08, 
อื้มมมอิอิ เทอตลกดีจัง ไอ้เรื่อง Banquetไม่รู้ว่าชอบไม่ชอบแต่ชอบคนเขียนบล๊อกอ่ะตลก ดี อิอิ
#14  by  Original of anything, Gadgets At 2007-05-04 18:50, 
อื้มมมอิอิ เทอตลกดีจัง ไอ้เรื่อง Banquetไม่รู้ว่าชอบไม่ชอบแต่ชอบคนเขียนบล๊อกอ่ะตลก ดี อิอิ
#15  by  Original of anything, Gadgets At 2007-05-04 18:53, 
#16  by   (89.82.219.173) At 2007-07-18 18:22, 

<< Home