INFAMOUS INTRO
สงสัยว่าบ้านจะอยู่หลังเม้าท์ดูม กว่าจะได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ก็เมื่อผ่านไปหลายสัปดาห์เศษ - -" (ประเด็นที่หนึ่งคือดิฉันออกสตาร์ทช้าเองแหละฮ่ะ กว่าจะไปเสาะหาที่ร้าน มันก็ไม่ได้อยู่หน้าแผงแล้วอ่ะ แถมยังคาดว่าตอนที่ไปถามหา Pluto นั้นเป็นช่วงใกล้ๆกับที่ทางการท่านประกาศลดขั้นดาวเคราะห์พลูโตพอดี...พอเสนอหน้าถามพี่คนขายว่า "พี่ๆ มีเรื่อง Pluto มั้ย" แกเลยมองกลับมาด้วยสายตาว่างเปล่า...เออ ตรูผิดเอ๊ง)
และกว่าจะเขียนเอ็นทีนี้เสร็จก็นานโขอยู่ ^^"

แค่เห็นหน้านิ่วคิ้วขมวดของพระเอกบนหน้าปกก็เหมือนจะรู้สึกว่ามันต้องไม่ธรรมดา ก็ Pluto น่ะเจ้าของเดียวกับ Monster และ 20th Century Boys เชียวนะ Urasawa Naoki เขียนเรื่องบ้านๆเป็นซะที่ไหน?! (ก็แอบเป็น...Yawara! ออกจะน่ารัก)

Pluto เกี่ยวกับอะไร อธิบายไม่ค่อยถูก ตัวละครหลักๆในเรื่องนั้นเอามาจากการ์ตูนเก๊าเก่าเรื่องเจ้าหนูปรมาณู Astro Boy ในเวอร์ชั่นฝรั่ง เจ้าหนูอะตอมตาใสปิ๊ง ผมเรียบแปล้นั่นแหละๆ แต่เป็นการหยิบเอาตัวละครรองที่ชื่อเกซิกต์มาเป็นตัวเด่นดำเนินเรื่องแทน แล้วลองจับอะตอมไปเป็นนักแสดงสมทบ แถมยังสร้างบรรยากาศของท้องเรื่องที่ต่างออกไปจากต้นฉบับด้วย เอ้อว...
เอาเป็นว่า Pluto เป็นการ์ตูนแนวไซไฟ-ทริลเลอร์อารมณ์จริงจังในอารมณ์เดียวกับ Monster เด๊ะๆ (เวียนว่ายตายเกิดอยู่แถวๆเยอรมันเหมือนกันอีก สงสัยน้าคนเขียนแกมีกิ๊กเก่าอยู่ที่โน่น) ว่าด้วยสังคมหุ่นยนต์กับมนุษย์อยู่ร่วมกัน เกิดคดีฆาตกรรมหุ่นยนต์ ปมปริศนาสุดอะเม้ซิ่ง ตลอดจนถึงความปั่นป่วนในจิตใจของคาแรกเตอร์แต่ละตัว
เรียกได้ว่า Pluto เป็นพี่น้องคลานตามกันมาของ Monster น่าจะพอได้

(ขอคอนเฟิร์มอีกเสียงว่าอะตอมคุงเวอร์ชั่นนี้ก็น่ารักม้ากมาก) ก็นั่นแหละค่ะ แล้วมันจะเป็นยังไงต่อไปก็ไม่รู้ เนื่องจากเกิดไม่ทัน ไม่ได้ติดตามและไม่ได้รู้เรื่องราวของเจ้าหนูอะตอมแบบละเอียดๆมาก่อนเลยทำให้อ่าน Pluto สนุกมากๆก็เป็นได้ อ่านเล่มแรกจบแล้วแม้....มันช่างค้างคา
ดังนั้นถ้ายังไม่ได้อ่าน บ้านอยู่หลังเม้าท์ดูมไม่รู้เรื่องอะไรกะเค้าเล้ยยย...เหมือนอิชั้น ก็ขอแนะนำค่ะ แบบว่ามันต้องพิสูจน์
*
TIRING TIDBITS
SPOILER! สะปอยเลอร์!
เหมาะสำหรับผู้ที่อ่านแล้วเท่านั้น (แต่จะพยายามเลี่ยงไม่ให้โดนสุดสำคัญ)
อ่านเล่มแรกจบแล้วพายุในสมองก็ผลักกันนัวเนียอย่างตอนนี้ก็ชักอยากจะรู้จัก universe ของเจ้าหนูอะตอมขึ้นมามั่งแล้วล่ะ
I, Robot

ในเมื่อมันเป็นสังคมมนุษย์-หุ่นยนต์ เราก็เลยต้องนึกถึงเรื่องนี้อย่างช่วยไม่ได้ ว่ากันว่า กฎเหล็กสามประการสำหรับหุ่นยนต์ (Three Laws of Robotics) ที่อาซิมอฟคิดค้นขึ้นกลายมาเป็นรากฐานให้กับนิยายเครื่องจักร-หุ่นยนต์มีชีวิตแทบทุกเรื่องบนโลก
กฎสามข้อที่มีประมาณว่า :
1. ห้ามทำร้ายมนุษย์ หรือทำให้มนุษย์ได้รับอันตราย
2. ต้องเชื่อฟังคำสั่งมนุษย์ ยกเว้นในกรณีที่คำสั่งนั้นขัดกับกฎข้อแรก
3. ต้องป้องกันตัวเอง ตราบเท่าที่การป้องกันตัวนั้นไม่ขัดกับกฎข้อแรกและข้อสอง
Pluto อาจจะไม่ได้ใช้ทฤษฎีนี้อย่างเป็นแบบแผน แต่คาดว่ามีแนวคิดและกฎสำหรับหุ่นยนต์ทั่วไปที่ไม่ต่างจากนี้เท่าไหร่ อย่างหุ่นยนต์ตำรวจไม่ได้รับอนุญาตให้ฆ่าคน หุ่นยนต์ตัวหนึ่งติดคุก (ที่สภาพชวนให้นึกถึงฮันนิบาล เลคเตอร์ยังไงก็ไม่รู้จิ ^^") เพราะฆ่าคนตาย หรืออีกตัวหนึ่งเป็นหุ่นยนต์สังหารที่ฆ่าพวกเดียวกันไปมากมายในสงคราม
The Moon isa Harsh Mistress

North No.2 บอกว่า "ก่อนมาที่นี่ ผมได้ชมภาพยนตร์เรื่อง 'ดวงจันทร์คือราชินีแห่งความมืดผู้เหี้ยมโหด'"
ไม่รู้อะไรทำให้คิดเอาว่าคงจะหมายถึงเรื่อง The Moon is a Harsh Mistress ของโรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์แน่ๆเลย เรื่องนี้เป็นนิยายไซไฟเขียนขึ้นในปี 1966 ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามเย็นยังยืดเยื้อ โลกมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หนังสือเรื่องนี้จินตนาการถึงการตั้งอาณานิคมบนดวงจันทร์ และการลุกขึ้นเรียกร้องอิสรภาพของชาว "ลูนี่ย์"โดยมีตัวตั้งตัวตีเป็นพระเอกแขนเดี้ยงเป็นจักรกลไปข้างหนึ่งกับคอมพิวเตอร์ที่มีการพัฒนาอารมณ์ขันแบบมนุษย์
เรื่องนี้ได้รางวัลด้วย ก็ถือว่าค่อนข้างดังเชียวแหละแต่ดูเหมือนคอไซไฟฯส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ส่วนฉันเอง ได้อ่านละก็แอบชอบมากอยู่ค่ะ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นไซไฟฯการเมืองการสังคมมากกว่า (ฉันอ่านตรงส่วนที่เป็นไซไฟฯไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่หรอก มันอธิบายหลักการสมการอะไรก็ไม่รู้ เราไม่อยากจะเข้าจายยย...ฮา)
อย่างไรก็ตาม The Moon is a Harsh Mistress ยังไม่เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ (นะ เข้าใจว่า) ถ้ามีการสร้างจริงๆ ท่เซอร์ดันแคนคงได้เป็นผู้ประพันธ์เพลงอย่างที่ North No.2 ว่าไว้ อิอิ
Tenma
อันนี้ขำๆ เสิร์ชๆไปเสิร์ชๆมาก็เลยพบว่า คนที่สร้างเจ้าหนูอะตอมขึ้นมาชื่อดร.เท็นมะ
อืมม์...อาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่โยฮันหนีไป ด๊อกเตอร์ก็เลยเอาบันทึกของน้าเคนจิไปแอบสร้างอะตอมเป็นหุ่นกู้โลก
(...เอาเข้าไป...)
*