[review] ละครนิเทศจุฬา - เทพนิยำ ทำไปด้าย...
posted on 11 Sep 2006 04:10 by vendetta in WryWritingมาอัพแบบรีบๆเพราะกลัวไปนอนตื่นนึงแล้วลืมหมดว่าอยากเขียนอะไร นัยว่าจขบ.เป็นไข้ค่ะ หนึบๆว่าหลายวันละ ขนาดแรงจะหยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่ายบัตรกะสูจิบัตรยังไม่มี - -" อะไรจะปานน้าน....
งานนี้ไปดูเพราะได้รับการสนับสนุนบัตรอย่างเป็นทางการจากน้องสาวเอลฟ์ (นามสมมติ ไม่ได้แปลว่าน้องสาวของเอลฟ์ แต่เป็นสาวเอลฟ์ พี่ของเอลฟ์สาว วุ้ย พิมพ์แล้นงงจะแย่เลยเนาะ XD เอนี่เวย์ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้โลดจ๊ะ) ส่งทีเซอร์ในยูตูบมาโฆษณา ชื่อเรื่อง "เทพนิยำ" ท่าจะเกี่ยวกับ fairytaleเพราะเห็นน้องซินฯ น้องโนว์ฯ และแม่มดไหนๆก็ไหนๆ ก็เลยไปดูซะ
*
CAUTION
- เนื่องจากละครเวทีคณะนิเทศฯ จุฬาฯที่ดูวันนี้เป็นรอบสุดท้ายแล้ว เราจึงจะขอสับแหลก สปอย'บ้านแตกเลยทีเดียว (เพราะถ้าได้ดูก็คือได้ดู ไม่ได้ไปดู...ก็หาดูไม่ได้ละฮ่ะ)
- เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้ชมจำนวนหนึ่ง-สองคนเท่าน้าน...และหามีอคติอันใดไม่
*
OVERVIEW
"เทพนิยำ" โฆษณาคร่าวๆเอาไว้ว่าเป็นการนำเทพนิยายมายำ ซึ่งก็คือนิทานบ้านๆสองเรื่อง ซินเดอเรลล่ากับสโนว์ไวท์ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ยำซะทีเดียวตามชื่อหรอกนะคะ เพราะมันเป็นกึ่งๆนิทานซ้อนนิทานอีกที แต่นอกจากสองเรื่องดังกล่าวข้างต้นแล้ว ต้องแอบจกไอเดียมาจากวรรณกรรมเรื่อง The Neverending Story ด้วยแน่ๆ แม้จะไม่มีการให้เครดิตกันก็ตาม (เพราะถือว่า 'ได้แรงบันดาลใจ' ไม่ได้ลอกเค้ามาใช่มั้ยล่า...เอิ๊ก ถ้าใส่ไปในสูจิบัตรอาจทำให้ละครจืดลงละมั้ง)
เริ่มจากว่ามีพระเอกอารมณ์สุดยอดมนุษย์เนิร์ดแบบ....แทบจะ caricature (มันแปลเป็นไทยว่าอะไร? ตัวตลกฮาปลิ้นเสียจริตขั้นรุนแรงละมั้ง) พระเอกอยากเป็นนักเขียนนิทาน นัยว่าอยากรวยแข่งกะป้าเจเคกำลังพายละมั้ง แต่ความเห่ยและความมั่นมันไม่เข้าใครออกใครแต่งขึ้นมาแล้วก็หาตอนจบไม่ได้ ก็เลยไปลงเอยที่ห้องสมุดไปเจอชายลึกลับผู้ยื่นหนังสือนิทานให้เล่มนึงที่จะพาคุณหลุดเข้าสู่โลกนิทาน ที่ที่สโนว์ไวท์กับซินเดอเรลล่ากำลังเช็คเรตติ้งแข่งกันอยู่ว่าเรื่องของใครจะดังกว่ากัน
เมื่อหาข้อสรุปไม่ได้ และเมื่อมีมนุษย์โลกหลุดเข้ามา ก็เกิดไอเดียบรรเจิดว่าควรจะปรับเปลี่ยนการเล่านิทานซะใหม่ให้ซาบซ่ากว่าเดิมเผื่อเรตติ้งจะดีขึ้น ในขณะเดียวกันผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำของพระเอกในการพยายามไปวุ่นวายกับนิทานก็ได้ย้อนกลับมาทำให้พระเอกรู้ซึ้งถึงสัตว์จะทำ เอ๊ย สัจธรรมอันเป็นแก่นของละครเวทีเรื่องนี้(รายละเอียดจะขอพิมพฺด้านล่างในส่วนของธีมก็แล้วกัน)
*
PERFORMANCE, DANCE AND MUSIC
ขอหยิบส่วนที่ดีที่สุดขึ้นมาก่อน การเต้นดูจะเป็นจุดที่แข็งที่สุดของคณะนี้ชนิดว่าโค่นแชมป์ได้ยาก (ฮา) คิวเต้นมืออาชีพสุดริดเลยฮ่ะ ดนตรีประกอบเยี่ยม(อ่ะแฮ้ม นอกจากหยิบธีมของหนังเรื่อง Finding Neverland มาใช้...แบบไม่ได้ใส่ reference ท้ายสูจิบัตรยังแอบเอาเพลงคลาสสิกมาใส่เนื้อด้วยใช่มั้ยน่ะ เหมือนได้ยินแว่วๆ อันแรกนี่ โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นการกระทำที่ไม่ค่อยน่ารัก เหมือนๆละครทีวีเพื่อใครวะในสมัยนี้ แต่ก็แค่ความเห็นส่วนตัวอ่ะนะ ส่วนอันหลังนี่เจ๋งดีจ๊ะ)
เนื้อเพลงก็จัดว่าดีถึงดีมาก ไม่ได้ฟังได้ถนัดชัดเจนทุกเพลงแต่โดยรวมก็เยี่ยม เทียบกับMoulin Rouge ละครถาปัดฯที่ผ่านมาซึ่งก็เป็นละครเพลงผสมเต้นเหมือนกัน นิเทดฯเจ๋งกว่าเห็นๆค่ะ (เด็กถาปัดอย่าเคืองนาก็ปีนี้เดินทางผิดอ้ะ เอิ๊ก)
ในส่วนของการแสดง อืมม์ ดีเป็นพักๆ o.O' ฉันชอบคนที่แสดงเป็นแม่มดแล้วก็อนาสตาเซีย (พี่สาวนางซิน) ค่ะ รู้สึกว่าฉาวๆทั้งสองนาย(?)เป็นคนมีมุขโดยธรรมชาติ ฮา รู้สึกว่าทุกคนจะเล่นคิวร้องกับเต้นได้ดีกว่าคิวแสดงล่ะค่ะ และจะผิดไหมถ้าฉันว่าแอ๊คติ้งของ Mrs.ตัวประกอบ (เค้าชื่อนี้จริงๆนะ เอิ๊ก) ออกจะล้นๆจนเกินไป ฉันรำคาญการแหกเสียงจนฟังดูแล้วเหมือนคนพูดไม่ชัดของคุณ Mrs.ตัวประกอบและโดบี้มากเลย(เข้าใจว่าผู้หญิงเวลาต้องตะเบ็งเสียงพูดมันจะแหลมๆไม่ค่อยน่าฟังอยู่แล้วแหละ แต่...ไม่รู้ดิคะ นักแสดงตลกบนเวทีต้องเสียงดังโหวกเหวก แต่ลิ้นไก่ยาวพูดจาชัดถ้อยชัดคำได้นี่นา)
ถูกใจ- คนแต่งเก่งม้ากทั้งฮิปฮอปนางซิน และหมอลำสโนว์ไวท์ (ชอบแหล่ไฮ-โฮของคนแคระทั้งเจ็ดจริงๆ) รวมทั้งโหมดดราม่าที่ตัดสลับไปมาเอาเพลงสองเพลงของนิทานสองเรื่องมาเชื่อมเป็นเพลงเดียวกันได้แบบเนียนๆ สาวๆแด๊นเซอร์เต้นได้ประหนึ่งองค์บียอนเซ่ประทับร่าง
ไม่โปรด - อยากเห็นละครเพลงจริงๆที่นักแสดงร้องเองไปเลยมากกว่าเปิดเทปเตี๊ยมไว้ก่อนแล้ว คือ...อยากให้ร้องสดมีพลังดังกว่านี้และเสียงร้องในเทปเบากว่านี้มากกว่าแต่ก็พอจะเข้าใจว่าอาจจะด้วยเหตุจำเป็นบางประการ
*
PLOT,JOKES ANDTHEMES
หยิบมาเล่นน้อยไปค่ะ แค่สโนว์ไวท์กับซินเดอเรลล่า ซึ่งถ้าทำการหาข้อมูลมาบ้าง ก็จะพบว่าอาเจ๊ทั้งสองไม่เห็นต้องเถียงกันให้เหนื่อยเลยจ๊ะ ซินเดอเรลล่าดังกว่า ชนะแบบขาดลอยสุดๆไปเลยล่ะจ๊ะไม่ว่าจะในรูปแบบของนิทานพื้นบ้านให้เด็กๆฟัง-อ่านหรือว่าจะแปลงไปใช้ชื่ออื่นแล้วก็ตาม ก็ไอ้พล็อตปั้นดินให้เป็นดาวทั้งหลายเนี่ย มาจากเรื่องซินเดอเรลล่าทั้งนั้นแหละฮ่ะ (แต่สงสัยในเรื่องท่าจะเถียงกันในฐานะเจ้าหญิงของดิสนีย์นะ - -"*คนดูกลุ้มใจ* ถ้าเป็นอย่างนั้น เนื้อแท้ของนางซินฯก็ไม่ควรห้าวถึกแบบนี้ แรงๆอย่างนั้นนั่นมันสไตล์แม่นางเบลล์มากกว่ามั้งตัว อ้อ ถ้าพูดถึงความดังก็อาจต้องส่งเบลล์แห่ง Beauty and the Beast เข้าประกวดด้วยอีกหนึ่งถึงจะรุ่งค่ะ)
สิ่งที่พระเอกได้เรียนรู้คือการไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็น "ตัวตน" เดิมในนิทาน เหมือนอะไรดีๆก็พึงอนุรักษ์ (ถ้าเทียบกับ fanfic ก็คือการอย่าเปลี่ยนสันดานตัวละครตามใจชอบ) แต่ประเด็นก็คือนิทานทั้งสองเรื่องที่หยิบมาเล่นนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าต้นฉบับใครเป็นคนเขียนและหน้าตาเป็นอย่างไร รับรู้กันบ้างหรือเปล่าว่าพล็อตแบบซินเดอเรลล่ามีมาตั้งพันกว่าปีแล้ว ดังนั้นจะทราบได้อย่างไรว่าอะไรคือออริจินัล ในละครเรื่องนี้ ดูเหมือนทีมเขียนบทจะจงใจให้สโนว์ไวท์และซินเดอเรลล่าเป็นกรรมสิทธิ์ของวอลท์ ดิสนีย์ไปซะแล้ว Y__Y ไม่ได้บอกว่าวอลท์ ดิสนีย์ไม่ดี แต่เขาก็แค่นักเล่านิทานคนหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าของเรื่องซะหน่อย (โว้ย)
เศร้าเลย อย่าสักแต่เขียนเอามันส์แต่มั่วซั่วดิคะแล้วไอ้ที่เขียนเอาเพลินเนี่ยก็ใช่ว่าลงตัวอีกนะ
นิทานมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาและสถานที่ (เช่นนางซินฯของไทยก็ต้องเป็นเรื่องปลาบู่ทอง เจ้าเงาะกับรจนาคือ Beauty and the Beast ตัวอย่างที่ยกมาต่างก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว อย่างแม่เอื้อยชีวิตบัดซบยิ่งกว่านางซินตัวจริงซะอีก) มันเกิดจากการเล่าต่อๆกันปากต่อปาก ดังนั้นถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัย จับสโนว์ไวท์มาหมอลำมันเสียหายตรงไหน? ทำไมเรตติ้งถึงตกล่ะในเมื่อมันคือความสดใหม่ การนำเสนอความ"แนว" ออกจะเป็นหัวใจของยุคโพสต์-โมเดิร์นแบบ "เอาเธอมาถีบ" นี่นา มันเจ๋งดีออก
ดังนั้นสิ่งที่ละครนำเสนอก็เลยตรงกันข้ามกับความรู้สึกของคนดูอย่างสิ้นเชิง
theme ในนิทานเป็นสิ่งที่หยิบมารีไซเคิล ดัดแปลงได้ตามยุคสมัย และการที่จะทำให้นิทานคงอยู่ (แบบส่งทอดความรู้) ก็คือการเล่ามันไปในรูปแบบต่างๆเช่น ต่อให้เปลี่ยนหน้าตาเสื้อผ้านางซินฯไปเป็นเกอิชา ลองวิเคราะห์หรือดีไซน์นิสัยตัวละครขึ้นมาใหม่ แต่แก่นของซินเดอเรลล่าก็จะยังทำให้อาเจ๊ซายูริ ณ สำนักเกอิชาเป็นนางซินเวอร์ชั่นหนึ่งอยู่ดี
พระเอกอยากสร้างนิทานสักเรื่องที่จะอยู่ในความทรงจำของคนอ่านก็เลยเก็บเล็กผสมน้อย เอาพล็อตนางซินมั่งน้องโนว์มั่งมาเล่น การกระทำนี้ไม่ใช่ของใหม่เลยค่ะ มุขนี้มีคนเอามาเล่นเพียบๆและเกิดกันไปตั้งนานแล้ว เช่นเกรกอรี่มาไกวร์ที่เขียนให้นายพรานเป็นพระเอกของสโนว์ไวท์ในเรื่อง Mirror, Mirror เป็นการหยิบตัวประกอบขึ้นมาเป็นพระเอก เอาเจ้าชายไปเป็นตัวร้ายอยู่ในที เหมือนที่ละครนิเทดฯเรื่องนี้กึ่งๆจะนำเสนออยู่(ก็ถ้าเรื่องนี้จุ๊นเป็นพระเอก เจ้าชายของนางซินกับเจ๊ไวท์ก็เป็น antagonist ดีๆนี่เอง ใช่ป่าวล่ะ)
เพียงแต่การพยายามยำเทพนิยายของพระเอกมันห่วยมาก สำนักพิมพ์ก็เลยไม่พิมพ์ให้ นิทานของพระเอกก็เลยไม่ได้ผุดได้เกิด กระทั่งจะให้มันอยู่ในความทรงจำคนอ่านก็ยังทำไม่ได้ ไอเดียรองอาจจะอยู่ที่ว่า ก่อนหน้านี้พระเอกเป็นคนไม่ยอมรับความจริง มั่นแบบเนิร์ดๆว่ากูเจ๋งกูแน่ จนกระทั่งได้มาเรียนรู้ในโลกแห่งนิทานและยอมรับความจริงในที่สุด
สุดท้ายแล้ว พระเอก(เหมือนจะ)ได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือจินตนาการ จริงใจ ถ้ารักในตัวตนของตัวละครนั้นๆก็ไม่เห็นจะต้องไปเปลี่ยนแปลงไม่เอานิทานของชาวบ้านไปปู้ยี่ปู้ยำเพียงเพื่อประโยชน์สุขส่วนตัว (อะไรทำนองนั้นแหละ)อ่า จู่ๆก็โดดไปเรื่องของอัตลักษณ์ (Identity - ภาษาไทยเขาใช้คำนี้กันใช่มะ?) ซะงั้นน่ะ ^^" ฉันว่าบทพยายามใส่ประเด็นโน่นนี่เข้ามามากจนเกินไป จนจับอะไรไม่ได้แม่นๆเลยสักอย่างเดียว
ถูกใจ - บางมุขก็ดีนะ แต่บางมุขแป้กค่ะ
ไม่โปรด - ตัวบทไม่แน่น ดูแล้วมันไม่completeและไม่เต็มที่อ่ะ ขาดๆเกินๆ (ไม่อยากเปรียบเทียบ แต่ขอนิดนึงละกันให้เห็นภาพ Moulin Rouge ของถาปัดฯพล็อตธรรมดากว่า โดยรวมสนุกน้อยกว่า แต่ก็สมบูรณ์กว่า เทพนิยำมีองค์ประกอบที่เล่นได้เยอะกว่าแต่เลี่ยงไปซะหมด) ตอกย้ำในส่วนที่ไม่จำเป็นต้องตอก เช่น จะเอานางซินกับน้องโนว์มารวมกันให้ได้ แย่งตัวพระเอกไปมาหลายรอบ มุขตลกซ้ำๆที่เล่นแล้วเล่นอีก คนแคระโดบี้-ด๊อบเล่นกันมากไปค่ะ (รู้แล้วว่ารักกัน แต่มันน่าเบื่อนะถ้าเรียกเสียงหัวเราะไม่ได้ทุกครั้ง) ฉากที่เถียงกันหรือยื้อกันไปยื้อกันมา ก็ยื้อจนเยิ่นเย้อ ทั้งที่มันน่าจะกระชับกว่านี้ได้
*
OTHERS
ฉาก - ดี อลังการเหมือนกันแฮะคะ ไม่เสียงแรงที่ตอกกันใต้ถุน (อันนี้เห็นในวีดีโอก่อนแสดง ชีวิตต้องสู้กันมากมาย เอิ๊ก)
เอฟเฟกต์- ได้มาตรฐาน ISO (ใครออกไม่รู้)
คอสตูม - สวยผ่านค่ะ การใช้คอสตูมแบบดิสนีย์สุดแสนจะสะดวกตรงที่ผู้ชมรู้ทันทีว่าใครเป็นใคร เป็นการใช้มีเดียแบบ...เอาเหอะ ลืมศัพท์เทคนิคไปแระ (ยกเว้นชุดฮิปฮอปของนางซินไว้ตัวนะ โอ้วเริ่ดมาได้ตั้งแยะไหงชุดนี้ธรรมดางั้นอ่ะ)
การจัดการ -ปรับปรุงเรื่องเวลากับประสานงานิดนึงค่ะ ถ้ารู้อยู่แล้วว่ารอบสุดท้ายนักแสดงจะต้องลาเวที ซึ่งจะใช้เวลานานกว่าที่ระบุไว้ในบัตร ก็ช่วยทำอะไรเข้าหน่อย กั้นข้างล่าง ประกาศแจ้งให้ทราบ เราจะได้ไปหาที่นั่งรอน่ะ ไม่ใช่ปล่อยให้ยืนออกันหน้าประตูตั้งนานสองนาน - -" ลุงข้างๆป้ายยาหม่องอย่างสนุกสนาน ดิฉันจะเป็นลม (ก็คนมันแพ้ยาหม่อง...)
พิมพ์ตั้งนาน มะหวายแล้น...
*
อ่า เจ้าเมืองกะอานสต้าพี่ๆเขาเป็นคนมีอารมณ์ขันอยุ่แล้วอ้ะค่ะ
หนูว่ามันก็น่าจะทำให้ไม่แป้ก แหะแหะ
แต่พวกเราชาวนิเทศดีใจทุกครั้งนะคะถ้ามีเสียงหัวเราะ
หรือทำให้ผู้ชมหัวเราะได้
ส่วนที่ว่าเพลงคั่นฉาก ก็จำเป็นต้องเลือกจริงๆอ้ะค่ะ เหะเหะ
คำติชมชอบมากๆเลยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ
(หนูเพิ่งเฟรชชี่เอง ยังต้องเรียนรู้อีกยาวไกล~)
#1 By N' Pepper on 2006-09-11 08:19