ประหยัดพลังงานด้วยการรีวิวหนังสือแนวละม้ายๆกันทีเดียวแบบรวบยอด :D เอ็นทรียาวมากๆ รีวิวทีเดียว 7 เล่ม (เอาของเก่ามาหากินทั้งนั้น)
iCAUTION
ไม่ใช่นักวิชาการหรือผรดม. (ผู้รู้ดีม้ากกก) มีสปอยเลอร์บ้างเล็กน้อย
*
iTHINK THEREFORE iAM
7. The Secret Supper : Javier Sierra
แบบว่า : เริ่มจากเล่มที่ห่วยที่สุดก่อน The Secret Supper จะว่าไปก็เป็นการโคลนนิ่ง The Da Vinci Code มาอีกที แต่เป็นโคลนนิ่งที่รับเอาข้อด้อยทั้งหมดมาโดยจะหาข้อดีก็มีไม่ - -" ว่าแดน บราวน์เขียนดา วินชีโค้ดมีรายละเอียดมั่วระยำมั่วสัก 70 เปอร์เซนต์แล้ว เจอเล่มนี้ซะก่อน มันใช้สมองส่วนไหนคิดก็ไม่รู้
เรื่องมีอยู่ว่า : อิตาลียุคเรอเนสซองซ์ พระเอกเป็นนักบวชถูกส่งมาไขปริศนาภาพบนฝาผนังโบสถ์ซานตา มาเรีย เดลเล กราเซีย เค้าหาว่าเลโอนาร์โด ดา วินชีวาดรูปพระกระยาหารมื้อสุดท้ายโดยซ่อนปริศนาเอาไว้ด้วย...แหงๆเลย เพื่อความระทึกหนักขึ้น จึงต้องเกิดฆาตกรรมอำพราง พร้อมปริศนาว่าใครคือผู้สืบเชื้อสายแมรี แมกดาเลน...ตามฟอร์ม
ฉันว่า : ไม่ได้เรื่องเล้ยยย - -" ภาษาก็ไม่สวย เขียนเรื่องไม่สนุก พล็อตไม่น่าติดตาม และแค่บอกว่าลูเครเซีย เครเวลลี่ อีหนูของเจ้าเมืองมิลานเป็นทายาทของแมรี แมกดาเลนก็เป็นเหตุผลที่ไม่น่าเชื่ออยู่แล้ว แถมหลักการสนับสนุนอ่อนมากๆ ใครจะเชื่อวะน่ะ?! คนเขียนบอกว่าคนอิตาลีในยุคนั้นชอบลับสมองประลองปัญญากันเป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้นใครๆก็ไขปริศนาได้ เอ่อม...มันเกินไปมั้งเพ่
อ้อ เค้าว่าเลโอนาร์โดนุ่งขาวห่มขาวไม่ยุ่งเกี่ยวทางโลกด้วยค่ะ หนูไม่เจื้อออ...
6. The Da Vinci Legacy : Lewis Perdue
แบบว่า : เพอร์ดิวเคยลุกขึ้นมาฟ้องร้องแดน บราวน์ว่าก๊อปมุขเค้ามาใช้อย่างหน้าไม่อาย ทั้งจากเรื่อง Da Vinci Legacy แล้วก็จากเรื่อง Daughter of God ด้วย หนังสือเล่มนี้ออกมาตั้งแต่ยี่สิบกว่าปีก่อนแล้วค่ะ ตั้งแต่สมัยที่ Holy Bloody, Holy Grail และทฤษฎีพระเยซูแต่งงานกับทฤษฎีแมรี แมกดาเลนเป็นอะไรมากกว่าที่คุณคิด กำลังโคตรฮิตมากๆ (ดังนั้น บอกอีกเป็นรอบที่ล้านก็ได้ว่าสิ่งที่แดน บราวน์นำเสนอใน Da Vinci Code ไม่ใช่ของใหม่เลยยย - -" พี่บราวน์นี่ไม่ใช่อัจฉริยะแห่งวงการวรรณกรรมยุคใหม่หรอกนะโว้ย) แต่สุดท้าย คดีความก็เงียบไป
เรื่องมีอยู่ว่า : พระเอกคล้ายๆโรเบิร์ต แลงดอนนิดๆแต่เวอร์สนิทกว่าด้วยการจบจาก MIT และเป็นนัก Davincian (ดา วินชีศึกษา - ซึ่งอันที่จริงในแวดวงวิชาเกิน คำว่า Da Vinci ไม่เป็นที่นิยมอย่างแรง เพราะเค้าถือว่ามันไม่ให้เกียรติป๋าอัจฉริยะเอาซะเลย ที 'ราฟาเอล' ล่ะเรียกได้ 'มิเคลันเจโล' ล่ะเรียกเป็น แล้วทำไม 'เลโอนาร์โด' จะต้องเป็นดา วินชีด้วยฟระ บลาๆๆ ต้องเรียก 'เลโอนาร์โด' จึงจะถูก...โดยมีคำคุณศัพท์ประกอบคือ Leonardesque) นางเอกเป็นคอลัมนิสต์ให้หนังสือศิลปะวิจารณ์ งี่เง่าพอกันทั้งคู่
พระเอกไปค้นพบ Codex ชิ้นหนึ่งของเลโอนาร์โดเข้าโดยบังเอิญ เป็นเหตุให้ถูกตามล่า พัวพันกับสมาคมลับ เกิดเหตุฆาตกรรม...แต่มันจะไม่ตาย อยู่ดี
ฉันว่า : อ่านเพลินๆพอได้ แต่ไม่สนุกมาก ไม่มีรสชาติของ junk food มันส์โคตรๆพลิกหน้ากระดาษไม่ทันแบบ Da Vinci Code และถึงมันจะเหมือนเป็นเรื่องที่มีเลโอนาร์โด ดา วินชีมาเกี่ยวข้อง...แต่ก็ไม่ได้เยอะแยะอะไร เน้นไปทางบู๊แอ๊คชั่นแบบเชยๆมากกว่า
5. The Borgia Bride : Jeanne Kalogradis

แบบว่า : ฉันหยิบแล้วเดินไปจ่ายตังค์ที่เคานท์เตอร์ด้วยชื่อเรื่องแต่ประการเดียวแท้ๆ อ่านแล้วแบบว่าโหย...ประหนึ่งนิยายประโลมโลก
เรื่องมีอยู่ว่า : ซานช่าแห่งเนเปิ้ลส์ถูกจับส่งไปโรมเพื่อแต่งงานกับโฮเฟร ลูกชายคนสุดท้องของตระกูลมาเฟียเรอเนซองส์ แล้วก็เกิดกิ๊กกะเชซาเร ลูกชายคนโตของตระกูลบอร์เจีย ต้องหาวิธีผูกมิตรกับลูเครเซีย ต้องกันตัวเองออกจากอกโป๊ปอเล็กซานเดอร์ที่ 6 แล้วยังต้องหาวิธีกู้ชาติจากอิทธิพลเจ้าพ่อไปพลางๆอีกด้วย
ฉันว่า : ซานช่ามัน Mary Sue เกินไป สวยเริ่ดเชิดบู๊จนกลบความเป็นมนุษย์ (แม้ว่าในประวัติศาสตร์เองก็เชื่อกันว่าเธอสวยคมเข้มเป็น sex bomb ประจำยุคจริงๆก็ตาม...) เขียนซะเหมือนแฟนฟิกขายฉากไม่สาดพล็อต มันน่าเสียดายน่ะ ตัวละครนี้น่าสนใจออกเพราะเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากกลียุคเลยค่ะ
4. Leonardo's Swan : Karen Essex

แบบว่า : หน้าปกหนังสือเป็นการเอารูปสเก๊ตช์ Leda and the Swan ของเลโอนาร์โดมาวาดต่อ มีการสันนิษฐานว่าน่าจะมีภาพที่เสร็จสมบูรณ์แล้วด้วยนะ แต่คาดว่ามันหายสาปสูญค่ะ เหลือแต่สเก๊ตช์ต้นฉบับแล้วก็ผลงานของลูกศิษย์ที่เอาสเก๊ตช์อาจารย์เป็นต้นแบบ
เรื่องมีอยู่ว่า : กึ่งๆอัตชีวประวัติ เป็นเรื่องของสองพี่น้องตระกูล D'Este ที่มีบทบาทสำคัญมั่กๆกับยุคเรอเนซองส์ของยุโรป นั่นคืออิซาเบลล่ากับเบอาทริซ ตัวละครสำคัญในเรื่องคืออิซาเบลล่า เพราะเธอเป็นเจ้าแม่นักสะสมและ fangirl ตัวจริงของเลโอนาร์โด ดา วินชี ผลงานทางศิลปะหลายๆชิ้นคงไม่รอดมาถึงทุกวันนี้ถ้าเจ๊แกไม่บ้าจี้ช่วยเก็บซะเยอะแยะเลยแหละค่ะ
ฉันว่า : เขียนดีมากเลย ภาษาสละสลวย characterisation เยี่ยม (ฉันชอบความเป็นดยุคสฟอร์ซาแห่งมิลานในแบบที่เธอเขียนเป็นพิเศษ ความที่กล้าที่จะวิเคราะห์และนำเสนอตัวละครนี้อย่างมีมิติ ซึ่งมันเข้าท่าจังเลย ตัวละครอื่นๆก็ดีนะ เลโอนาร์โดในเรื่องนี้เป็นมนุษย์กว่าเรื่องอื่น ประทับเจย...) ในบรรดานิยายอิงประวัติศาสตร์ยุคเดียวๆกันที่ผ่านตามาทั้งหมด เล่มนี้ฝีมือเข้าตาสุดถ้าไม่ติดว่าบางตอนมันยืดเยื้อไปหน่อยเอง
3. The Oxford Illustrated History of Italy
แบบว่า : มันเหมือนหนังสือเรียนค่ะ ไม่สนุกหรอก ออกจะน่าเบื่อด้วย แต่ช่วยสร้างความฟุ้งซ่านได้ดี ถ้าไฮไลท์เตอร์ที่มีอยู่ไม่แห้งเหือดไปหมดแล้ว คงเอามานั่งไฮไลท์ซะให้มันรู้แล้วรู้รอด (แต่พอนักเตะมันยั่วยุใบแดงป๋า'ดานในแมตช์สุดท้ายก็ชักไม่อยากจะแตะแล้วค่ะ กร๊าก ล้อเล่นนะ)
2. Michelangelo and the Pope's Ceiling : Ross King

แบบว่า : เป็นหนังสือที่วิเคราะห์และอธิบายวิธีการสร้าง "หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางศิลปะของโลก" ชิ้นนี้อย่างละเอียดลออ สนุกอย่างมีเหตุผลดีค่ะ แต่คนที่ไม่มีไอเดียเลยว่ามิเคลันเจโลทำอะไรกับเพดานโบสถ์ Sistine Chapel อ่านแล้วอาจจะมึนๆหน่อย Ross King คนเขียนเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ตะวันตก มีผลงานมาสามเรื่องแล้ว ล่าสุดเล่มเบ้อเริ่มเลยคือ The Judgement of Paris (สักวันฉันจะตบก่อนมันจะหายไป...) ที่ไม่เกี่ยวกับเจ้าชายม้าไม้ติดพี่แต่อย่างใด แต่เกี่ยวกับศิลปะแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ที่มีอิทธิพลต่อนครปารีสตะหากล่ะ
(กลับมาที่เรื่องนี้ก่อน มิเคลันเจโลน่ะรู้จักอยู่แล้ว ส่วนโป๊ปในที่นี้ หมายถึง Julius ที่ 2 หรือกุยลิอาโน เดลลา โรเวเร่...แกได้เป็นโป๊ปตอนหง่อมก็เพราะตระกูลบอร์เจียหมดอำนาจไปแล้ว ทั่นเลยสั่งกวาดล้างทุกอย่างที่เกี่ยวกับมาเฟียตระกูลนี้ซะเหี้ยนวาติกัน)
ที่น่าสนใจคือ ตาคนเขียนแกออกมาเสนอว่า ไอ้ที่เคยเรียนๆกันว่ามิเคลันเจโลลำบากลำบนหลังขดหลังแข็งต้องแหงนหน้าวาดรูปลงบนเพดาน ยอมให้สีตกแหมะๆใส่หน้ากว่าจะเสร็จก็หน้าเหี่ยวแก่ไปหลายสิบปีนั้นไม่น่าจะจริง เพราะมิเคลันเจโลหน้าเหี่ยวตลอดกาลอยู่แล้ว เอ๊ย ไม่ใช่ละ เพราะมันมีสเก็ตช์นั่งร้านแบบอัจฉริยะเก๋กู้ด ไม่ต้องแหงนหน้าวาดก็ได้นี่หว่า และตอนซ่อมแซมรูปบนเพดานน่ะทำกันยังไง
อ่านจบแล้วจะอยากไปแหงนหน้ามอง Sistine Chapel สักหนในชีวี้ด >.<
1. Leonardo Da Vinci - Flights of the Mind : Charles Nicholl

แบบว่า : เล่มนี้เป็นคู่มือคู่ใจของคนชอบจิตรกรแก่ๆเพี้ยนๆคนนี้เลยค่ะ XD อัตชีวประวัติแบบพยายามจะครอบคลุมและอ่านง่าย ภาษาไม่วิชาการมาก และแบ่งย่อยเป็นหัวข้อให้เลือกอ่านเอาตามสะดวก เท่าที่สำรวจตอนนี้ หนังสือเกี่ยวกับชีวิตของเลโอนาร์โดก็เห็นจะมีเล่มนี้ล่ะค่ะที่เข้าท่าที่สุดแล้ว ไม่กว้างเกินไปหรือแคบเกินไป สมน้ำสมเนื้อดี
(ที่เคืองคือหอบหิ้วเวอร์ชั่นปกอ่อนมาจากสิงคโปร์ หนึ่งปีให้หลังประเทศไทยเพิ่งนำเข้ารุ่นปกแข็งสวยงาม - -" โฮก....เสียใจ เงินไม่มี พอเงินมีมันก็หมดแล้ว แอ๊)
อย่างไรก็ตามข้อมูลในเล่มมีรั่วมีรูนะคะ (ฉันไม่ใช่นักวิชาการ แต่รู้สึกว่าจุดที่เขียนอย่างลวกๆแล้วไม่ตรงกับเล่มอื่นที่เคยอ่านมา...มันน่าจะผิดอ่ะ เช่นบอกว่าจิโอวานนีเป็นพี่ชายเชซาเร o.O' เป็นต้น) อาจจะไม่ใช่เล่มที่ดีที่สุด แต่ชอบอ่านที่สุดก็แล้วกัน ฮา (หลังๆชักหยิบอ่านบ่อยแข่งกับ Silmarillion แล้น...)
*
REPLY ALERT
- พี่มุจัง อ่ะ จัดห้ายยย (ก๊อปให้ดูสดๆเลยพี่ เปลี่ยนค่า setting ตามสะดวกเน้ หนูมั่วเอา ^^")
*
iRAMBLE
- จริงๆยังมีอีกนะ แต่ไม่หวายแล้น...เหมือนจะบ้าพลังเกินไป
- แม่เราเป็นเทพ ในที่สุดเนตใช้ได้...จนได้ (ช่างซ่อมสายโทรศัพท์ตามคำสั่งแม่ฮ่ะ เอิ๊ก)
- จะตีสอง...ไม่หลับไม่นอน
แง้ๆๆๆ