2005/Dec/30

always the king and the queen of Narnia.

Warning

1. สปอยเลอร์มากมายมหาศาล (บอกว่าอัสลานเป็นสิงโตนี่ถือว่าสปอยเลอร์มั้ยคะ? หุหุ)

2.วิจารณ์ไม่ถูกใจ กรุณาอย่าคันเท้า

---------------------

TheBook, the Film and the Christ

0. ไปดูรอบสุดท้ายของวันมาพอดีเลย เพิ่งกลับมาหมาดๆ ต้องรีบพิมพ์ก่อนขี้เกียจและลืม - -"

1. ก่อนจะพล่ามถึงเรื่องยาวๆ ขอบอกก่อนว่าหนังทำออกมาได้ดีค่ะ เคารพต้นฉบับมากถึงมากที่สุด (PJและคณะลอร์ดฯควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะ ฮา...เราจะได้ดูกันให้ตาแฉะไปเลย) และสร้างมิติ ให้ความสมจริงมากกว่าหนังสือค่ะ ฉันเคยบอกในเอ็นทรีเก่าๆว่าไม่อยากให้ทีมผู้สร้างใส่บทของพ่อแม่เด็กๆเข้ามาทำให้เราต้องเห็นหน้าค่าตามาถึงตอนนี้ หลังจากที่ได้ไปดูมาแล้ว ฉันว่าการเพิ่มเติมจุดนี้เข้ามา นอกจากจะทำให้เรื่องราวสมจริงมากขึ้นแล้ว ยังสร้างปม(หรือแก่น...หรือ theme ก็ได้เอ้า) ของเรื่องขึ้นมาใหม่ได้อย่างเหมาะสมยอดเยี่ยมมากเลย

ในหนังสือ การที่พ่อแม่เป็นเพียงเงา ทำให้การเป็น"บุตรแห่งอดัมและธิดาแห่งอีฟ" ดูขลังและมีความหมายสำหรับนาร์เนีย ตัวละครในหนังสือนั้นไม่มีมิติ เป็นเรื่องปกติธรรมดาจนเป็นสไตล์ของนาร์เนียไปแล้วละมั้ง แต่ในหนัง การปูพื้นฐานเกี่ยวกับครอบครัวเพอเวนซีให้เราเห็นล่วงหน้า การนำเราไปรู้จักกับแม่ของเด็กๆ ทำให้เราเห็นเด็กๆพวกนี้มีตัวตนขึ้นมาจริงๆ เป็นเด็กๆในยุคสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่พ่อถูกส่งตัวไปอยู่สนามรบ (ซี.เอส.ลูอิส ผู้ให้กำเนิดนาร์เนียก็เคยถูกส่งไปรบในสงครามโลกเช่นกัน)

หนังได้สร้างรอยต่อระหว่างโลกจริงกับโลกจินตนาการของเด็กขึ้นมาอย่างแนบเนียน ถ้านาร์เนียในหนังสือคือสถานที่ในตำนานที่ทำให้ผู้อ่านเชื่อว่ามันมีอยู่จริง แต่อยู่ในมิติอื่น และหนังสือที่ถืออยู่ในมือคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นและถูกเล่าขานโดยผู้เขียนหนังสือ (ลักษณะเดียวกับมิดเดิลเอิร์ธ ที่ดึงผู้อ่านเข้าไปในโลกที่ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างเต็มตัว)แต่นาร์เนียบนจอภาพยนตร์ออกจะเป็นดินแดนในจินตนาการของเด็กๆสี่พี่น้องซะมากกว่า เด็กๆสร้างมันขึ้นมาจากสภาพแวดล้อมที่ตนเผชิญอยู่ ณ จุดนี้ หนังจึงสะท้อนให้เห็นถึงสงครามที่มีผลกระทบต่อทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เด็กๆที่จำเป็นต้องห่างพ่อห่างแม่ จินตนาการ (หรือจิตใต้สำนึก? เอาน่ะ ละม้ายๆกัน) ได้รับรู้ความรุนแรงและเรื่องราวในสงครามอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

หนังสือไม่ได้สร้างปมจิตใจและลักษณะการเติบโตของตัวละครเอาไว้อย่างชัดเจน (ซึ่งก็อาจจะเป็นความจงใจของผู้เขียนเอง เพราะ...อ่า เดี๋ยวสี่พี่น้องเพอเวนซีก็จะเติบโตขึ้น และบทบาทของพวกเขาก็น้อยลงๆจนหมดไปในที่สุด) เรื่องราวของสี่พี่น้องในหนังสือเป็นเพียงตำนานเล่าขานในนาร์เนียที่เราคนอ่านน่ะไปได้รับรู้มาอีกที ในขณะที่ตัวหนังทำให้เรารู้จักพวกเขามากขึ้นเอง หนังหยิบคาแร็กเตอร์มาแนะนำเราแบบแจ่มชัดขึ้น ทำให้เราผูกพันกับปีเตอร์ ซูซาน เอ็ดมันด์และลูซี่ มันเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียนะฉันว่า ข้อดีคือมันมีมิติ ทำให้หนังสนุกกว่าหนังสือ (ณ จุดนี้) และมันก็เนียนกลมกลืน แถมยังไม่เถรตรงเล่าจากหนังสือเด๊ะๆจนเกินไป

แต่ข้อเสียก็คือ...หนังภาคต่อๆไปน่ะสิ เราคงจะคิดถึงเด็กๆออริจินัลทั้งสี่คน (โดยเฉพาะเอ็ดมันด์ น่ารักแบบดาร์กๆ ชอบจังเลยค่ะคุณน้องขา *พลังโชตะแผ่ซ่าน*) และอาจจะสงสัยด้วยว่าพวกเขาจะเป็นยังไงต่อไปตอนโตขึ้น พวกเขาไม่ใช่โลโก้ของนาร์เนียแล้วหรือ? ฯลฯ

ฉันอาจจะเวอร์ไปเอง แต่ฉันรับภาพของสี่พี่น้องเมื่อเวลาในนาร์เนียผ่านไปสิบห้าปีแล้วแบบในหนังไม่ค่อยได้อ่ะ (อ่อ โทษทีเถอะ แค่สิบห้าปี...ทำไมปีเตอร์หง่อมซะขนาดนั้น - -" แถมเลือกเอ็ดมันด์มาไม่หล่อเลย โกรธๆๆ) มันดูทะแม่งแปร่งพิกล เป็นฉากเดียวในหนังที่ฉันรู้สึกว่ามันผิดที่ผิดทางยังไงไม่รู้ (ถ้าฉายแบบได้ยินแต่เสียง เห็นแค่เงาหรือเห็นหน้าแว้บๆอาจจะรู้สึกดีกว่า แล้วค่อยไปหานักแสดงวัยรุ่นเข้าท่าๆมารับบทสี่พี่น้องแบบเต็มๆในภาค The Horse and His Boy ก็ได้นี่นา)

อ้อ จะว่าไป ฉันชอบสัญลักษณ์ในฉากที่ปีเตอร์เผชิญหน้ากับหมาป่าค่ะ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่วิธีการต่อสู้ว่าจะมันส์หรือรุนแรงแค่ไหน แต่อยู่ที่จะฆ่ามันได้หรือเปล่าต่างหาก โดยทั่วไป หมาป่าในวรรณกรรมเด็กนอกจากจะหมายถึงอันตรายแล้ว ยังหมายถึงความกลัว กลัวการเป็นผู้ใหญ่ และกลัวอันตรายของโลกแห่งความจริงที่ผู้ใหญ่นิสัยหมาๆ เอ๊ย นิสัยแบบหมาป่าแต่ดันชอบใส่หนังแกะแฝงตัวอยู่มากมาย ดังนั้น ปีเตอร์ผู้พิชิตหมาป่า ก็คือปีเตอร์ที่กล้าที่จะทำลายความกลัวเหล่านั้นลงและเติบโตขึ้น เป็นพี่ชายที่ดีในยามจำเป็นต้องปกป้องน้องๆ

ฉันชอบ soundtrack เรื่องนี้น้อยกว่าที่คิด อุตส่าห์ตั้งความหวังกับ Harry-Gregson Williams เอาไว้เยอะ ปรากฎว่าผิดหวังซวนเซไปเล็กน้อย ผลงานของ HGW ในปีนี้ นอกจากนาร์เนียแล้วยังมี Kingdom of Heaven อีกเรื่อง ซึ่งอันที่จริงก็ให้กลิ่นคล้ายๆกันทั้งคู่ แต่หลังจากที่ฟังครบแล้วทั้งสองเรื่อง ฉันให้ Kingdom of Heaven มีภาษีดีกว่า ดนตรีมันเข้มข้นกว่านาร์เนีย จริงจังและมีเสน่ห์กว่าน่ะ ในขณะที่นาร์เนียจะใสๆสมเป็นหนังเด็ก แต่มันก็สู้ดนตรีประกอบของหนังเรื่อง Lemony Snicket'sASeries of Unfortunate Eventsที่เป็นหนังเด็กเหมือนกันไม่ได้อยู่ดี...ในความรู้สึกของฉันนะ

โดยรวมแล้ว หนังสือเล่มนี้สนุกที่สุดในซีรีส์นาร์เนีย ส่วนตัวหนังก็บันเทิงดีเช่นกันค่ะ แม้ฉันจะบ้าบอจิตหลอน เห็นโลเกชั่นลอร์ดออฟเดอะริงส์ซ้อนทับกับนาร์เนีย (และคิงคอง) อยู่แทบจะตลอดเวลาเลยก็ตาม ^^" ดูไปก็ขำแทบตกเก้าอี้ตาย ก็นะ...ดันถ่ายทำในประเทศเดียวกันนี่หว่า แถมยังใช้กราฟฟิกจากโรงงานเดียวกันอีก เห็นค่ายกองทัพของอัสลานแล้วก็อยากขำ แต่เกรงใจคนข้างๆ...นั่นมันค่ายกองทัพโรฮันช้าดๆ

2. ถึงตัวคนเขียนเองจะบอกว่า หนังสือของท่านไม่ได้ซุกซ่อนสัญลักษณ์เรื่องราวทางศาสนาใดๆเอาไว้ทั้งสิ้น...แต่ใครจะเชื่อท่านล่ะ ในเมื่อมันโผล่มาให้เห็นเต็มไปหมดตลอดทั้งเรื่องจนแทบจะเปิดไบเบิลเทียบตามได้(แปะลงลิสท์เรื่องที่อยากเขียนเอาไว้เผื่อโอกาสหน้า:D)

3. The Lion, the Witch and the Wardrobe ตีพิมพ์เป็นเล่มแรกของซีรีส์ในปี 1950 แต่ถ้าจะเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ หนังสือเล่มนี้กลับอยู่ในลำดับที่สองของซีรีส์ โดยเล่มแรกสุดจะต้องเป็น The Magician's Nephew

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะสร้างหนังจากหนังสือเล่มไหนต่อ (ใครตามข่าวอยู่บ้างคะ? วานบอกๆ) เพราะเอาเข้าจริงๆ เล่มที่สนุกที่สุดและดังที่สุดแล้วก็คือเล่มนี้น่ะแหละ ก็เป็นไปได้ว่าหนังภาคต่อไปคือ The Magician's Nephew...ที่จะทำให้รู้ว่าทำไมตู้เสื้อผ้าใบนั้นถึงเปิดไปสู่นาร์เนียได้ นาร์เนียถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร และศาสตราจารย์ที่เป็นเจ้าของตู้ใบนั้นเป็นใครกันแน่ :)

ต้องติดตามกันต่อปาย...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
....กำลังจะไปดูวันนนี้ตอนเย็นงั้นยังไม่อ่านดีกว่า เดี๋ยวกลับมาอ่านอีกทีตอนเย็น
#1  by  Mind At 2005-12-30 09:20, 
ยาวจังเลย...ขอเก็บไว้ก่อนละกัน ยังไม่อ่าน เพราะยังไม่ได้ดู รู้ก่อนมันจะไม่ลุ้น... แหะ แหะ
#2  by  ๐ :: j a n ♥이준기♥ :: ๐ At 2005-12-30 09:31, 
เป็นหนึ่งในหนังฟอร์มยักษ์น้อยเรื่อง ที่เราได้ดูก่อนมันเข้าไทย เหอ ๆ -_-"

เห็นด้วยว่าพวกฉากรบ เหมือนไมเกรตมาจาก lotr (เหมือนเป็นทหารรับจ้างพิกล) แต่ให้อารมณ์เหมือนในเกมส์อารมณ์ Heroes of Might and Magic มากมาย สำหรับเพลงประกอบ เราชอบมาก ๆ เลยนะ แต่พอโหลดมาฟังแล้วมันไม่โดนเหมือนตอนอยู่ในหนังอ่ะ ไม่ได้ฟัง ost ของ ASUE แต่จำได้ว่าตอนดูก็ชอบดนตรีมาก งืม คนละอารมณ์น่า เราว่าเพลงของ narnia อาจจะไม่ได้โดดเด่นทำให้อยากฟังซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบ แต่เข้ากับฉากของเรื่องในจังหวะนั้น ๆ ได้ดีทีเดียว ชอบสีของฉากอ่ะ สีสวยสดงดงามมาก ว่าแล้วก็อยากไปดูอีกรอบ แต่ตั๋วแพ๊งแพง

สำหรับแคแรคเตอร์ตอนโตแล้ว เรา่ว่าคนน้องสุดอ่ะ เลือกออกมาได้เหมือนนะ คือมีจุดเด่นของดวงหน้าที่เห็นแล้วแบบว่าใช่เลย ส่วนพวกผู้ชาย บอกไม่ถูกเพราะมีหนวดเคราเฟิ้มบัง คือเราไม่ได้อ่านหนังสืออ่ะ เลยไม่รู้ว่าตอนจบเป็นยังไง ตอนเห็นสี่คนนั้นขี่ม้าออกมาก็แอบงง ๆ เหมือนกัน ว่าเฮ้ย เอ็งยังไม่กลับบ้านอีกเรอะ
#3  by  jeaneis At 2005-12-30 10:04, 
จะไปดูวันนี้ค่ะ
แต่อ่านซะจนจบเลย
อิอิ

ยังไม่เคยอ่านซีรี่นี้เลยค่ะ
แต่เท่าที่ดูตัวอย่างหนัง
ก็อารมณ์ฟีลเดียวกับลอร์ดเลยแหละ

อยากให้พี่เขียนถึงเรื่องสัญลักษณ์ในเรื่องเกี่ยวกับศาสนาด้วยเหมือนกันนะคะ
นัทชอบอ่ะ แต่ตัวนัทเองไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้เท่าไหร่

จะรออ่านค่ะ
จะไปดูหนังทีไร ต้องเข้ามาอ่านสปอยบล็อกนี้ก่อนทุกที นัทว่าไม่สปอยเท่าไหร่นะคะ


แล้วก็เรื่องคิงคอง
ไปดูมาแล้วค่ะ
ทำเอาน้ำตาซึมเหมือนกัน
ชอบตอนฉากจบ

มันคล้ายๆกับว่า "ในที่สุด ... เจ้าชายอสูรก็กลายเป็นเจ้าชายผู้งดงาม เมื่อได้รับความรักแท้จากโฉมงาม"

แต่นัทกลับรู้สึกเศร้าแฮะ เพราะว่า
คิงคองกับนักเขียนคนนั้นมันไม่ใช่คนเดียวกัน แต่อารมณ์ตอนนั้นมันใช่เลยค่ะ

บอกไม่ถูกแต่ก็นับว่าเป็นหนังที่ดีเลย
#4  by  Na - th (นัท) At 2005-12-30 12:33, 
โห่ยกูยังอยู่เขมรอยู่เลย ไม่อ่านเว้ย
#5  by  cadenzato At 2005-12-30 16:23, 
เห็นด้วยในเรื่องการเคารพบทประพันธ์ ทำออกมาตรงมากถึงมากที่สุด

แต่เราดูนาร์เนียแล้วเฉยๆ มากเลยนะ (ไม่เข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไรจากคนเขียนเหมือนกัน) หนังสวยงาม แต่ว่าเล่าเรื่องได้เรียบเรื่อยมาก... ตัวเรากลับชอบ The Silver Chair แหะ รู้สึกว่ามันสนุกสุด

แอบกรี๊ดเอ็ดมันด์เหมือนกัน อยากเห็นอีกง่า...
#6  by  kazey At 2006-01-04 00:41, 
ได้ดูแล้วเว้ย ผ่านทีวีเฮงซวย ระบบภาพแอบถ่าย ระบบเสียงอัปลักษณ์ ที่บ้านกูเอง (กลุ้มใจ มึงจะเถื่อนทั้งทีก็ให้มันดีหน่อยก็ไม่ได้)

ชอบคาร์แรคเตอร์ ชอบอัสลาน ช่างเป็นสิงโตที่หน้าตามีชาติตระกูลการศึกษาพร้อมมาก ไปหามาจากไหนวะนั่นน่ะ ชอบแม่มดขาว หญิงแรงๆๆๆ อ๊ายๆๆๆๆๆ แต่ทำไมตายง่ายจัง(วะ)

ไม่ได้อ่านหนังสือว่ะ แต่ชอบตัวหนังนะเว้ย ดูแล้วไม่ขัดๆโดดๆดี
#7  by  cadenzato At 2006-01-04 17:15, 

<< Home