อันเนื่องมาจาก fairytale
posted on 28 Oct 2005 00:39 by vendetta in WryWriting[entry ที่เกี่ยวข้อง - ภาพถ่ายเซต fairytales โดย Recuenco :: เฉลยเรื่องที่ 1-4]
5.
Beauty and the Beast : โฉมงามชอบของแปลก
Bits and Pieces
- ว่ากันว่าตำนานเรื่อง 'คิวปิดกับไซคี' ของกรีกเป็น Beauty and the Beast ฉบับดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุด แต่เวอร์ชั่นที่คนอ่านรู้จักกันดีเป็นของฝรั่งเศส มีอยู่ด้วยกันสองเวอร์ชั่น ซึ่งโดยรวมแล้วก็ครือๆกัน เพียงแต่เวอร์ชั่นแรกนั้นยาวกว่าและเรื่องไม่ได้จบตอนที่ Beast ฟื้นขึ้นมาเป็นเจ้าชาย ในเวอร์ชั่นแรกของฝรั่งเศส Beast มีมาเข้าฝัน Beauty ในร่างของเจ้าชาย มาส่งสารให้นางเอกมองข้ามรูปลักษณ์ภายนอกและมองดูตัวตนภายในถึงจะช่วยเจ้าชายได้ ตามสไตล์...นางเอกก็ต้องไม่เข้าใจอยู่แล้วแหละ จนกระทั่งตกหลุมรักสัตว์แปลกเข้าให้ถึงขั้นตกลงปลงใจยอมแต่งงานจริงๆจังๆ Beast ถึงจะคืนร่างเป็นเจ้าชาย
แต่กว่าจะได้เข้าพิธีแต่งงาน นางเอกต้องผ่านด่านราชินี ต้องทำให้แม่ของเจ้าชายยอมรับ (ลองนึกถึง Shrek ทั้งสองภาคดูสิ มันก็คือ Beauty and the Beast แบบดัดแปลงนั่นเอง) มีการสืบประวัติไล่กันจนกว่าจะพบว่านางเอกก็เป็นเชื้อพระวงศ์ปลายๆปนๆกะเขาเหมือนกัน ราชินีจึงยอมรับและเรื่องก็จบลงในที่สุด
ถ้ายังพอจำตำนานเรื่องคิวปิดกับไซคีได้ จะเห็นว่าคล้ายกันมากมาย...เพราะกว่าจะแฮปปี้เอนดิ้ง ไซคีก็เจอวีนัสเล่นงานใช้ให้ทำอะไรแปลกๆอยู่สามครั้งสามครา (ซึ่งก็รอดมาได้แบบงงๆ คือถ้าคิวปิดไม่แอบช่วยกลัวแม่จะฆ่าเมียทิ้งซะก่อน ไซคีคงได้ม่องเท่งลงไปนั่งคุยกับเฮดีสในนรกจริงๆ) แล้วก็ต้องสุดท้ายเมื่อไซคีได้ดื่มน้ำอมฤตเป็นอมตะแบบเทพๆแล้วนั่นแหละ วีนัสถึงได้จำใจยอมรับลูกสะใภ้แต่โดยดี
เวอร์ชั่นที่เป็นแบบแผนในปัจจุบันและที่เป็นที่รู้จักดีนั้นเป็นเวอร์ชันเรียบเรียงใหม่รอบสอง เวอร์ชั่นนี้ห่างจากเวอร์ชั่นแรกประมาณสิบหกปี เอามาเรียบเรียงให้สั้นลง (แต่บ้างก็ว่าชัดเจนขึ้น) จบแค่ตรงที่เข้าชายฟื้นและแต่งงานแฮปปี้ไป
- Beauty and the Beast ค่อนข้างเป็นนิทานที่มีความเป็นมาแปลกกว่าเรื่องอื่นสักหน่อย ตรงที่...แรกเริ่มมันเป็นเรื่องเขียนที่ได้ไอเดียมาจากสังคมหรือผู้คนในยุคก่อน (คิวปิดกับไซคี) ผ่านไปหลายร้อยปีมันก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโดยกลับไปเป็นเรื่องเล่าสนุกในวงครื้นเครง (เวอร์ชั่นแรกของฝรั่งเศสนั้น คนแต่งเขาเอาไว้เล่ากันในคลับคนรักการเล่าเรื่อง เหมือน Social Club สมัยโน้นที่พอว่างๆก็ตั้งเป็นกลุ่มเฉพาะ โดยชวนเพื่อนๆมานั่งเม้าท์ตั้งวงน้ำชากัน ปรากฎว่าฮิตแพร่หลาย) แล้วก็มาเป็นเรื่องเขียนอีกทีในสิบหกปีต่อมา
- เรื่องนี้ยังมีอะไรที่แปลกไปจากนิทานเรื่องอื่นๆอยู่อีกในแง่ของตัวนางเอก โปรดอ่านรายละเอียดด้านล่างกันต่อปาย...
- จะว่าไป...นางรจนากับเงาะป่านี่เป็น Beauty and the Beast แบบไทยๆหรือเปล่า...แฮะ ^^" (ปลาบู่ทองยังคล้ายว่าจะเป็นซินเดอเรลลาเมืองไทยเลย)
Insight
- Beauty and the Beast เป็นหนึ่งในนิทานจำนวนน้อยเรื่อง (จริงๆ o.O') ที่นางเอกรักการอ่านและจัดได้ว่ามีการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้หญิงหัวก้าวหน้า (ในขณะที่พี่สาวอีกสองคนกลับอ่านหนังสือไม่ออก อัปลักษณ์และขี้เกียจ)
- พิจารณาดู เรื่องนี้ถูกระบุว่าเขียนขึ้นประมาณศตวรรษที่ 18 ดังนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ (อาจจะใหม่ในสมัยนั้นแต่ไม่ได้ถึงกับปฎิวัติวงการ) Beauty ก็คือตัวแทนของลูกสาวของชนชั้นกลาง คนในตระกูลพ่อค้าไม่ยากจนแต่ไม่ถึงกับรวยมาก ทั้งยังโชคดีไม่ได้เป็นนางเอกผู้ด้อยโอกาสทางความรู้จนเกินไป
- โฉมงามกับเจ้าชายอสูรยัง(น่าจะ)เป็นนิทานเรื่องเดียวหรือเป็นหนึ่งในจำนวนน้อยเรื่องมากๆที่มีห้องสมุด ในปราสาทของ Beast มีห้องสมุดที่ยอมให้ Beauty เข้าไปอ่านได้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับความคิดและให้เกียรติว่าเธอก็อยู่ในระดับปัญญาชน (ตรงนี้ก็เป็น irony นิดๆ เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของพระเอกเป็นสัตว์ป่า แต่ใส่ใจกับการศึกษา มีห้องสมุดแถมยังเป็นสัตว์ป่าที่ไม่หัวโบราณ ไม่ดูถูกผู้หญิงอีกแน่ะ)
- จำได้มั้ย? ข้อตกลงที่พระเอกบอกกับพ่อค้าในนิทานก็คือ ลูกสาวคนใดคนหนึ่งของพ่อค้าจะต้องเดินทางมาแต่งงาน แต่พระเอกระบุอย่างชัดเจนเลยว่า "เธอต้องเลือกที่จะมาที่นี่อย่างสมัครใจเท่านั้น" แล้วก็มอบทองให้พ่อค้าเยอะแยะนัยว่าเป็นสินสอด
ในแง่ของการตีความ สมัยก่อนพ่อแม่เป็นคนเลือกคู่ครองให้ลูกสาวซึ่งลูกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ มองเผินๆนี่ถือเป็นการให้เกียรติเจ้าสาวอย่างมาก (ไม่อย่างนั้นพ่อก็ไสหัวใครมาสักคนก็ได้) แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นการชี้ให้เห็นว่าลูกที่ดี ในสมัยนั้น ความกตัญญูต้องมาก่อนความรัก ไม่ควรทำให้พ่อแม่ลำบาก (ไม่อย่างงั้นก็เชิดใส่พ่อไปก็ได้) ควรช่วยเหลือพ่อแม่ (แต่งกับคนรวย) และยอมรับการคลุมถุงโหม่งหัวอย่างภาคภูมิใจว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสมัยนั้นผู้หญิงยังทำงานหาเลี้ยงชีพไม่ได้โดยอิสระ
- เพราะฉะนั้น Beauty เป็นนางเอกตรงกันข้ามกับซินเดอเรลลาโดยสิ้นเชิง เพราะเธอต้องทำหน้าที่ช่วยพระเอกให้พ้นภัย ^^"
--------------------------------
6.
Little Red Riding Hood : หนูจ๋า มาให้ป๋ากินดีกว่ามะ
Bits and Pieces
- หนูน้อยหมวกแดง ต้นฉบับของแท้เป็นนิทานที่มีนัยแฝงเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงที่โดนข่มขืนชัดเจนมาก
- ชาร์ลส์ ดิกเก้นส์ คนเขียนเรื่อง Oliver Twist, David Copperfield และอีกก่ายกอง เคยบอกแบบขำๆไว้ว่า หนูน้อยหมวกแดงเป็นรักแรกพบของเขา เธอไร้เดียงสา น่ารัก บริสุทธิ์ ถ้าเป็นไปได้ล่ะก็อยากจะแต่งงานกับเธอจัง (โฮ้ย ลุง...โลลิฯนี่หว่า)
- ประวัติศาสตร์ของเรื่องนี้ไม่ชัดเจนว่าเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เข้าใจว่าเป็นนิทานพื้นบ้านเล่ากันไปทั่วยุโรป แต่ที่มีการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรคือของฝรั่งเศสโดยชาร์ลส์ แปร์โรต์ คนเดียวกับที่รวบรวมนิทานดังๆเรื่องอื่นๆอีกมากมาย ตัวเรื่องจริงๆน่ะสั้นมาก (ถ้ายังไม่เคยอ่านเวอร์ชั่นนี้ แนะนำให้อ่านก่อน ^^") ส่วนฉบับที่โด่งดังที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปเป็นเวอร์ชันมองโลกในแง่ดีขึ้นมาหน่อยของสองพี่น้องตระกูลกริมม์
- สองเวอร์ชั่นต่างกันยังไง? เวอร์ชันแปร์โรต์นั้นจบด้วยประโยคที่ว่า "With these words the wicked Wolf leapt upon Little Red Riding Hood and gobbled her up" - แล้วหนูน้อยหมวกแดงก็โดนหมาป่าเขมือบเอา (อนึ่ง ศัพท์แสลงฝรั่งเศส ผู้หญิงที่ 'ได้เจอหมาป่าแล้ว' หมายความว่าเสียตัวไปแล้ว)
เวอร์ชั่นของพี่น้องกริมม์จบที่หนูน้อยถูกกิน แต่มีคนตัดไม้มาช่วยหนูน้อยออกจากท้องหมาป่าพร้อมๆกับคุณยาย ต่อมาหนูน้อยก็ยังอุตส่าหืเจอหมาป่าอีกตัว แต่คราวนี้โง่น้อยลง จึงรีบวิ่งกลับมาบอกคุณยาย ยายจึงจัดการวางแผนหลอกจนฆ่าหมาป่าตายไปในที่สุด เอวัง แฮปปี้
- ภาพประกอบในฉบับตีพิมพ์ใหม่ๆเป็นรูปหมาป่ากำลังจะขึ้นคร่อมตัวหนูน้อยหมวกแดงที่นอนอยู่บนเตียง - -" ดูภาพประกอบ
Insight
- สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของอันตราย ความรุนแรง เซ็กส์ เลือด เสื้อคลุมฮู้ดสีแดงสามารถตีความได้ถึงการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ของเด็กผู้หญิงหรือคือเริ่มมีประจำเดือน การเดินทางเข้าป่าหมายถึงการออกสู่โลกภายนอก (หรืออีกนัยหนึ่งคือ Sexual Awakening) เรื่องลึกลับน่าพิศวง สำหรับเด็กผู้หญิงซื่อๆงงๆมองโลกในแง่ดีเหลือเกิ๊น
- หมาป่าในเวอร์ชั่นของแปร์โรต์ถูกเรียกว่า 'Old Father Wolf' ก็อ่ะนะ แบบว่าหมาแก่ชอบเคี้ยวเด็กอ่อน...
- ในบางแห่งบอกว่าฉบับที่เขียนใหม่ๆ คุณแม่ใส่ไวน์ไว้ในตระกร้าด้วย พอไปถึงบ้านคุณยายที่หมาป่าไปถึงและแอบปลอมเป็นคุณยายซ่อนอยู่ หมาป่าในคราบคุณยายก็สั่งให้หนูน้อยเอาตระกร้าวางไว้บนโต๊ะ เอาขวดไวน์วางไว้นอกตระกร้า ซึ่งในยุคต่อๆมาปรากฎว่าไวน์ถูกตัดออกไป (คงเพราะมันจะโจ่งแจ้งเกินเหตุ อะไรจะครบครันปานนั้น)
- แปร์โรต์เขียนคติสอนใจสำหรับเรื่องหนูน้อยหมวกแดงโดยเฉพาะเอาไว้ โดยนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า- อย่าไว้ใจใครโดยเฉพาะไอ้ที่หน้าตาดีๆ พูดจาหวานๆเพราะๆน่ะ แสบสาดทั้งน้านนน
Little girls, this seems to say,
Never stop upon your way,
Never trust a stranger-friend;
No one knows how it will end.
As youre pretty so be wise;
Wolves may lurk in every guise.
Handsome they may be, and kind,
Gay, and charming nevermind!
Now, as then, tis simple truth
Sweetest tongue has sharpest tooth!
------------------------------
7.
Princess and the Pea : เม็ดถั่วรังแกฉัน
Bits and Pieces
- เป็นนิทานเรื่องสั้นๆ โดยฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เสน เกี่ยวกับพระราชาและพระราชินีที่อยากตามหาเจ้าหญิงที่...เป็นเจ้าหญิงที่แท้จริงเพื่อมาเป็นคู่ครองของเจ้าชาย (ลองไปอ่านถ้านึกไม่ออก ตัวหนังสือเว็บนี้ใหญ่สะใจดีจริงๆ)
- เพราะเป็นนิทานที่สั้นมาก และไม่ค่อยแน่ใจว่าจะสื่อถึงอะไรแน่ นอกจากเจ้าหญิงที่แท้จริงคือผู้ที่บอบบางและมีผิวละเอียดอ่อนสุดๆ ถึงกระนั้นก็ยังอุตส่าห์มีคนบ้าจี้ตีความว่าเรื่องนี้มีการสื่อถึงรสนิยมซาดิสม์ - -" เพราะแผ่นหลังของเจ้าหญิงเป็นรอยฟกช้ำเนื่องจากมีเม็ดถั่วสามเม็ดซ่อนอยู่ใต้ฟูกสิบชั้น แล้วเจ้าชายบ้าที่ไหนถึงจะชอบ อยากได้เจ้าหญิงบอบบาง เซ้นสิถีบขนาดนั้นล่ะ ถ้าเฮียแกไม่เล่น SM เออวุ้ย...(แต่ก็แอบเห็นด้วย) แหม คนเราก็ช่างคิดไปได้เนาะ
- มีนิทานคล้ายๆกันนี้ แต่เป็นของอิตาเลียนในชื่อ The Three Princesses หรือไม่ก็ The Most Sensitive Women (เห็นบางทีใช้ไม่เหมือนกันแต่เรื่องเดียวกัน) เรื่องราวก็เกี่ยวกับการทดสอบเลือกคู่ของเจ้าชายว่าเจ้าหญิงองค์ไหนจะมีผิวละเอียดอ่อนกว่ากัน องค์แรกมีผ้าพันแผลพันรอบหัว บอกว่าเมื่อเช้าแปรงผม ปรากฎว่าผมหลุดมาหนึ่งเส้น เจ็บมั่กๆ องค์ที่สองมีผ้าลินินพันรอบตัวบอกว่า เจอรอยยับบนผ้าปูเตียงทำร้าย เจ็บม้ากมาก ส่วนองค์สุดท้ายนั่งอยู่บนเก้าอี้ มีผ้าพันแผลพันเท้า แล้วก็ร้องไห้คร่ำครวญบอกว่าเมื่อเช้าไปเดินเล่นในสวน ลมพัดหนามต้นมะลิมาโดนเท้า เจ็บเหลือเกิ๊นนน
เจ้าชายจึงตกลงแต่งงานกับเจ้าหญิงองค์ที่สาม - -"
[Credit - Childhoodreading :: Folktexts ::Surlalune]
-----------------------------
และแล้วก็จบบริบูรณ์ (จนได้ๆ) เขียนยาวไปมั้ยค้า XD ลดจำนวนเพ้อเจ้อลงบ้างแล้วแหละ แต่ทำให้กระชับกว่านี้ไม่เป็น สงสัยต้องทดลองไปเรื่อยๆ เฮือก...
ปล. exteen เป็นอะไรหนอ จะเข้ามาเขียนตั้งแต่สองชม.ที่แล้ว ดูเหมือนจะล่มเสียนี่
ปปล. รู้สึกบ้าพลัง แต่ก็รู้สึกง่วงๆเหนื่อยๆทั้งวันในเวลาเดียวกัน - -" *สับสนโหมด*

เห็นได้ชัดเลยว่านิทานนี่มีอะไรมากกว่าเจ้าหญิง เจ้าชาย สัตว์ประหลาด และพืชเนอะขอรับ
#1 By saya chan on 2005-10-28 00:48