จิตรกรหญิงที่มีชื่อเสียงก็ว่าหายากแล้ว จิตรกรหญิงยุค Baroque ที่วาดภาพได้โหดและทึบทะมึนยิ่งกว่าผู้ชายนี่สิ หายากกว่าเสียอีกนะ จึงนับว่าเป็นโชคดี(ของข้าพเจ้า?)ที่อย่างน้อยๆก็ยังมี Artemisia Genstileschi เป็นหนึ่งในนั้น

อาร์เตมิเซีย เชนสทีเลสกี้ มีชีวิตอยู่ในช่วงคศ. 1593-1652 เป็นลูกสาวของคนเดียวของจิตรกรชาวโรมันที่พอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้างในสมัยนั้น แต่ถ้าสมัยนี้ ลูกสาวก็ล้ำหน้าพ่อไปเยอะล่ะค่ะ อาร์เตมิเซียเป็นศิลปินที่วาดภาพในสไตล์เดียวกับ Caravaggio ศิลปินเกย์ผู้ก้าวร้าวและป่าเถื่อน (เอ้า จริงจังนะ) เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม Caravaggist (- หมายถึงกลุ่มศิลปินที่เอาสไตล์การวาดของคาราวักจิโอ้เป็นแบบอย่าง) แล้วก็โด่งดังที่สุดในกลุ่มมาตั้งแต่ในสมัยก่อนแล้ว

Judith Beheading Holofernes by Caravaggio

Judith Beheading Holofernes : Caravaggio

ตำนานเรื่องจูดิธกับโฮโลแฟร์นนี้มีคนวาดกันมานาน เรื่องคร่าวๆมีอยู่ว่า จูดิธเป็นลูกผู้ดีมีชาติตระกูล เธอและสาวใช้ถูกโฮโลแฟร์นจับตัวไปเป็นเชลย โฮโลแฟร์นทารุณข่มเหงและข่มขืนเธอ อีสาวเจ็บแค้น เกิดเลือดเข้าตาจึงวางแผนกับคนใช้ หาจังหวะเหมาะแล้วฆ่าซะ

ถ้าบอกว่าเวอร์ชั่นของคาราวักจิโอ้โด่งดังและตกเป็นขี้ปากชาวบ้านมากที่สุดก็คงจะไม่ผิดเท่าไหร่ ทั้งนี้เพราะเขาเป็นคนแรกๆที่วาดจูดิธขณะลงมือจิกหัวโฮโลแฟร์นและใช้มีดปาดคออย่างดุเดือด คาราวักจิโอ้ใช้สีแดงที่ผ้าม่านสร้างสมดุลกับสีเลือดที่พุ่งกระฉูด ทั้งยังเลือก contrast แสงและเงาอย่างจงใจ เหมือนมีสปอตไลท์ส่องตัวละครทั้งสาม ทำให้ภาพวาดกลายเป็นฉากหนึ่งในละครเวที การแสดงสีหน้าของจูดิธ คนใช้และโฮโลแฟร์นก็ตีบทแตกกระจุย (ถ้าดูรูปใกล้ๆจะพบว่านางเอกของเรากำลังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด ทั้งแค้นทั้งเครียดทั้งสับสน อีป้าข้างๆก็ยืนไซโคอยู่ได้...) ซึ่งเป็นเรื่องที่ศิลปินยุคก่อนๆไม่ทำกัน ทั้งเรื่องของความรุนแรงในภาพ และเรื่องที่ให้ลูกผู้ดีมาเป็นอีสาวโหดแบบนี้

จูดิธของคาราวักจิโอ้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องสิทธิสตรี (feminism) ในศิลปะไปโดยปริยาย ในขณะที่คาราวักจิโอ้เองก็ได้ชื่อเสียงทั้งทางที่ดีและไม่ดี ทางที่ดีคือทักษะและสไตล์ของเขาไม่ธรรมดา หากแต่แปลกใหม่จนถูกพระสงฆ์องค์เจ้าในวาติกันเขม่นแทบปางตาย เขาเป็นศิลปินบาโร้กในกลุ่ม Naturalist อันหมายถึงจิตรกรที่มีสไตล์การวาดแบบเป็นธรรมชาติสมจริง ขนาดพระเยซูและสาวก พอผ่านมือคาราวักจิโอ้ก็กลายเป็นตาแก่โทรมๆเหี่ยวๆกันทุกคน ไม่มีการปั้นเสริมเติมแต่งให้หรูหราผิดความจริง แต่ถึงคนจะเกลียดเขาเยอะ ก็มีคนชื่นชอบติดตามผลงาน ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ลูกหาอยู่ไม่น้อย


กลับมาที่อาร์เตมิเซีย ภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดของเธอก็คือ Judith Beheading Holofernes อาร์เตมิเซียมีความผูกพันกับจูดิธมากและตลอดชีวิตการเป็นศิลปิน เธอวาดรูปจูดิธปาดคอโฮโลแฟร์นอยู่หลายหน สาเหตุหนึ่งคงมาจากชีวิตจริงของเธอที่ไปพ้องกับตัวละครนี้ ทั้งอาร์เตมิเซียและจูดิธต่างก็ถูกผู้ชายที่มีอำนาจเหนือกว่าข่มขืน ไม่ได้รับความเป็นธรรม และหวังจะแก้แค้น (เพียงแต่อาร์เตมิเซียไม่ได้ฆ่าใคร ทำได้ก็แค่ระบายออกทางรูปวาดนี่แหละ)

Judith Slaying Holofernes by Artemisia Gentileschi

Judith Slaying Holofernes : Artemisia Genstileschi

สีหน้าและท่าทางของจูดิธเวอร์ชั่นแรกๆของอาร์เตมิเซียไม่มีแค่ความโกรธแค้น แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเชือดมันให้ได้ ลักษณะของริมฝีปากที่เม้มและมือที่กำแน่นแสดงว่าไม่ลังเลที่จะกดบี้หัวโฮโลแฟร์น ผลักหน้ามันเพื่อหา position ถนัดอย่างใจเย็น

จูดิธของอาร์เตมิเซียระบายความรู้สึกออกมาแบบนิ่งๆแต่แจ่มชัดกว่างานของคาราวักจิโอ้ที่เป็นแรงบันดาลใจของเธอเสียอีก จูดิธคนนี้รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่และยืนยันการกระทำของตนอย่างสงบ เลือดที่ไหลนองบนผ้าปูเตียงตอกย้ำความเลือดเย็นและตั้งใจจริงของจูดิธคนนี้ ผิดกับเลือดที่พุ่งกระฉูดออกจากคออย่างในภาพของคาราวักจิโอ้ และแม้แต่สาวใช้ก็ร่วมลงมือด้วย

อาร์เตมิเซียไม่ได้สร้างละครเวทีขึ้นมาให้เราชม แต่ทำให้เรากลายเป็นพยานรู้เห็นฉากฆาตกรรมไปอย่างไม่รู้ตัว คาราวักจิโอ้อาจจะเป็นต้นแบบเจ้าของสไตล์ แต่อาร์เตมิเซียคือผู้ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของจูดิธออกมาได้อย่างชัดเจนที่สุด

The Passion of Artemisia : Susan Vreeland

มีนิยายเกี่ยวกับศิลปินหญิงคนนี้เรื่อง The Passion of Artemisia ของ Susan Vreeland ให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ได้ค่อนข้างถูกต้อง (รู้สึกอย่างงั้น น่าเชื่อถือกว่า Girl with a Pearl Earring แน่ๆล่ะ) ตอนแรกที่ซื้อมาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ซื้อมาเพราะเห็นว่าเกี่ยวกับจิตรกรหญิงในยุคบาโร้กคนนี้เอง และเพราะไม่ได้หวังหรือเปล่าก็ไม่รู้ เลยอ่านเพลินมากค่ะ ภาษาสวยระดับมาตรฐาน อ่านง่าย

อดไม่ได้ที่จะเอาไปเปรียบเทียบกับ Girl with a Pearl Earring ซึ่งผลปรากฎว่าฉันชอบ The Passion of Artemisia มากกว่าเกือบๆจะขาดลอย (คือฉันว่า...Tracy Chevalier คนแต่งเรื่อง"หญิงสาวกะต่างหูมุก"ยึดกรอบนิยายโพสต์-โมเดิร์นมากเกินไป แล้วก็ยึดสไตล์เดิมๆมากไป อ่านแล้วไม่สนุก แต่ดันชอบเวอร์ชันภาพยนตร์เอามากๆ แสง สี มุม องค์ประกอบ ฉาก สวยมากกกกก) ทั้งที่โดยส่วนตัวแล้ว ฉันก็ลำเอียงชอบงานของ Vermeer มากกว่านิดๆ

นิยายเปิดเรื่องที่อาร์เตมิเซียตอนอายุ 17 กำลังจะขึ้นศาลเพราะออราชิโอ พ่อของเธอแจ้งความว่าอะยอสติโน ครูสอนวาดภาพและเพื่อนที่เป็นศิลปินด้วยกันข่มขืนลูกสาว ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แถมยังไม่ใช่แค่คนเดียวอีกต่างหาก แต่สุดท้ายคดีก็ถูกยกฟ้อง เพราะออราชิโอตกลงยอมความกับอะยอสติโนได้ อาร์เตมิเซียโกรธพ่อที่เห็นลูกเป็นแค่เครื่องมือหากิน โรมเป็นเมืองโบราณที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ยังไงก็ไม่มีใครเชื่อเธออยู่ดี ต่อมาพ่อให้เธอแต่งงานกับจิตรกรชาวฟลอเรนซ์ จะได้ย้ายจากโรม หนีจากข่าวฉาวไปเริ่มชีวิตใหม่ เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป...ก็เอาเป็นว่าเธอก็มีฝีมือพอที่ประวัติศาสตร์จะให้ที่ว่างกับเธอก็แล้วกัน

เมื่อเวลาผ่านไป อาร์เตมิเชียเรียนรู้ที่จะเข้าใจชีวิตมากขึ้น ภาพวาดของเธอนุ่มนวล อ่อนโยนขึ้นและแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านเรื่องร้ายๆมาแล้ว อาร์เตมิเซียไม่ได้ลืม เพียงแต่โตขึ้นและได้ลองพิจารณาความรู้สึกในวาระอื่นๆดูบ้าง

Judith and the Maidservant by Artemisia Gentileschi

Judith and the Maidservant : Artemisia Genstileschi

อย่างเช่นภาพ Judith and the Maidservant นี้ที่วาดในยุคหลังๆ ลักษณะท่าทางและการใช้สีกับแสงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คงพอจะบอกถึงตัวตนที่เปลี่ยนไปของผู้วาดได้บ้าง

แอบชอบหัวในตะกร้าจัง :D แบบ...มองผ่านๆไม่รู้เลยนะว่าเป็นหัวคน - -"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เพิ่งเห็นหัวในตะกร้าเหมือนกันค่ะ
เจ๋งมากๆ
ชอบมากๆ

#2 By blackholesun on 2005-10-06 08:32

ว้าว เจ๋งๆ ชอบบาโร้กค้าบ (แต่ไม่ค่อยรู้อะ แหะๆ)

#3 By P.S. on 2005-10-06 08:40

โอว สนุกมากครับ

#4 By filmsick on 2005-10-06 15:37

รุปสวยมากๆอ่ะ แวะมาทักทายจ้า...

#5 By ^~TE~^ on 2005-10-06 17:07

เฉยๆอ่ะคนนี้ แต่ชีวิตเจ๊แกมืดหม่นดี เลยถ่ายทอดความซาดิสลงบนผืนผ้าใบ กรั่กๆ

ยังไงก็ชอบ Caravaggio มากกว่านะ มันแบบ.. ติดดิน เถื่อน ถ่อย(?)ดี

อืม.. Paul Rubens ก็ดีเนอะ ที่เราเคยนั่งคุยกะเธอ แล้วนึกไม่ออกนานมากว่ามันชื่อไร

#6 By Asplera on 2005-10-06 20:37

Geez.. i've just noticed the Five system in Hi5.
Actually i didn't intend to set Funny as priority. I though it allowed multiple Fives Y_Y
Funny was my third choice indeed, the former two are 'Sister' and 'Best Friend'...

Can i remake it? *winks*

#7 By Asplera on 2005-10-07 02:24

ในตระกร้าเปงหัวคนเหรอ
ดูน่ากลัวจังอะ เถื่อนบริสุทธิ์

#8 By & ,, CANDYz on 2005-10-07 06:49

รูปสวยๆ ชอบแนวนี้มากๆ เลย อ่านแล้วได้ความรู้ด้วย

ผมเคยเห็นแต่รูปจูดิธตัดหัวอ่ะ แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นของใครวาด

#9 By LAYLA on 2005-10-07 13:36

น่ากลัวจัง สยดสยอง แต่รูปดันสวย
คนที่ยิ่งมีความโกรธแค้นมาก ยิ่งทำให้ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ออกมาได้มาก
ก็ดีแล้วที่เจ๊จูดิธไม่ได้ไปฆ่าใคร แต่ฆ่าคนออกมาในรูปแบบศิลปะ
เค้าเรียกว่า พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

ปล.ถ้าไม่บอก ไม่เห็นหัวในตะกร้าเลยนะคะเนี่ย นึกว่าขนมปัง

#10 By ... on 2005-10-07 18:32

เห็นแร้วนึกถึงตอนเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์เยย แต่เจ๊คนนี้ไม่มีออกสอบ ออกแต่คาราวัจโจ้อ่ะขอรับ....(พึ่งจะรู้นะนี่ว่าเขาเปงเกย์) ชอบงานสไตร์พี่แกมั่กๆแต่ไม่เฮาไม่ได้วาดภาพเหมือนง่า พยายามดูสไตร์โทนสีมั่กฝ่า(ชาตินี้จะมีปัญญาได้อย่างเขาไม๊นี่... ) เห็นจารย์บอกว่ามีจิตรกร...เง้อ...ลืมชื่อไปแว้วแต่ดังมาก เขาวาดรูปวิวทิวทัศน์ได้สวยกว่าเราในตอนนี้ได้ตั้งแต่ตอน 9 ขวบ....ย้ำว่า 9 ขวบ อึ้งไปเยยขอรับ....รูปสเก็ตแต่ไม่ผิดสเกลเยยอ่ะ เขาทำได้อย่างไร?

#11 By Blood Lust Vampyre (::[o]::) on 2005-10-08 00:49

เคยเห็นรูปพวกนี้มาก่อนจากไหนจำไม่ค่อยได้แฮะ สงสัยว่าตอนลง Appreciation of Music เป็นรูปที่สวยและสยองมากเลย

จะว่าไปแล้ว...ตั้งแต่เมื่อก่อนแกก็ชอบอะไรเลือดสาดกระจาย ๆ แบบนี้อยู่แล้วนี่นะ ไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ อิอิ

#12 By jeaneis on 2005-10-08 09:37

ชอบรูปสองค่ะ
เลวต้อง(โดน)เชือด เหอๆ

#13 By cadenzato on 2005-10-08 10:19

ง๊า แต่ละรูปน่ากลัวทั้งนั้นเลยค่ะ เหอๆ

#14 By ::[R]ogue~*:: on 2005-10-09 09:01

ขอโทษที่มาตอบกระทู้เก๊าเก่าแต่อดไม่ได้อ่ะ

รูปของคาราวักจิโอ้ (อยากดูหนังป๋าบีน) ให้ความรุนแรงทางสีหน้านะ แต่ว่าท่าทางของตัวละคนดูแข็งกว่าของอาร์เตมิเซีย (แหม่ ชื่อคล้ายกับอาร์ทีมิสเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ที่ไม่ยอมชายใดซะด้วย) พูดตามจริงแล้วภาพของอาร์เตมิเซียแลดูจะสามารถฆ่ากันให้ตายได้มากกว่าของคาราวักจิโอ้อ่ะ ประทับใจ แต่ว่าสีสันชอบของคาราวักจิโอมากกว่านะ มันสดดี

ชอบอ่านจังเรยเสียดายเพิ่งได้เจอ

#15 By reafre (202.133.159.21) on 2006-04-24 23:13

น่ากลัวมากๆเลยอ่า ตัดคอด้วย
หนาวๆต้นคอแฮะ

#16 By + rEjInA + on 2006-04-28 18:59

ดีครับ

#17 By (124.157.157.142) on 2007-01-17 18:29

อืม รูปของ สาวโหด เหมือนกับ ภาพในนิยาย
แต่รูปของ Caravaggio เหมือน ความฝัน
สวยเหมือนกันแต่ชอบ ของCaravaggio มากก่า

#18 By 0uo on 2007-02-16 11:10

อืมมม เคยดูงานของจริงของ Caravaggio และ Artemisia เหมือนกันตอนมันมาจัดแสดงในบูดาเปสต์ ไอ้บรรดารูปยูดิธตัดหัวคนมาแสดงกันพรืด ดูแล้วน่ากลัวพึลึก
ดุจังงับ
น่ากลัวจังคับ

#21 By kikuboy on 2007-06-16 12:04

Oh!..ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะวาดออกมาได้ถึงขนาดนี้ ใครๆก้เดาออกใช่ไหมคะ?
ว่าถ้ามองภาพนี้ด้วยตาเปล่าก็รู้เลยว่า
ภาพนี้ลงสีด้วยสีน้ำมัน

#22 By L.Susu (124.120.177.33) on 2007-06-17 10:57

เปงภาพที่สวยงามมากกกก

โอ๊ววว ดูป่าเถื่อนดี

แต่ว่าที่จริงอ่ะ ผู้หญิงมีกลวิธีที่แยบยล

กว่าผู้ชายนะจร๊ะจะบอกให้ เพราะฉะนั้น

พวกผู้ชาย ระวังไว้ให้ดี 5 5 5

#23 By ลาล่า on 2007-06-26 22:57

ใจร้าย

#24 By 4tree (210.4.128.51 /172.18.16.23, 172.18.16.1, unknown) on 2007-07-14 00:30

ทำไมก็ก๊อบไม่ได้ ต้องทำงานน่ะ อยากได้มากๆ

#25 By (125.26.115.27) on 2007-09-22 15:08