[blog tag] Day 10

posted on 10 Sep 2010 00:59 by vendetta  in RealLife, SoaringSound, VileVarious

 

รายละเอียดของแถกอันนี้อยู่ตรงนี้เลยจ๊ะ

Day 10 - Songs you listen to when you are Happy, Sad, Bored, Hyped, Mad

วันที่10 - ว่าด้วยเพลงที่ฟังเวลาสุข / เศร้า / เบื่อ / กี๊ดส์ / บ้า

ปกติไม่ค่อยฟังเพลงตามอารมณ์เพราะใช้โหมด shuffle ตลอด เลยเอาเป็นเพลงที่นึกถึงเวลาอยู่ในอารมณ์นั้นๆละกันเนาะ

แถกนี้เราเพิ่มบริการ link สู่ยูตูบให้ด้วยนะเออว์ กร๊ากกก

 

Happy

Beautiful Ones : Suede [จิ้มๆ]

เลือกเวอร์ชั่นไลฟ์มา (แต่เสิร์ชดูเวอร์ชั่น mv ก็ได้อารมณ์แร่ดๆของพี่เบร้ดแกไปอีกแบบ ^^") มันเป็นเพลงเมายา พี้ๆ ฮายๆ

The Fourth Avenue Cafe : L'Arc~en~Ciel [จิ้มๆ]

เลือกวีดีโออันนี้เพราะมันชัดดี และพ่ายแพ้บุรุษใส่หมวก อรั๊งงงส์

Mr. Brightside : The Killers [จิ้มๆ]

...คิดถึง The Killers T___T ชอบเอ็มวีเพลงนี้ มันมูแลง รูจดี ฮาว์ว์ว์ (จริงๆนึกถึง Somebody Told Me อีกเพลง แต่ Mr.Brightside มันฮาๆกว่า)

 

Sad

I Saw No Shadow of Another Parting (The Aria) : Kiri Te Kanawa [จิ้มๆ]

(เข้าโหมดเศร้า เพลงเลยดราม่า กร๊ากกก) มันมาจากหนังเขียวๆเรื่อง Great Expectations ของอัลฟองโซ คัวรอน ชื่อเพลงมาจากประโยคปิดท้ายในหนังสือของ Charles Dickens ตัวเพลงเองไม่ได้อยู่ในหนัง (จขบ.ว่าเวอร์ชั่นในหนังเศร้ากว่าหน่อย อันนี้มาม่ากว่าอ่ะ) แต่สกอร์นี้วนเวียนอยู่ตลอดทั้งเรื่อง

See You Soon : Coldplay [จิ้มๆ]

irony หน่อยๆนะ เพราะเนื้อเพลงมันออกแนวให้กำลังใจ แต่นั่นคงเป็นประเด็นที่ทำไมชอบฟังเวลาหดหู่มากๆและอยากอยู่คนเดียว ...อาการมาโซ

อนึ่ง เพลงเวลาซึมหลายๆเพลงที่นึกออกมักเป็นของวงพี่เล่นเย็นๆ - -" โดยเฉพาะจากอัลบั้มแรก Parachutes

 

Bored

Silent Knight : [จิ้มๆ] ASCENDEAD MASTER : [จิ้มๆ] Versailles 

เวลาเบื่อๆ ไม่มีไรทำ จขบ.ก็ฟังวซ.ทุกทีนะ ยกหมวดนี้ให้ไปเลยทั้งวง กร๊ากกก แล้วก็ฟังมั่วตามแต่โปรแกรมจะจัดมา (บางทีก็กาก้าบ้างอะไรบ้าง) เลยแปะเป็นตัวอย่างแค่สองเพลงนี้พอ

 

Hyped!

Supermassive Black Hole : MUSE [จิ้มๆ]

- (...เพลงนี้เป็นส่วนที่ดีที่สุดในหนังเรื่อง Twilight! ไม่งั้นคงหลับไปแล้ว กร๊ากก) มันโจ๊ะมากอะไรมาก! Muse เป็นวงที่เล่นไลฟ์ได้มันส์ที่สุดในโลกวงหนึ่งเลยค่ะ

Time is running out, Stockholm Syndrome ฯลฯ ก็เป็นเพลงที่ฟังเวลาฮิปๆไฮป์ๆนะ

揺れながら… : Laputa [จิ้มๆ]

เป็นวงที่เคยชอบมากๆวงนึง ชอบตั้งแต่คอนเสปต์วงไปจนถึงแนวดนตรี เพราะ Laputa มาจาก Gulliver's Travel :P (แม้ว่าบางทีจะมึนๆกับอากิบ้างอะไรบ้าง แต่พี่โคว์หน้าตาดีและเก่ง...เก๊าให้อภัย กร๊ากกก) จนกระทั่งมันร่วงลับดับโชยกันไปนานแล้ว ก็ยังหยิบมาเปิดฟังอยู่เนืองๆ (จขบ.ว่า Laputa เหมาะกับสโลแกน 'รวมกันตายหมู่ แยกกันอยู่ตายคนเดียว' มากมาย เพราะอิตอนมันรวมกันอยู่ มันก็มีมิตรรักแฟนขับอ่ะนะ แต่ชื่อเสียงกลับไม่ได้โด่งดังหวือหวาอะไร แต่พอแยกกันไปทำงานเดี่ยว ดูเหมือนจะดับอนาถกว่าเดิมโดยเฉพาะ Everlasting K...ใครสั่งใครสอนให้พี่โคว์มาร้องเพลงฮ๊าาา)

เพลงนี้ (และอีกหลายๆเพลง Feelin' the Sky,  Eve ฯลฯ ก็ชอบ) ก็ยังเป็นเพลงที่ฟังกี่ทีก็รู้สึกว่ามันสนุกมากๆอยู่

 

Mad

เชื่อว่าเวลาโกรธๆพีคๆคนเราคงไม่ฟังเพลงกัน (แต่อาจจะอยากร้อง ฟ๊ากยูววว ฟ๊ากยูเวรี่ เวรี่ มะอะอะอะอาชช ของ Lily Allen มากกว่า)

*

กลับมาทำ tag ต่อ (จริงๆก็ลืมไปแล้ว ฮี่...)

 

LOTR: A Hero's Journey และ blog tag: Day 06

posted on 24 Aug 2010 00:18 by vendetta  in VileVarious, WryWriting

อ่ะแฮ้ม พักยกชั่วคราว XD

พอดีบล็อกแถก 30days วันที่หกจะว่าด้วย super hero ตัวโปรดในดวงใจ...ก็เลยทำให้นึกขึ้นมาได้ค่ะว่าเคยทำสิ่งนี้เอาไว้ - -" ตั้ง 17 ไฟล์ แล้วก็ลืมไปเสียสิ้น

จขบ.อยู่ในโหมดขุดคุ้ยโฟลเดอร์ร้อยแปดประการใน external ตัวเก่า ก็เลยได้พบอะไร(ที่คิดว่า)น่าสนใจ(สำหรับตัวเอง)มากมาย ดังเช่นในโฟลเดอร์หนึ่งที่ตั้งชื่อว่า HerosJourney อันนี้ ซึ่งเป็นการนำเรื่องราวใน Lord of the Rings มาประกอบทฤษฎีวงเวียนชีวิตชองวีรบุรุษในตำนานจ๊ะ เป็นทฤษฎีที่ว่า พระเอกมหากาพย์ทุกคนน่ะดวงถึงฆาตในแบบเดียวกัน เขียนโดยคุณซุปกระป๋องโจเซฟ แคมป์เบล

อนึ่ง จขบ.อาจจะเคยแปะลงบล็อกไปแล้วก็ได้นะ - -" แต่มันก็คงจะนานโคตรๆมาแล้ว เพราะจขบ.เองจำไม่ได้แล้ว (ดูจากไฟล์รูป ยังง่อยๆง่าวๆพิกลอยู่เลย) กร๊ากกก ก็ถือว่าเราเริ่มใหม่เหอะเนอะ

คิดว่าเคยทำเวอร์ชั่นเส้นทางชีวิตอารากอร์นไว้ด้วย แต่หาไม่เจอ (หรือคิดไว้แต่ไม่ได้ลงมือทำก็ไม่รู้ - -") พบแต่ดวงชะตาโฟรโด XD ดูจากลำดับแล้วยังไม่ครบถ้วนกระบวนความ กล่าวคือยังไปไม่ถึง ROTK เลยค่ะ แต่ต่อไม่ติดแล้วอ่ะ ฮา...

เราสามารถแบ่งวงจรการผจญภัยของวีรบุรุษเหล่านี้ได้อย่างหยาบๆเป็นสามช่วงประหนึ่งออกกำลังกายก็ไม่ปาน มีวอร์มอัพ หอบแฮ่ก สุดท้ายก็ชิลๆ

*

Departure 

 อยู่บ้านเฉยๆไม่ได้ ราหูทับที่อยู่

 ไปแว๊นกันเต๊อะ!

ไม่จริง ไม่ใช่ ไม่เชื่อ...ฉันมาทำอะไรที่นี่

จู่ๆก็มีคนโผล่มาช่วย (จะนับสไตร์เดอร์เป็น Supernatural aid หรือจะนับอาร์เวนขี่รุ้งพุ่งออกมาอย่างในหนัง...หรือจะคุณพี่กลอร์ฟินเดลตามหนังสือก็ไม่ผิดนะ)

 

ตัดสินใจแบบแยงเท้าไปหนึ่งข้าง Crossing of the first threshold สู้ก็สู้(วะ)

จะเดินทางทั้งทีก็ต้องมีพระเครื่องติดตัว

*

Initiation

 เส้นทางไกลเว่อร์ อุปสรรคขวากหนามมากมาย

จุดพุงปลาเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนชนิดดราม่าบังเกิด (ยิ่งถ้าพระเอกเกรียนๆ มาเจอพุงปลาวาฬเข้าไปจะช็อค ผมยาวทันที...) เป็นจุดที่ทำให้รู้ว่าภารกิจนี้ใหญ่หลวงนัก และโลกที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่รู้จัก จะหันหลังกลับก็ไม่ได้แล้ว

คุณซุปกระป๋องเรียกพอยท์นี้ว่าพบเทพธิดาพยากรณ์ - -" แต่ไม่จำเป็นต้องเจอผู้หญิงเสมอไปนะ อาจจะเป็นตัวละครลับอีกตัว ใครก็ได้ หรือกระทั่งพระเอกเองค้นพบสัจธรรมในตัวเองก็ได้

Meeting with the Goddess มักเป็นสัญลักษณ์ของการได้กลับไปสู่ความปลอดภัยไร้กังวลแบบชั่วคราว (เหมือนเด็กที่ยังอยู่ในท้องแม่) เพื่อให้มีเวลาคิดทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป

 

 

 ในลอร์ดไม่มี Woman as Temptress แต่เราก็สามารถแทนด้านมืดของเจ้าป้าว่าเป็นเช่นนั้นได้ (เพราะจริงๆแล้วเจ้าป้าก็บ้าอำนาจพอประมาณ) เป็นการหลอนพระเอกให้ยุติภารกิจดีก่า อย่าทำตัวเป็นฮีโร่เลย จะไม่ได้ตายดีนะเธอว์  

 

 

 แต่จะว่าไป น้องแหวนก็ยั่วเก่งนะ - -"

จากนั้นโฟรโดก็ Crossing of the second threshold (เพื่อพักยก จบภาคสอง) นั่นเองค่ะ รูปหมดละ

 ในระหว่างนี้ ยังคงเป็น road of trials อุปสรรคสารพัดอยู่ ก็เลยต้องมีตัวประกอบอดทนโผล่มาช่วยเป็นระยะๆ ให้มหากาพย์ไม่สิ้นหวังเกินไปนัก (ไม่งั้นคนก็ไม่อ่านไม่ดูมันแล้วล่ะ รู้ว่าเดี๋ยวก็ตายหมด)

 

 

 

 

 

 

 จากนั้นเราก็ใกล้เจอบอสแระ...

Atonement with the Father - เป็นภารกิจสำคัญท้าทายความกล้าของฮีโร่ (พ่อในความหมายเชิงสัญลักษณ์คืออำนาจที่เรากลัวและยังไม่กล้าต่อกรด้วย เป็นบอสใหญ่ในเกม) เนื่องจากพระเอกต้องเอาชนะความกลัวในใจ ซึ่งก็คือต้องเอาชนะตัวเองให้ได้  

สำหรับโฟรโด พ้อยท์นี้คือตอนฆ่ากอลลัม สำหรับอารากอร์น พ้อยท์นี้คือการยอมรับตัวเองว่าเป็นใคร มีหน้าที่อะไร (ก่อนหน้านี้พยายามหนีความจริงมาตลอด) จนกระทั่งปลุกผีขึ้นมาสู้

 

 

Apotheosis - ประสบการณ์เฉียดตาย (หรือไม่ก็ตายไปแล้ว ฮา ถ้าในแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็คือตอนหลังสู้กับโวลดี้) เป็นจุดที่ไม่มีอะไรจะเสีย เพราะทุกอย่างจบแล้ว วีรบุรุษสละทุกสิ่งแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง โมเม้นท์จะตายรึเปล่าก็ยังไม่ใช่ จะไม่ตายใช่มั้ยก็ยังไม่รู้

The Ultimate Boon - สิ่งที่ได้รับจากการผจญภัยครั้งนี้ (สำหรับโฟรโดคือ แหวนไปแล้ว - -")

*

Return

ไม่ค่อยมีอะไรแล้วล่ะ  มีจุดที่น่าสนใจคือ ส่วนมากมักจะกลับมาแบบไม่เป็นปกติดี (ดังนั้น 13 ปีต่อมาของแฮร์รี่...แกประหลาดมาก กร๊ากกก) จึงมีจุดที่เรียกว่า Crossing of the return threshold ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะออกไปเจอโลกกว้างแล้ว เคยตายก็เคยมาแล้ว กลับมาอยู่ในสภาพหลั่นล้าแบบเดิมไม่ได้อีก

ซึ่งโฟรโด ด้วยความที่เป็นวีรบุรุษที่ไม่มีความบ้าพลังกะเค้าเลย...ก็เลยทำไม่ได้ :/   

แต่ถ้าทำได้ก็จะเมพไปเลยค่ะ (เช่นพี่นีโอใน The Matrix)  นำไปสู่ขั้นสุดท้าย Freedom to live นั่นคือบรรลุอรหันต์แล้ว ไม่กลัว ไม่เครียดอีกต่อไป 

*

จากเอ็นทรีนี้ จึงได้คำตอบว่าจขบ.ไม่มี super hero ที่ชอบ XD เพราะชอบ unlikely hero, tragic hero, wtf! hero มากกว่านั่นเอง

(ตอนแรกจะเลือก V จาก V for Vendetta...เพราะจะว่าไป น้า V แกก็เหนือมนุษย์อยู่หน่อยๆนะ)

 

อัพเลว(มาก)

posted on 03 Jul 2010 22:22 by vendetta

 

- จขบ.โดนปรับค่าไม่อัพบล็อกแล้ว 160 บาท

- ดังนั้น วันนี้เลยมาอัพเลวๆ เพื่อไม่ให้ลามเลยเถิดไปมากกว่านี้ (แถวบ้านเรียกว่าผลัดวันประกันพรุ่งมากกว่านะ ฮาา

- มาเท่านี้แหละ

(เลวจริง)

vendetta View my profile

www.flickr.com

    Tweetle Me